๓. ภิสทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. ภิสทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระภิสทายกเถระ (พระภิสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าลงสู่สระโบกขรณีที่ช้างนานาชนิดอาศัยอาบกิน ถอนเหง้าบัวในสระนั้น เพราะเหตุต้องการจะกิน
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงผ้ากัมพลสีแดง เสด็จไปในอากาศ
ขณะนั้น ข้าพเจ้าได้ยินเสียงชายผ้าบังสุกุลสะบัด จึงแหงนหน้าขึ้นดู ก็ได้เห็นพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
ข้าพเจ้ายืนอยู่ที่สระโบกขรณีนั้นนั่นแหละ ได้ทูลอ้อนวอนพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๓. ภิสทายกเถราปทาน น้ำหวานไหลออกจากเหง้าบัว น้ำนมและเนยใสไหลออกจากก้านบัว
ขอพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ โปรดทรงรับ(ภิกษา)เพื่ออนุเคราะห์ข้าพระองค์ด้วยเถิด ลำดับนั้น พระบรมศาสดาทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา มีพระยศยิ่งใหญ่ จึงเสด็จลง(จากอากาศ)
ทรงรับภิกษาของข้าพเจ้า เพื่ออนุเคราะห์ ครั้นแล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทำอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าว่า
ท่านผู้มีบุญมาก ขอจงมีความสุขเถิด คติจงสำเร็จแก่ท่าน ด้วยการถวายเหง้าบัวนี้ ขอท่านจงได้รับความสุขอันไพบูลย์เถิด
ครั้นตรัสแล้วอย่างนี้ พระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ตรัสรู้เอง ได้ทรงรับภิกษาแล้วเสด็จไปทางอากาศ
ลำดับนั้น ข้าพเจ้าเก็บเหง้าบัว กลับมายังอาศรม คล้องเหง้าบัวไว้บนต้นไม้ ระลึกถึงทานของตน
ครั้งนั้น ลมพายุใหญ่ตั้งขึ้นแล้วพัดป่าให้ปั่นป่วน อากาศบันลือลั่นเมื่อสายฟ้าผ่าลงมา
ลำดับนั้น สายฟ้าผ่าลงที่ศีรษะของข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้านั้นเป็นผู้นั่งตายในที่นั้นเอง
ข้าพเจ้าเป็นผู้ประกอบด้วยกรรมดี ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต ทิ้งไว้แต่ซากศพ และข้าพเจ้าได้รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๓. ภิสทายกเถราปทาน
นางอัปสร ๘๖,๐๐๐ นาง ล้วนประดับตกแต่ง อย่างสวยงาม ต่างก็บำรุงข้าพเจ้าอยู่ทุกเช้าเย็น นี้เป็นผลแห่งการถวายเหง้าบัว
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามาสู่กำเนิดมนุษย์ เป็นผู้มีความสุข ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเหง้าบัว
ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้คงที่พระองค์นั้นทรงอนุเคราะห์แล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายเหง้าบัวไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเหง้าบัว
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระภิสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ภิสทายกเถราปทานที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๔๐}