This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

Text only · no interpretationข้อ ๘๘พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ปุฬินถูปิยเถราปทานที่ ๘ ว่าด้วยผลแห่งการก่อสถูปเจดีย์

อฏฺฐมํ ปุฬินถูปิยตฺเถราปทานํ (๔๙๘)

๘๘

ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อยมกะ เราได้ทำอาศรม สร้างบรรณศาลาไว้ที่ภูเขานั้น เราเป็นชฎิลผู้มีตบะใหญ่มีนามชื่อว่า นารทะ ศิษย์สี่หมื่นคนบำรุงเรา ครั้งนั้น เราเป็นผู้หลีกออก เร้นอยู่ คิดอย่างนี้ว่า มหาชนบูชาเรา เราไม่บูชาอะไรๆ เลย ผู้ที่ จะกล่าวสั่งสอนเราก็ไม่มี ใครๆ ที่จะตักเตือนเราก็ไม่มี เราไม่มี อาจารย์และอุปัชฌาย์ อยู่ในป่า ศิษย์ผู้ภักดีพึงบำรุงใจครูทั้งคู่ได้ อาจารย์เช่นนั้นของเราไม่มี การอยู่ในป่าจึงไม่มีประโยชน์ สิ่งที่ควร บูชาเราควรแสวงหาสิ่งที่ควรเคารพก็ควรแสวงหาเหมือนกัน เราจัก ชื่อว่าเป็นผู้มีที่พึ่งพำนักอยู่ ใครๆ จักไม่ติเราได้ ในที่ไม่ไกลอาศรม ของเรา มีแม่น้ำซึ่งมีชายหาด มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ เกลื่อนไปด้วยทรายที่ขาวสะอาด ครั้งนั้น เราได้ไปยังแม่น้ำชื่ออมริกา ตะล่อมเอาทรายมาก่อเป็นเจดีย์ทรายพระสถูปของพระสัมพุทธเจ้าผู้ทำที่ สุดภพ เป็นมุนี ที่ได้มีแล้ว เป็นเช่นนี้ เราได้ทำสถูปนั้นให้เป็น นิมิต เราก่อพระสถูปที่หาดทรายแล้วปิดทอง แล้วเอาดอกกระดึง ทอง ๓๐๐ ดอกมา เราเป็นผู้มีความอิ่มใจ ประนมกรอัญชลี นมัสการทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ไหว้พระเจดีย์ทราย เหมือนถวายบังคม พระสัมพุทธเจ้าในที่เฉพาะพระพักตร์ ฉะนั้น ในเวลาที่กิเลสและ ความตรึกเกี่ยวด้วยกามเกิดขึ้น เราย่อมนึกถึง เพ่งดูพระสถูปที่ได้ ทำไว้ เราอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำสัตว์ออกจากที่กันดาร ผู้นำ ชั้นพิเศษ ตักเตือนตนว่าท่านควรระวังกิเลสไว้ แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ การยังกิเลสให้เกิดขึ้นไม่สมควรแก่ท่าน ครั้งนั้น เมื่อเราคำนึงถึง พระสถูปย่อมเกิดความเคารพขึ้นพร้อมกัน เราบรรเทาวิตกที่น่าเกลียด เสียได้เปรียบเหมือนช้างตัวประเสริฐ ถูกเครื่องแทงหูเบียดเบียน ฉะนั้น เราประพฤติอยู่เช่นนี้ได้ถูกพระยามัจจุราชย่ำยี เราทำกาลกิริยา ณ ที่นั้นแล้ว ได้ไปยังพรหมโลก เราอยู่ในพรหมโลกนั้นตราบเท่า หมดอายุ แล้วมาบังเกิดในไตรทิพย์ ได้เป็นจอมเทวดาเสวยราช สมบัติในเทวโลก ๘๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เราได้ เสวยผลของดอกกระดึงทองเหล่านั้น ดอกกระดึงทอง ๒๒,๐๐๐ ดอก แวดล้อมเราทุกภพ เพราะเราเป็นผู้บำเรอพระสถูป ฝุ่นละอองย่อมไม่ ติดกับตัวที่ตัวเรา เหงื่อไม่ไหล เรามีรัศมีซ่านออกจากตัว โอ พระสถูป เราได้สร้างไว้ดีแล้ว แม่น้ำอมริกาได้เห็นดีแล้ว เราได้ บรรลุบทอันไม่หวั่นไหวก็เพราะได้ก่อพระสถูปทราย อันสัตว์ผู้ ปรารถนาจะกระทำกุศลควรเป็นผู้ยึดเอาสิ่งที่เป็นสาระ ไม่ใช่เป็นด้วย เขตหรือไม่ใช่เขตความปฏิบัตินั่นเองเป็นสาระ บุรุษผู้มีกำลัง มีความ อุตสาหะที่จะข้ามทะเลหลวง พึงถือเอาท่อนไม้เล็ก วิ่งไปสู่ทะเล หลวงด้วยคิดว่า เราอาศัยไม้นี้จักข้ามทะเลหลวงไปได้ นรชนพึงข้าม ทะเลหลวงไปด้วยความเพียรอุตสาหะ แม้ฉันใด เราก็ฉันนั้นเหมือน กัน อาศัยกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ทำไว้แล้ว จึงข้ามพ้นสงสาร ไปได้ เมื่อถึงภพสุดท้าย เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้วเกิดในสกุล พราหมณ์มหาศาลอันมั่งคั่ง ในพระนครสาวัตถี มารดาบิดาของเรา เป็นคนมีศรัทธานับถือพระพุทธเจ้า ท่านทั้งสองนี้เป็นผู้เห็นธรรมฟัง ธรรม ประพฤติตามคำสอน ท่านทั้งสองถือเอาผ้าลาดสีขาว มีเนื้อ อ่อนมากที่ต้นโพธิ์มาทำพระสถูปทองนมัสการในที่เฉพาะพระพักตร์ แห่งพระศากยบุตรทุกเย็นเช้าในวันอุโบสถ ท่านทั้งสองนำเอา พระสถูปทองออก กล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า ยับยั้งอยู่ตลอด ๓ ยาม เราได้เห็นพระสถูปเสมอ จึงระลึกถึงเจดีย์ทรายขึ้นได้ นั่งบนอาสนะอันเดียวได้บรรลุอรหัตแล้ว. จบ ภาณวารที่ ๒๒. เราแสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นปราชญ์นั้นอยู่ได้เห็นพระธรรมเสนาบดี จึงออกจากเรือนบรรพชาในสำนักของท่าน เราได้บรรลุอรหัตแต่ อายุ ๗ ขวบ พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาจักษุทรงทราบคุณวิเศษของ เราจึงให้เราอุปสมบท เรามีการกระทำอันบริบูรณ์ดีแล้ว แต่ยังเป็น ทารกอยู่ทีเดียว ทุกวันนี้ กิจที่ควรทำในศาสนาของพระศากยบุตร เราทำเสร็จแล้ว ข้าแต่พระฤาษีผู้มีความเพียรใหญ่ สาวกของ พระองค์เป็นผู้ล่วงพ้นเวรภัยทุกอย่าง ล่วงพ้นความเกี่ยวข้องทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งพระสถูปทอง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธ ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุฬินถูปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปุฬินถูปิยเถราปทาน.

|๘๘.๕๗| หิมวนฺตสฺสวิทูเร ยมโก นาม ปพฺพโต อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ |๘๘.๕๘| นารโท นาม นาเมน ชฏิโล อุคฺคตาปโน จตุทฺทสสหสฺสานิ สิสฺสา ปริจรนฺติ มํ ฯ |๘๘.๕๙| ปฏิสลฺลีนโก สนฺโต เอวํ จินฺเตสหนฺตทา มหาชนา มํ ปูเชนฺติ นาหํ ปูเชมิ กิญฺจนํ ฯ |๘๘.๖๐| น เม โอวาทโก อตฺถิ วตฺตา โกจิ น วิชฺชติ อนาจริยุปชฺฌาโย วเน วาสํ อุเปมหํ ฯ |๘๘.๖๑| อุปาสมาโน ยมกํ ครุจิตฺตํ อุปฏฺฐเห โส เม อาจริโย นตฺถิ วนวาโส นิรตฺถโก ฯ |๘๘.๖๒| อายาคํ เม คเวสิยํ ครุภาวนิยํ ตถา สาสสฺสโย วสิสฺสามิ น โกจิ ครหิสฺสติ ฯ |๘๘.๖๓| อุตฺตานกูลา นทิกา สุปติตฺถา มโนรมา สุสุทฺธปุฬินากิณฺณา อวิทูเร มมสฺสมํ ฯ |๘๘.๖๔| นทึ อมริกํ นาม อุปคนฺตฺวา อหนฺตทา สงฺกฑฺฒิตฺวาน ปุฬินํ อกํ ปุฬินเจติยํ ฯ |๘๘.๖๕| เย เต อเหสุํ สมฺพุทฺธา ภวนฺตกรณา มุนี เตสํ เอตาทิโส ถูโป ตํ นิมิตฺตํ กโรมหํ ฯ |๘๘.๖๖| กริตฺวา ปุฬิเน ถูปํ โสวณฺณํ มาปยึ อหํ โสณฺณกึกณิปุปฺผานิ สหสฺเส ตีณิ ปูชยึ ฯ |๘๘.๖๗| สายํ ปาตํ นมสฺสามิ ปีติชาโต กตญฺชลี สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ วนฺทึ ปุฬินเจติยํ ฯ |๘๘.๖๘| ยทา กิเลสา ชายนฺติ วิตกฺกา เคหนิสฺสิตา สรามิ สุกตํ ถูปํ ปจฺจเวกฺขามิ ตาวเท ฯ |๘๘.๖๙| อุปนิสฺสาย วิหรึ สตฺถวาหํ วินายกํ กิเลเส สํวเรยฺยาสิ น ยุตฺตํ ตว มาริส ฯ |๘๘.๗๐| สห อาวชฺชิเต ถูเป คารวํ โหติ เม ตทา กุวิตกฺเก วิโนเทสึ นาโค ตุตฺตฏฺฏิโต ยถา ฯ |๘๘.๗๑| เอวํ วิหรมานํ มํ มจฺจุราชาภิมทฺทถ ตตฺถ กาลํ กโต สนฺโต พฺรหฺมโลกํ อคจฺฉหํ ฯ |๘๘.๗๒| ยาวตายุํ วสิตฺวาน ติทิเว อุปปชฺชหํ อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ ฯ |๘๘.๗๓| สตานํ ตีณิขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๘๘.๗๔| เตสํ กึกณิปุปฺผานํ วิปากํ อนุโภมหํ พาวีสติสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ ภเว ฯ |๘๘.๗๕| ถูปสฺส ปริจิณฺณตฺตา รโชชลฺลํ น ลิมฺปติ คตฺเต เสทา น มุญฺจนฺติ สปฺปภาโส ภวามหํ ฯ |๘๘.๗๖| อโห เม สุกโต ถูโป สุทิฏฺฐามริกา นที ถูปํ กตฺวาน ปุฬินํ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ |๘๘.๗๗| กุสลํ กตฺตุกาเมน ชนฺตุนา สารคาหินา นตฺถิ เขตฺตํ อเขตฺตํ วา ปฏิปตฺติว สารกา ฯ |๘๘.๗๘| ยถาปิ พลวา โปโส อณฺณวํ ตริตุสฺสโห ปริตฺตํ กฏฺฐมาทาย ปกฺขนฺเทยฺย มหาสรํ ฯ |๘๘.๗๙| อิมาหํ กิฏฺฐํ นิสฺสาย ตริสฺสามิ มโหทธึ อุสฺสาเหน วิริเยน ตเรยฺย อุทธึ นโร ฯ |๘๘.๘๐| ตเถว เม กตํ กมฺมํ ปริตฺตํ โถกกญฺจ ยํ ตํ กมฺมํ อุปนิสฺสาย สํสารํ สมติกฺกมึ ฯ |๘๘.๘๑| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต สุกฺกมูเลน โจทิโต สาวตฺถิยํ ปุเร ชาโต มหาสาเล สุอทฺธเก ฯ |๘๘.๘๒| สทฺธา มาตาปิตา มยฺหํ พุทฺธสฺส สรณํ คตา อุโภ ทิฏฺฐสุตา เอเต อนุวตฺตนฺติ สาสนํ ฯ |๘๘.๘๓| โพธิปปฺปฏิกํ คยฺห โสณฺณถูปํ อการยุํ สายํ ปาตํ นมสฺสนฺติ สกฺยปุตฺตสฺส สมฺมุขา ฯ |๘๘.๘๔| อุโปสถมฺหิ ทิวเส โสณฺณถูปํ วินีหรุํ พุทฺธสฺส วณฺณํ กิตฺเตนฺตา ติยามํ วีตินามยุํ ฯ |๘๘.๘๕| สมา ทิสฺวานหํ ถูปํ สรึ ปุฬินเจติยํ เอกาสเน นิสีทิตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ พาวีสติมํ ภาณวารํ ฯ |๘๘.๘๖| คเวสมาโน ตํ ธีรํ ธมฺมเสนาปติทฺทสํ อคารา นิกฺขมิตฺวาน ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ |๘๘.๘๗| ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ อปาปุณึ อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย จกฺขุมา ฯ |๘๘.๘๘| ทารเกเนว สนฺเตน กิริยํ นิฏฺฐิตํ มยา กตํ เม กรณียชฺช สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ |๘๘.๘๙| สพฺพเวรภยาตีโต สพฺพสงฺคาติโค อิสิ สาวโก เต มหาวีร โสณฺณถูปสฺสิทํ ผลํ ฯ |๘๘.๙๐| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๘๘.๙๑| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๘๘.๙๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุฬินถูปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปุฬินถูปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน