This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๒๔. กัสสปพุทธวงศ์

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation51 items1 editions

๒๔. กัสสปพุทธวงศ์ ว่าด้วยพระประวัติของพระกัสสปพุทธเจ้า

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกนาคมนะ ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงเป็นธรรมราชา มีพระรัศมี

ทรัพย์อันเป็นมรดกของตระกูล ที่สัตว์เป็นอันมากบูชากัน พระองค์ทรงสละให้ทานแก่พวกยาจก @เชิงอรรถ : @ ยกธรรมเจดีย์ หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ @อันประดับด้วยแผ่นผ้า หมายถึงประดับด้วยอริยสัจ ๔ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๗/๓๗๗) @ ศิริธรรม ได้แก่ โลกุตตรธรรม (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๘/๓๗๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์ ทำจิตให้เต็ม ทำลายกิเลสดังคอก เหมือนโคอุสภะทำลายคอก ฉะนั้นแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันประเสริฐ

เมื่อพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นพระผู้นำสัตว์โลก ประกาศพระธรรมจักร เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๑

ในคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จจาริกไปในโลกตลอด ๔ เดือน เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

ในคราวเมื่อพระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์แสดงฤทธิ์ต่างๆ ประกาศพระญาณธาตุ เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๕,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

พระชินเจ้าทรงแสดงธรรมที่สุธรรมเทพนคร ที่รื่นรมย์นั้น ทรงทำให้เทวดาประมาณ ๓,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม

ในคราวที่ทรงแสดงธรรมแก่ยักษ์นรเทพ อีกครั้งหนึ่ง เทวดาเหล่านั้นได้บรรลุธรรมคำนวณนับไม่ได้

แม้พระพุทธเจ้าผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพพระองค์นั้น ก็ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ครั้งเดียว

ครั้งนั้น ภิกษุประมาณ ๒๐,๐๐๐ รูป ผู้ล่วงภพ ผู้คงที่ด้วยหิริและศีล มาประชุมกัน

๑๐

ครั้งนั้น เราเป็นมาณพมีชื่อปรากฏว่าโชติปาละ คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท @เชิงอรรถ : @ พระญาณธาตุ ได้แก่ สัพพัญญุตญาณ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๕/๓๘๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์

๑๑

ถึงความสำเร็จในคัมภีร์ทำนายลักษณะและคัมภีร์อิติหาสะ เป็นผู้ฉลาดในวิชาดูพื้นที่และอากาศ เป็นผู้ใช้วิชา ไม่มีทุกข์

๑๒

ฆฏิการอุบาสก ผู้เป็นอุปัฏฐาก ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปะ เป็นผู้มีความเคารพยำเกรง เป็นพระอนาคามี

๑๓

ฆฏิการอุบาสกได้พาเราเข้าเฝ้าพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วจึงบวชในสำนักของพระองค์

๑๔

เราเป็นผู้ปรารภความเพียร ฉลาดในวัตรน้อยวัตรใหญ่ ไม่เสื่อมในที่ไหนๆ ปฏิบัติตามคำสั่งสอน ของพระชินเจ้าอย่างสมบูรณ์

๑๕

เล่าเรียนนวังคสัตถุศาสน์ เท่าที่พระพุทธเจ้าตรัสแล้วทุกอย่าง ช่วยประกาศพระศาสนาของพระชินเจ้าให้งดงาม

๑๖

แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงเห็นความอัศจรรย์ของเราแล้ว จึงทรงพยากรณ์เราว่า ‘ในภัทรกัปนี้ ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า’

๑๗

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์ ทรงเริ่มตั้งความเพียร บำเพ็ญทุกรกิริยา

๑๘

พระตถาคตจักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

๑๙

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์ ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว @เชิงอรรถ : @ ไม่เสื่อมในที่ไหนๆ หมายถึงไม่เสื่อมในศีล สมาธิ และสมาบัติเป็นต้น (ขุ.พุทฺธ.อ. ๓๘๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์

๒๐

จากนั้นพระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

๒๑

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้ จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

๒๒

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่าอานนท์จักเป็นพระอุปัฏฐาก บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

๒๓

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรีผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

๒๔

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก ชาวเมืองอาฬวีจักเป็นอัครอุปัฏฐาก นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกาจักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้น จักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

๒๕

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า ‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

๒๖

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง ประนมมือนมัสการว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์

๒๗

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้ เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคต

๒๘

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

๒๙

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้ ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

๓๐

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

๓๑

เราระลึกถึงพุทธพยากรณ์อย่างนี้แล้ว งดเว้นความประพฤติเสียหาย ข้าพเจ้าทำกรรมที่ทำได้ยาก เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น

๓๒

กรุงชื่อว่าพาราณสี กษัตริย์พระนามว่ากิกี ตระกูลใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อยู่ในนครนั้น

๓๓

พรหมทัตตพราหมณ์นั้นเป็นพุทธบิดา นางพราหมณีชื่อว่าธนวดีเป็นมารดา ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

๓๔

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๒,๐๐๐ ปี มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง คือหังสปราสาท ยสปราสาท และสิริจันทปราสาท

๓๕

มีนางสนมกำนัล ๔๘,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์ พระมเหสีพระนามว่าสุนันทา พระราชโอรสพระนามว่าวิชิตเสนะ

๓๖

พระองค์เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงออกจากปราสาทไปผนวช ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน (จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

๓๗

พระมหาวีระพระนามว่ากัสสปะ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผู้สูงสุดแห่งนรชน ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน

๓๘

พระติสสเถระและพระภารทวาชเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่าสรรพมิตตะเป็นพระอุปัฏฐาก ของพระพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

๓๙

พระอนุลาเถรีและพระอุรุเวลาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชาวโลกเรียกว่า ต้นไทร

๔๐

สุมังคลอุบาสกและฆฏิการอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก วิชิตเสนาอุบาสิกาและภัททาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

๔๑

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๒๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าในอากาศ ดุจดวงจันทร์ทรงกลด

๔๒

พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงมีพระชนมายุประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์

๔๓

ทรงสร้างสระน้ำคือธรรมไว้ ทรงประทานเครื่องลูบไล้คือศีล ทรงจัดผ้าคือธรรมไว้ เป็นเครื่องนุ่งห่ม ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม

๔๔

ทรงตั้งกระจกเงาที่ไร้มลทินคือธรรมไว้ ให้มหาชน ด้วยทรงหวังว่า ชนบางพวกปรารถนานิพพาน จงเห็นเครื่องประดับของเรา

๔๕

ทรงประทานเสื้อคือศีล เกราะหนังคือฌาน ทรงจัดหนังคือธรรมไว้ คลุมกาย และเครื่องผูกสอด อย่างดีเลิศ

๔๖

ทรงประทานโล่คือสติปัฏฐาน ๔ หอกคือญาณอันคมกล้า ดาบอย่างดี คือธรรม และศาสตราวุธเครื่องย่ำยีศัตรูคือศีลไว้ให้

๔๗

ประทานภูษาคือวิชชา ๓ พวงมาลัยสำหรับสวมศีรษะคือผล ๔ เครื่องอาภรณ์คืออภิญญา ๖ และดอกไม้เครื่องประดับคือพระธรรม

๔๘

ร่มขาว คือพระสัทธรรมอันเป็นเครื่องป้องกันบาป ทรงเนรมิตดอกไม้ คือความไม่มีเวรภัยไว้ให้เสร็จแล้ว พระองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน @เชิงอรรถ : @ ทรงจัดผ้าคือธรรมไว้ หมายถึงหิริและโอตตัปปะ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ กระจกเงาที่ไร้มลทินคือธรรมไว้ หมายถึงโสดาปัตติมรรค (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ ทรงประทานเสื้อคือศีล หมายถึงศีล ๕ ศีล ๑๐ จตุปาริสุทธิศีล (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ หนังคือธรรมไว้ หมายถึงสติสัมปชัญญะ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ เครื่องผูกสอด หมายถึงความเพียร (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ ดาบอย่างดี หมายถึงมรรคปัญญา (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗) @ ร่มขาว หมายถึงวิมุตติ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๘) @ ดอกไม้ หมายถึงมรรคมีองค์ ๘ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๒๕. โคตมพุทธวงศ์

๔๙

แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีคุณหาประมาณมิได้ กระทบกระทั่งได้ยาก พระธรรมรัตนะนี้ตรัสไว้ดีแล้ว ควรเรียกให้มาดู

๕๐

พระสังฆรัตนะผู้ปฏิบัติดีแล้ว ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า พระรัตนะทั้ง ๓ นี้ ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

๕๑

พระชินศาสดาพระนามว่ามหากัสสปะ เสด็จดับขันธปรินิพพานที่เสตัพยาราม พระสถูปของพระชินเจ้านั้น ที่เสตัพยารามนั้น สูงถึง ๑ โยชน์ ฉะนี้แล กัสสปพุทธวงศ์ที่ ๒๔ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๒๔. กัสสปพุทธวงศ์