This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

คันถโคจฉกะ

Text only · no interpretationข้อ ๗๓๖–๗๔๗พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์12 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ คันถโคจฉกะ

๗๓๖

ธรรมเป็นคันถะ เป็นไฉน? คันถะ ๔ คือ อภิชฌากายคันถะ พยาปาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ.

กตเม ธมฺมา คนฺถา จตฺตาโร คนฺถา อภิชฺฌา กายคนฺโถ พฺยาปาโท กายคนฺโถ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ฯ

๗๓๗

บรรดาคันถะ ๔ นั้น อภิชฌากายคันถะ เป็นไฉน? ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ความคล้อยตามอารมณ์ ความยินดี ความเพลิดเพลิน ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน ความกำหนัดนักแห่งจิต ความอยาก ความสยบ ความหมกมุ่น ความใคร่ ความรักใคร่ ความข้องอยู่ ความจมอยู่ ธรรมชาติผู้คร่าไป ธรรมชาติ ผู้หลอกลวง ธรรมชาติผู้ยังสัตว์ให้เกิด ธรรมชาติผู้ยังสัตว์ให้เกิดพร้อม ธรรมชาติอันร้อยรัด ธรรมชาติอันมีข่าย ธรรมชาติอันกำซาบใจ ธรรมชาติอันซ่านไป ธรรมชาติเหมือนเส้นด้าย ธรรมชาติอันแผ่ไป ธรรมชาติผู้ประมวลมา ธรรมชาติเป็นเพื่อนสอง ปณิธาณ ธรรมชาติผู้นำไป สู่ภพ ตัณหาเหมือนป่า ตัณหาเหมือนดง ความเกี่ยวข้อง ความเยื่อใย ความห่วงใย ความ ผูกพัน ความหวัง กิริยาที่หวัง ภาวะที่หวัง ความหวังรูป ความหวังเสียง ความหวังกลิ่น ความหวังรส ความหวังโผฏฐัพพะ ความหวังลาภ ความหวังทรัพย์ ความหวังบุตร ความหวังชีวิต ธรรมชาติผู้กระซิบ ธรรมชาติผู้กระซิบทั่ว ธรรมชาติผู้กระซิบยิ่ง การกระซิบ กิริยาที่กระซิบ ความ ที่กระซิบ การละโมบ กิริยาที่ละโมบ ความละโมบ ธรรมชาติเป็นเหตุซมซานไป ภาวะที่ใคร่ อารมณ์ดีๆ ความกำหนัดในฐานะอันไม่ควร ความโลภเกินพอดี ความติดใจ กิริยาที่ติดใจ ความปรารถนา ความกระหยิ่มใจ ความปรารถนานัก กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตัณหา ในรูปภพ ตัณหาในอรูปภพ ตัณหาในนิโรธ [คือราคะที่สหรคตด้วยอุจเฉททิฏฐิ] รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา โอฆะ โยคะ คันถะ อุปาทาน อาวรณ์ นิวรณ์ เครื่องปิดบัง เครื่องผูก อุปกิเลส อนุสัย ปริยุฏฐาน ตัณหาเหมือนเถาวัลย์ ความปรารถนามีวัตถุอย่างต่างๆ รากเหง้าแห่งทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ แดนเกิดแห่งทุกข์ บ่วงแห่งมาร เบ็ดแห่งมาร แดนแห่งมาร ตัณหาเหมือนแม่น้ำ ตัณหาเหมือนข่าย ตัณหาเหมือนเชือกผูก ตัณหาเหมือนสมุทร อภิชฌา อกุศลมูลคือโลภะ อันใด นี้เรียกว่า อภิชฌากายคันถะ.

ตตฺถ กตโม อภิชฺฌา กายคนฺโถ โย ราโค สาราโค อนุนโย อนุโรโธ นนฺที นนฺทีราโค จิตฺตสฺส สาราโค อิจฺฉา มุจฺฉา อชฺโฌสานํ เคโธ ปลิเคโธ สงฺโค ปงฺโก เอชา มายา ชนิกา สญฺชนนี สิพฺพินี ชาลินี สริตา วิสตฺติกา สุตฺตํ วิสฏา อายูหนี ทุติยา ปณิธิ ภวเนตฺติ วนํ วนโถ สนฺถโว สิเนโห อเปกฺขา ปฏิพนฺธุ อาสา อาสึสนา อาสึสิตตฺตํ รูปาสา สทฺทาสา คนฺธาสา รสาสา โผฏฺฐพฺพาสา ลาภาสา ธนาสา ปุตฺตาสา ชีวิตาสา ชปฺปา ปชปฺปา อภิชปฺปา ชปฺปา ชปฺปนา ชปฺปิตตฺตํ โลลุปฺปํ โลลุปฺปายนา โลลุปฺปายิตตฺตํ ปุญฺจิกตา สาธุกมฺยตา อธมฺมราโค วิสมโลโภ นิกนฺติ นิกามนา ปตฺถนา ปิหนา สมฺปตฺถนา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา รูปตณฺหา อรูปตณฺหา นิโรธตณฺหา รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา โอโฆ โยโค คนฺโถ อุปาทานํ อาวรณํ นีวรณํ ฉาทนํ พนฺธนํ อุปกฺกิเลโส อนุสโย ปริยุฏฺฐานํ ลตา เววิจฺฉํ ทุกฺขมูลํ ทุกฺขนิทานํ ทุกฺขปฺปภโว มารปาโส มารพลิสํ มารวิสโย ตณฺหานที ตณฺหาชาลํ ตณฺหาคทฺทุลํ ตณฺหาสมุทฺโท อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ อภิชฺฌา กายคนฺโถ ฯ

๗๓๘

พยาปาทกายคันถะ เป็นไฉน? อาฆาตย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้กระทำความเสื่อมเสียแก่เรา อาฆาตย่อมเกิดขึ้น ได้ด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่เรา อาฆาตย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยคิดว่า ผู้นี้จักทำความ เสื่อมเสียแก่เรา อาฆาตย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ทำความเสื่อมเสีย ฯลฯ กำลังทำความ เสื่อมเสีย ฯลฯ จักทำความเสื่อมเสียแก่คนที่รักที่ชอบพอของเรา อาฆาตย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ทำความเจริญ ฯลฯ กำลังทำความเจริญ ฯลฯ จักทำความเจริญแก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ ชอบพอของเรา หรืออาฆาตย่อมเกิดขึ้นได้ในฐานะอันใช่เหตุ จิตอาฆาต ความขัดเคือง ความ กระทบกระทั่ง ความแค้น ความเคือง ความขุ่นเคือง ความพลุ่งพล่าน โทสะ ความคิด ประทุษร้าย ความขุ่นจิต ธรรมชาติที่ประทุษร้ายใจ โกรธ กิริยาที่โกรธ ภาวะที่โกรธ มีลักษณะ เช่นว่านี้ อันใด [และ] การคิดประทุษร้าย กิริยาที่คิดประทุษร้าย ความคิดประทุษร้าย การ คิดปองร้าย กิริยาที่คิดปองร้าย ความคิดปองร้าย ความโกรธ ความแค้น ความดุร้าย ความ ปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต นี้เรียกว่า พยาปาทกายคันถะ.

ตตฺถ กตโม พฺยาปาโท กายคนฺโถ อนตฺถํ เม อจรีติ อาฆาโต ชายติ อนตฺถํ เม จรตีติ อาฆาโต ชายติ อนตฺถํ เม จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ ฯเปฯ อนตฺถํ จรติ ฯเปฯ อนตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจริ ฯเปฯ อตฺถํ จรติ ฯเปฯ อตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ อฏฺฐาเน วา ปน อาฆาโต ชายติ โย เอวรูโป จิตฺตสฺส อาฆาโต ปฏิฆาโต ปฏิฆํ ปฏิวิโรโธ โกโป ปโกโป สมฺปโกโป โทโส ปโทโส สมฺปโทโส จิตฺตสฺส พฺยาปตฺติ มโนปโทโส โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺตํ โทโส ทูสนา ทูสิตตฺตํ พฺยาปตฺติ พฺยาปชฺชนา พฺยาปชฺชิตตฺตํ วิโรโธ ปฏิวิโรโธ จณฺฑิกฺกํ อสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ พฺยาปาโท กายคนฺโถ ฯ

๗๓๙

สีลัพพตปรามาสกายคันถะ เป็นไฉน? ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ด้วยศีลพรตของสมณพราหมณ์ ในภายนอกแต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ป่าชัฏคือทิฏฐิ กันดารคือทิฏฐิ ความเห็นเป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ความผันแปรแห่งทิฏฐิ สัญโญชน์คือทิฏฐิ ความยึดถือ ความ ยึดมั่น ความตั้งมั่น ความถือผิด ทางชั่ว ทางผิด ภาวะที่ผิด ลัทธิเป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาสกายคันถะ.

ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ คาโห ปฏิคฺคาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ ฯ

๗๔๐

อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ เป็นไฉน? ความเห็นว่า โลกเที่ยง นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าโลกไม่เที่ยง นี้แหละ จริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าโลกมีที่สุด นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าโลกไม่มี ที่สุด นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าชีพอันนั้นสรีระก็อันนั้น นี้แหละจริง อย่างอื่น เปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าชีพเป็นอื่นสรีระก็เป็นอื่น นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าสัตว์ยัง เป็นอยู่เบื้องหน้าแต่มรณะ นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าสัตว์ไม่เป็นอยู่เบื้องหน้าแต่ มรณะ นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าสัตว์ยังเป็นอยู่ก็มีไม่เป็นอยู่ก็มีเบื้องหน้าแต่มรณะ นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ว่าสัตว์ยังเป็นอยู่ก็ไม่ใช่ ไม่เป็นอยู่ก็ไม่ใช่เบื้องหน้าแต่ มรณะ นี้แหละจริง อย่างอื่นเปล่า ดังนี้ก็ดี ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ป่าชัฏคือทิฏฐิ กันดาร คือทิฏฐิ ความเห็นเป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ความผันแปรแห่งทิฏฐิ สัญโญชน์คือทิฏฐิ ความ ยึดถือ ความยึดมั่น ความตั้งมั่น ความถือผิด ทางชั่ว ทางผิด ภาวะที่ผิด ลัทธิเป็นบ่อเกิด แห่งความพินาศ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า อิทังสัจจาภินิเวสกาย- *คันถะ. มิจฉาทิฏฐิแม้ทุกอย่าง เว้นสีลัพพตปรามาสกายคันถะ จัดเป็นอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ. สภาวะธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นคันถะ.

ตตฺถ กตโม อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา อนฺตวา โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา อนนฺตวา โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ คาโห ปฏิคฺคาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ฯ ฐเปตฺวา สีลพฺพตปรามาสํ กายคนฺถํ สพฺพาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ฯ อิเม ธมฺมา คนฺถา ฯ

๗๔๑

ธรรมไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน? เว้นคันถธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็น กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นคันถะ.

กตเม ธมฺมา โนคนฺถา เต ธมฺมา ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา โนคนฺถา ฯ

๗๔๒

ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของ คันถะ. ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ.

กตเม ธมฺมา คนฺถนิยา สาสวา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา คนฺถนิยา ฯ กตเม ธมฺมา อคนฺถนิยา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อคนฺถนิยา ฯ

๗๔๓

ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยคันถธรรมเหล่านั้น คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ. ธรรมวิปปยุตจากคันถะ เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด วิปปยุตจากคันถธรรมเหล่านั้น คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากคันถะ.

กตเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ฯ

๗๔๔

ธรรมเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? คันถธรรมเหล่านั้นนั่นเอง ชื่อว่า ธรรมเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ. ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด เป็นอารมณ์ของคันถะโดยคันถธรรมเหล่านั้น เว้นคันถธรรมเหล่านั้นเสีย คือ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร ได้แก่ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็น อารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ.

กตเม ธมฺมา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จ เตว คนฺถา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จ ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา คนฺถนิยา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา สาสวา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา ฯ

๗๔๕

ธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน? สีลัพพตปรามาสกายคันถะ เป็นคันถะ และสัมปยุตด้วยคันถะ โดยอภิชฌากายคันถะ อภิชฌากายคันถะ เป็นคันถะ และสัมปยุตด้วยคันถะ โดยสีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ เป็นคันถะ และสัมปยุตด้วยคันถะ โดยอภิชฌากายคันถะ อภิชฌากายคันถะ เป็นคันถะ และสัมปยุตด้วยคันถะ โดยอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ. ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยคันถธรรมเหล่านั้น เว้นคันถธรรมเหล่านั้นเสีย คือ เวทนา- *ขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ.

กตเม ธมฺมา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ อภิชฺฌากายคนฺเถน คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ อภิชฺฌา กายคนฺโถ สีลพฺพตปรามาสกายคนฺเถน คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ อภิชฺฌากายคนฺเถน คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ อภิชฺฌา กายคนฺโถ อิทํสจฺจาภินิเวสกายคนฺเถน คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ อิเม ธมฺมา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จ ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถา ฯ

๗๔๖

ธรรมวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด วิปปยุตจากคันถธรรมเหล่านั้น คือกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร ได้แก่ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ. ธรรมวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ. คันถโคจฉกะ จบ ----------------------------------------------------- โอฆ-โยคโคจฉกะ

กตเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา คนฺถนิยา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา สาสวา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา คนฺถนิยา ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา อคนฺถนิยา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา อคนฺถนิยา ฯ ----------

๗๔๗

ธรรมเป็นโอฆะ เป็นไฉน? ฯลฯ ธรรมเป็นโยคะ เป็นไฉน? ฯลฯ โอฆ-โยคโคจฉกะ จบ -----------------------------------------------------

กตเม ธมฺมา โอฆา ฯเปฯ กตเม ธมฺมา โยคา ฯเปฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

คันถโคจฉกะ