This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๖. มูคปักขจริยา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation19 items1 editions

๖. มูคปักขจริยา ว่าด้วยพระจริยาของพระมูคปักขกุมาร

๔๘

อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นพระโอรสของพระเจ้ากาสี ชนทั้งหลายเรียกเราโดยชื่อว่ามูคปักขกุมารบ้าง เตมิยกุมารบ้าง

๔๙

ครั้งนั้น นางสนมกำนัล ๑๖,๐๐๐ นาง ไม่มีพระราชโอรส โดยวันคืนล่วงไปๆ เราเกิดขึ้นเพียงผู้เดียว

๕๐

พระราชบิดารับสั่งให้กั้นเศวตฉัตร ให้เลี้ยงดูเราผู้เป็นบุตรสุดที่รักซึ่งได้โดยยาก เป็นอภิชาตบุตร ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง บนที่นอน

๕๑

ครั้งนั้น เรานอนหลับอยู่บนที่นอนอันอ่อนนุ่ม ตื่นขึ้นแล้วได้เห็นเศวตฉัตร ซึ่งเป็นเหตุให้เราตกนรก

๕๒

ความสะดุ้งหวาดกลัว เกิดขึ้นแล้วแก่เรา พร้อมกับได้เห็นเศวตฉัตร เราถึงความตัดสินใจว่า เมื่อไรหนอ เราจึงจะเปลื้องราชสมบัตินี้ได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๖๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๓. ยุธัญชยวรรค] ๖. มูคปักขจริยา

๕๓

เทวดาผู้เป็นสาโลหิตของเรามาก่อน ผู้ใคร่ประโยชน์ต่อเรา เห็นเราประสบทุกข์ จึงแนะนำเราให้ประกอบในเหตุ ๓ ประการว่า

๕๔

ท่านจงอย่าแสดงความเป็นบัณฑิต จงแสดงความเป็นคนโง่แก่ชนทั้งปวง ชนทั้งหมดก็จะดูหมิ่นท่าน ประโยชน์จักสำเร็จแก่ท่านด้วยอาการอย่างนี้

๕๕

เมื่อเทวดากล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวดังนี้ว่า เทวดา ข้าพเจ้าจะทำตามคำที่ท่านกล่าวกับเรา ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ เป็นผู้ใคร่ความเกื้อกูลแก่เรา

๕๖

ครั้นเราได้ฟังคำของเทวดานั้นแล้ว เหมือนได้พบฝั่งในสาคร ร่าเริง ตื้นตันใจ ได้อธิษฐานองค์ ๓ ประการ

๕๗

คือ เราเป็นคนใบ้ เป็นคนหูหนวก เป็นคนง่อยเปลี้ย เว้นจากคติ เราอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้อยู่ ๑๖ ปี

๕๘

ครั้งนั้น เสนาบดีเป็นต้นตรวจดูมือเท้าลิ้นและช่องหูของเราแล้ว เห็นความไม่บกพร่องของเราก็ติเตียนว่า เป็นคนกาลกิณี

๕๙

แต่นั้น ชาวชนบท เสนาบดี และปุโรหิตทั้งปวง ร่วมใจกันทั้งหมด ดีใจการที่รับสั่งให้นำไปทิ้ง

๖๐

เรานั้นได้ฟังความประสงค์ของเสนาบดีเป็นต้นนั้นแล้ว ร่าเริง ตื้นตันใจว่า เราประพฤติตบะมาเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นสำเร็จแล้วแก่เรา

๖๑

ราชบุรุษทั้งหลายอาบน้ำให้เรา ไล้ทาด้วยของหอม สวมราชมงกุฎราชาภิเษกแล้ว ให้กั้นเศวตฉัตรทำประทักษิณนคร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๖๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๓. ยุธัญชยวรรค] ๗. กปิลราชจริยา

๖๒

ให้กั้นไว้ ๗ วัน พอดวงอาทิตย์อุทัย นายสารถีก็อุ้มเราขึ้นรถ เข้าไปยังป่า

๖๓

นายสารถีหยุดรถไว้ ณ โอกาสหนึ่ง ปล่อยรถเทียมม้าพ้นมือก็ขุดหลุมเพื่อจะฝังเราเสียในแผ่นดิน

๖๔

พระมหากษัตริย์ทรงคุกคามการอธิษฐาน ที่เราอธิษฐานไว้ด้วยเหตุต่างๆ แต่เราก็ไม่ทำลายการอธิษฐานนั้นเด็ดขาด เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น

๖๕

พระมารดาและพระบิดาจะเป็นที่น่ารังเกียจสำหรับเราก็หาไม่ ตนของเราจะเป็นที่น่ารังเกียจก็หาไม่ แต่เพราะพระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้

๖๖

เราอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้อยู่ ๑๖ ปี บุคคลมีอธิษฐานเสมอเราไม่มี นี้เป็นอธิษฐานบารมีของเรา ฉะนี้แล มูคปักขจริยาที่ ๖ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้