This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๑๒. สุชาตพุทธวงศ์

Text only · no interpretationข้อ ๑๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สุชาตพุทธวงศ์ที่ ๑๒ ว่าด้วยพระประวัติพระสุชาตพุทธเจ้า

ตติยํ เอกาสนทายกตฺเถราปทานํ (๔๒๓)

๑๓

ในมัณฑกัปนั้นแล มีพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่า สุชาตะ มีพระหนุดังคางราชสีห์ พระองค์งาม มีพระคุณประมาณ ไม่ได้ ยากที่จะเทียมถึง พระองค์ทรงงามรุ่งเรืองด้วยพระสิริทุกเมื่อ ดังพระจันทร์หมดจดปราศจากมลทิน เหมือนพระอาทิตย์ส่องแสง พระสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุพระโพธิญาณ อันอุดมบริสุทธิ์แล้ว ทรง ประกาศพระธรรมจักร ณ สุมังคลนคร เมื่อพระสุชาตบรมศาสดา ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ได้ ตรัสรู้แปดสิบโกฏิ ในกาลเมื่อพระองค์เสด็จเข้าจำพรรษา ณ เทวโลก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่ทวยเทพสามโกฏิเจ็ดแสน ในกาลเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปยังสำนักพระพุทธบิดา ธรรมาภิสมัย ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์หกโกฏิ พระสุชาตบรมศาสดา ทรงมีการ ประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุเหล่านั้นล้วนแต่บรรลุอภิญญาและพลธรรม ผู้ไม่ต้องไปในภพน้อยภพใหญ่ มาประชุมกันหกโกฏิ ครั้งที่ ๒ ในกาลนั้น พระพิชิตมารเสด็จลงจากเทวโลก พระภิกษุขีณาสพมา ประชุมกันห้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ พระอัครสาวกของพระสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่านรชนเข้าเฝ้าพร้อมด้วยพระขีณาสพสี่แสน สมัยนั้น เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีพลนิกายมาก เป็นใหญ่ในทวีปทั้งสี่ เหาะ ไปในอากาศ เราถวายราชสมบัติใหญ่ในทวีปทั้งสี่ และรัตนะ ๗ ประการ อันประเสริฐในพระพุทธเจ้าแล้วออกบวชในสำนักของ พระองค์ พวกคนรักษาอารามในชนบท นำเอาบิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย มาถวายแก่ภิกษุสงฆ์เนืองๆ แม้พระพุทธเจ้าผู้เป็น ใหญ่ในหมื่นโลกธาตุพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราในกาลนั้นว่า ในสามหมื่นกัป ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก .......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ยัง ความยินดีให้เกิดอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรอย่างยอดเยี่ยม ในการ บำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ เราเล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวงแล้ว ทำพระศาสนาของพระพิชิต มารให้งาม เราเป็นผู้ไม่ประมาทในคำสั่งสอนนั้น เจริญพรหม วิหารภาวนา ถึงความสำเร็จในอภิญญาแล้ว ได้ไปยังพรหมโลก พระนครชื่อว่าสุมังคละ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอุคคตะ เป็น พระพุทธบิดา พระนางประภาวดี เป็นพระพุทธมารดา พระองค์ ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสิริ อุปสิริ และจันทะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน สองหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระ นามว่าสิรินันทา พระราชโอรสพระนามว่าอุปเสนะ พระพิชิตมาร ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยอัสวราชยานพระที่ นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๙ เดือนเต็ม พระสุชาตมหาวีรเจ้าผู้ เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร ณ สุมังคลอุทยานอันประเสริฐ ทรงมีพระสุทัสนเถระ และพระสุเทวเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่านารทะ เป็น พุทธอุปัฏฐาก พระนาคาเถรีและพระนาคสมานาเถรี เป็นพระ อัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกว่าไม้ไผ่ใหญ่ และ โพธิพฤกษ์นั้นลำต้นแข็ง ไม่เป็นโพรง มีใบแน่นหนา ลำต้นตรงใหญ่ น่าดูน่าชม น่ารื่นรมย์ใจ ต้นหนึ่งเจริญงอกงามแล้วแตกกิ่งสาขา ออกไป ไม้โพธิพฤกษ์ย่อมงามเหมือนดังหางนกยูงที่ผูกเป็นกำ ฉะนั้น ไม้ไผ่นั้นไม่มีหนาม แม้ช่องใหญ่ก็ไม่มี มีกิ่งชิดไม่ห่าง เงาทึบ น่ารื่นรมย์ใจ สุทัตตอุบาสกและจิตตอุบาสก เป็นอัคร- อุปัฏฐาก สุภัททาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพิชิตมารพระองค์นั้นมีพระองค์สูง ๕๐ ศอก ทรงประกอบด้วย พระอาการอันประเสริฐและพระคุณทุกอย่าง ทรงมีพระรัศมีหาเสมอ เหมือนมิได้ ซ่านออกโดยรอบ ไม่มีประมาณ ไม่มีเทียบเคียง หาอุปมาเปรียบมิได้ ครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏฏสงสาร ได้มากมาย ในกาลนั้น พระศาสนางามวิจิตรด้วยพระอรหันต์ ทั้งหลาย ดังคลื่นในสมุทสาคร เหมือนดาวในท้องฟ้า ฉะนั้น (พระศาสนาของพระพิชิตมารคับคั่งด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้บรรลุไตรวิชชา ฉฬภิญญาและพลธรรม ผู้คงที่) พระพุทธเจ้า พระองค์นั้น หาผู้เสมอเหมือนมิได้และพระคุณเหล่านั้นหาเทียบ เคียงมิได้ หายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระพุทธสุชาตชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ เสลาราม พระสถูปของพระองค์ สูง ๓ คาวุต ประดิษฐานอยู่ในเสลารามนั้น ฉะนี้แล. จบสุชาตพุทธวงศ์ที่ ๑๒

|๑๓.๓๖| หิมวนฺตสฺส อวิทูเร กสิโก นาม ปพฺพโต อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ |๑๓.๓๗| นารโท นาม นาเมน กสฺสโป อิติ มํ วิทู สุทฺธิมคฺคํ คเวสนฺโต วสามิ กสิเก ตทา ฯ |๑๓.๓๘| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ อาคญฺฉิ อนิลญฺชสา ฯ |๑๓.๓๙| วนคฺเค คจฺฉมานสฺส ทิสฺวา รํสึ มเหสิโน กฏฺฐมญฺจํ ปญฺญาเปตฺวา อชินญฺจ อปตฺถรึ ฯ |๑๓.๔๐| อาสนํ ปญฺญาเปตฺวาน สีเส กตฺวาน อญฺชลึ โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ |๑๓.๔๑| สลฺลกตฺโต ตุวํ ธีร อาตุรานํ ติกิจฺฉโก มม ราคปเรตสฺส ติกิจฺฉํ เทหิ นายก ฯ |๑๓.๔๒| ปุญฺญตฺถิกา เย ปสฺสนฺติ พุทฺธเสฏฺฐํ ตุวํ มุนิ ธุวตฺถสิทฺธึ ปปฺโปนฺติ เอเตสํ อชโร ภเว ฯ |๑๓.๔๓| น เม เทยฺยํ ตว อตฺถิ ปวตฺตผลโภชหํ อิทํ เม อาสนํ อตฺถิ นิสีท กฏฺฐมญฺจเก ฯ |๑๓.๔๔| นิสีทิ ตตฺถ ภควา อฉมฺภิโตว เกสรี มุหุตฺตํ วีตินาเมตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๑๓.๔๕| วิสฺสฏฺโฐ โหหิ มา ภายิ ลทฺโธ โชติรโส ตยา ยํ ตุยฺหํ ปตฺถิตํ สพฺพํ ปริปูเรสฺสตาสนํ ฯ |๑๓.๔๖| น โถกํ สุกตํ ปุญฺญํ ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร สกฺกา อุทฺธริตุํ อตฺตา ยสฺส จิตฺตํ สุนีหิตํ ฯ |๑๓.๔๗| อิมินา อาสนทาเนน เจตนาปณิธีหิ จ กปฺปสตสหสฺสานิ วินิปาตํ น คจฺฉติ ฯ |๑๓.๔๘| ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ อสีติกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๓.๔๙| ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ สพฺพตฺถ สุขิโต หุตฺวา สํสาเร สํสริสฺสติ ฯ |๑๓.๕๐| อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ ชลชุตฺตมนามโก นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร ฯ |๑๓.๕๑| หตฺถิยานํ อสฺสยานํ สรถํ สนฺทมานิกํ ลภามิ สพฺพเมเวตํ เอกาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๓.๕๒| กานนํ ปวิสิตฺวาน ยทา อิจฺฉามิ อาสนํ มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปลฺลงฺโก อุปติฏฺฐติ ฯ |๑๓.๕๓| วาริมชฺฌคโต สนฺโต ยทา อิจฺฉามิ อาสนํ มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปลฺลงฺโก อุปติฏฺฐติ ฯ |๑๓.๕๔| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ ปลฺลงฺกสตสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ |๑๓.๕๕| ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต อถ มานุเส ทุเว กุเล จ ชายามิ ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ ฯ |๑๓.๕๖| เอกาสนํ ททิตฺวาน ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร ธมฺมปลฺลงฺกมญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๓.๕๗| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เอกาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๓.๕๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๓.๕๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๓.๖๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกาสนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกาสนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย