๑๐. สาลมัณฑปียเถราปทาน
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สาลมัณฑปียเถราปทานที่ ๑๐ ว่าด้วยผลแห่งการสร้างมณฑปดอกรังเป็นพุทธบูชา
ทสมํ สาลมณฺฑปิยตฺเถราปทานํ (๔๙๐)
เราเข้าถึงป่ารัง สร้างอาศรมอย่างสวยงาม มุงบังด้วยดอกรัง ครั้ง นั้น เราอยู่ในป่า ก็แต่พระผู้มีพระภาคผู้สยัมภูเอกอัครบุคคลตรัสรู้ ด้วยพระองค์เอง พระนามว่าปิยทัสสี ทรงประสงค์ความสงัด จึง ได้เสด็จเข้าสู่ป่ารัง เราออกจากอาศรมไปป่าเที่ยวแสวงหามูลผลป่า ณ เวลานั้น ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้มีพระยศใหญ่ประทับนั่งเข้าสมาบัติรุ่งโรจน์อยู่ในป่าใหญ่ เราปัก เสา ๔ เสา ทำปรำอย่างเรียบร้อย แล้วเอาดอกรังมุงเหนือพระ- พุทธเจ้า เราทรงปรำซึ่งมุงด้วยดอกรังไว้ ๗ วัน ยังจิตให้เลื่อมใส ในกรรมนั้น ได้ถวายบังคมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคผู้อุดมบุรุษ เสด็จออกจากสมาธิประทับนั่งทอดพระ เนตรดูเพียงชั่วแอก สาวกของพระศาสดาพระนามว่าปิยทัสสี ชื่อ ว่าวรุณ กับพระอรหันตขีณาสพแสนองค์ได้มาเฝ้าพระศาสดาผู้นำ ชั้นพิเศษ ส่วนพระผู้มีพระภาคพิชิตมารพระนามว่าปิยทัสสี เชษฐ บุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ประทับนั่งในท่ามกลางพระภิกษุ สงฆ์แล้ว ได้ทรงกระทำการแย้มพระสรวลให้ปรากฏ พระอนุรุทธะ เถระผู้อุปัฏฐาก ของพระศาสดาพระนามว่าปิยทัสสี ห่มจีวรเฉวียง บ่าข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระมหามุนีว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค อะไรเล่าหนอเป็นเหตุให้พระศาสดาทรงแย้มพระสรวลให้ปรากฏ เพราะเมื่อมีเหตุ พระศาสดาจึงทรงแย้มพระสรวลให้ปรากฏ พระศาสดาตรัสว่า มาณพใดธารปรำที่มุงด้วยดอกไม้ให้ตลอด ๗ วัน เรานึกถึงกรรมของมาณพนั้น จึงได้ทำการยิ้มแย้มให้ปรากฏ เราไม่ พิจารณาเห็นช่องทางที่ไม่ควรที่บุญจะไม่ให้ผล ช่องทางที่ควรใน เทวโลกหรือมนุษยโลกย่อมไม่ระงับไปเลย เขาผู้เพรียบพร้อมด้วย บุญกรรมอยู่ในเทวโลกมีบริษัทเท่าใด บริษัทเท่านั้นจักถูกมุงบังด้วย ดอกรัง เขาเป็นผู้ประกอบด้วยบุญกรรม จักรื่นเริงอยู่ในโลกนั้นด้วย การฟ้อน การขับ การประโคม อันเป็นทิพย์ในกาลนั้นทุกเมื่อ บริษัทของเขาประมาณเท่าที่มี จักมีกลิ่นหอมฟุ้งและฝนดอกรังจักตก ลงทั่วไปในขณะนั้น มาณพนี้จุติจากเทวโลกแล้ว จักมาสู่ความเป็น มนุษย์ แม้ในมนุษยโลกนี้หลังคาดอกรังก็จักทรงอยู่ตลอดกาลทั้งปวง ณ มนุษยโลกนี้การฟ้อนและการขับ ที่ประกอบด้วยกังสดาล จัก แวดล้อมมาณพนี้อยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา และเมื่อ พระอาทิตย์อุทัย ฝนดอกรังก็จะตกลง ฝนดอกรังที่บุญกรรมปรุงแต่ง แล้ว จักตกลงทุกเวลา ในกัปที่ ๑,๘๐๐ พระศาสดามีพระนามว่า โคดมซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มาณพนี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรส อันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะ นิพพาน เมื่อเขาตรัสรู้ธรรมอยู่ จักมีหลังคาดอกรัง เมื่อถูกทำ ฌาปนกิจอยู่บนเชิงตะกอน ที่เชิงตะกอนนั้น ก็จักมีหลังคาดอกรังฯ พระมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี ทรงพยากรณ์วิบากแล้ว ทรงแสดง ธรรมแก่บริษัท ให้อิ่มหนำด้วยฝนคือธรรม เราได้เสวยราชสมบัติ ในเทวโลกในหมู่เทวดา ๓๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๗ ครั้ง เราออกจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้ ได้ความสุขอันไพบูลย์ แม้ ในมนุษยโลกนี้ ก็มีหลังคาดอกรัง นี้เป็นผลแห่งปรำ นี้เป็นความ เกิดครั้งหลังของเรา ภพสุดท้ายกำลังเป็นไป แม้ในภพนี้หลังคา ดอกรังก็จักมีตลอดกาลทั้งปวง เรายังพระมหามุนีพระนามว่าโคดม ผู้ประเสริฐกว่าศากยราชให้ทรงยินดีได้ ละความมีชัยและความ ปราชัยเสียแล้ว บรรลุถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว ในกัปที่ ๑,๘๐๐ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วยพุทธบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสาลมัณฑปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สาลมัณฑปิยเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปังสุกูลสัญญกเถราปทาน ๖. ธาตุปูชกเถราปทาน ๒. พุทธสัญญกเถราปทาน ๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน ๓. ภิสทายกเถราปทาน ๘. ตรณิยเถราปทาน ๔. ญาณถวิกเถราปทาน ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน ๕. จันทนมาลิยเถราปทาน ๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน มีคาถาคำนวณได้ ๒๑๙ คาถา. จบ ปังสุกูลวรรคที่ ๔๙. -----------------------------------------------------
|๘๐.๑๙๑| อชฺโฌคเหตฺวา สาลวนํ สุกโต อสฺสโม มม สาลปุปฺเผหิ สญฺฉนฺโน วสามิ ปวเน ตทา ฯ |๘๐.๑๙๒| ปิยทสฺสี ตุ ภควา สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ สาลวนมุปาคมิ ฯ |๘๐.๑๙๓| อสฺสมา อภินิกฺขมฺม ปวนํ อคมาสหํ มูลผลํ คเวสนฺโต อาหิณฺฑามิ วเน ตทา ฯ |๘๐.๑๙๔| ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ปิยทสฺสึ มหายสํ สุนิสินฺนํ สมาปนฺนํ วิโรจนฺตํ มหาวเน ฯ |๘๐.๑๙๕| จตุทณฺเฑ ฐเปตฺวาน พุทฺธสฺส อุปริ อหํ มณฺฑปํ สุกตํ กตฺวา สาลปุปฺเผหิ ฉาทยึ ฯ |๘๐.๑๙๖| สตฺตาหํ ธารยิตฺวาน มณฺฑปํ สาลฉาทิตํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา พุทฺธเสฏฺฐํ อวนฺทหํ ฯ |๘๐.๑๙๗| ภควา ตมฺหิ สมเย วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิโต ยุคมตฺตํ เปกฺขมาโน นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ |๘๐.๑๙๘| สาวโก วรุโณ นาม ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน วสีสตสหสฺเสหิ อุปคญฺฉิ วินายกํ ฯ |๘๐.๑๙๙| ปิยทสฺสี ตุ ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา สิตํ ปาตุกริ ชิโน ฯ |๘๐.๒๐๐| อนุรุทฺโธ อุปฏฺฐาโก ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อปุจฺฉิตฺถ มหามุนึ ฯ |๘๐.๒๐๑| โก นุ โข ภควา เหตุ สิตกมฺมสฺส สตฺถุโน การเณ วิชฺชมานมฺหิ สตฺถา ปาตุกเร สิตํ ฯ |๘๐.๒๐๒| สตฺตาหํ ปุปฺผฉทนํ โย เม ธาเรสิ มาณโว ตสฺส กมฺมํ สริตฺวาน สิตํ ปาตุกรึ อหํ ฯ |๘๐.๒๐๓| อโนกาสํ น ปสฺสามิ ยนฺตํ ปุญฺญํ วิปจฺจติ เทวโลเก มนุสฺเส วา โอกาโสว น สมฺมติ ฯ |๘๐.๒๐๔| เทวโลเก วสนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน ยาวตา ปริสา ตสฺส สาลฉนฺนา ภวิสฺสติ ฯ |๘๐.๒๐๕| ตตฺถ ทิพฺเพหิ นจฺเจหิ คีเตหิ วาทิเตหิ จ รมิสฺสติ สทา สนฺโต ปุญฺญกมฺมสมาหิโต ฯ |๘๐.๒๐๖| ยาวตา ปริสา ตสฺส คนฺธคนฺธิ ภวิสฺสติ สาลสฺส ปุปฺผวสฺโส จ ปวสฺสิสฺสติ ตาวเท ฯ |๘๐.๒๐๗| ตโต จุโตยํ มนุโช มานุสํ อาคมิสฺสติ อิธาปิ สาลฉทนํ สพฺพกาลํ ธริสฺสติ ฯ |๘๐.๒๐๘| อิธ นจฺจญฺจ คีตญฺจ สมฺมตาฬสมาหิตํ ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๘๐.๒๐๙| อุคฺคจฺฉนฺเต จ สุริเย สาลวสฺสมฺปวสฺสติ ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ วสฺสติ สพฺพกาลิกํ ฯ |๘๐.๒๑๐| อฏฺฐารเส กปฺปสเต โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๘๐.๒๑๑| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๘๐.๒๑๒| ธมฺมํ อภิสเมนฺตสฺส สาลฉทนํ ภวิสฺสติ จิตเก ฌายมานสฺส ฉทนํ ตตฺถ เหสฺสติ ฯ |๘๐.๒๑๓| วิปากํ กิตฺตยิตฺวาน ปิยทสฺสี มหามุนิ ปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ ตปฺเปนฺโต ธมฺมวุฏฺฐิยา ฯ |๘๐.๒๑๔| ตึสกปฺปานิ เทเวสุ เทวรชฺชมการยึ สฏฺฐี จ สตฺตกฺขตฺตุํ จ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ |๘๐.๒๑๕| เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา ลภามิ วิปุลํ สุขํ อิธาปิ สาลฉทนํ มณฺฑปสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๘๐.๒๑๖| อยํ ปจฺฉิมโก มยฺหํ จริโม วตฺตเต ภโว อิธาปิ สาลฉทนํ เหสฺสติ สพฺพกาลิกํ ฯ |๘๐.๒๑๗| มหามุนึ โตสยิตฺวา โคตมํ สกฺยปุงฺควํ ปตฺโตมฺปิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ |๘๐.๒๑๘| อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ พุทฺธมภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๘๐.๒๑๙| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๘๐.๒๒๐| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๘๐.๒๒๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สาลมณฺฑปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สาลมณฺฑปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ ปํสุกูลํ พุทฺธสญฺญี ภิสโท ญาณกิตฺตโก จนฺทนี ธาตุปูชี จ ปุฬินุปฺปาทโกปิจ ฯ ตรโณ ธมฺมรุจิโก สาลมณฺฑปิโย ตถา คาถาสตานิ เทฺว โหนฺติ อูนวีสติเมว จ ฯ ปํสุกูลวคฺโค เอกูนปญฺญาสโม ฯ ----------------------