ปิฏฐิทุกะ
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ ปิฏฐิทุกะ
ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ เป็นไฉน? สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส.
กตเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส ฯ
บรรดาสัญโญชน์ ๓ นั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน? ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของ พระอริยเจ้า ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรม ของสัตบุรุษ ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูป ในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นตน หรือ เห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ.
ตตฺถ กตมา สกฺกายทิฏฺฐิ อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯเปฯ สงฺขาเร ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สกฺกายทิฏฺฐิ ฯ
วิจิกิจฉา เป็นไฉน? ปุถุชนเคลือบแคลงสงสัย ในพระศาสดา ฯลฯ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา.
ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ฯเปฯ ถมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข อยํ วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา ฯ
สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน? ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ด้วยศีลพรต ของสมณพราหมณ์ ในภายนอกแต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่น ว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส.
ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส ฯ
สัญโญชน์ ๓ ดังกล่าวมานี้ และกิเลสซึ่งตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ สัญโญชน์ ๓ นั้น. เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ ๓ นั้น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีสัญโญชน์ ๓ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันโสดาปัตติมรรค ประหาณ. ธรรมอันโสดาปัตติมรรคไม่ประหาณ เป็นไฉน? เว้นสัญโญชนธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็น กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันโสดาปัตติมรรคไม่ประหาณ.
อิมานิ ตีณิ สญฺโญชนานิ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา ฯ กตเม ธมฺมา นทสฺสเนนปหาตพฺพา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นทสฺสเนนปหาตพฺพา ฯ
ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ เป็นไฉน? โลภะ โทสะ โมหะ ที่เหลือ และกิเลสซึ่งตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ โลภะ โทสะ โมหะ นั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วย โลภะ โทสะ โมหะ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีโลภะ โทสะ โมหะ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ. ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ เป็นไฉน? เว้นธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากต ธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ.
กตเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพา อวเสโส โลโภ โทโส โมโห ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพา ฯ กตเม ธมฺมา นภาวนายปหาตพฺพา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นภาวนายปหาตพฺพา ฯ
ธรรมมีสัปปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคประหาณ เป็นไฉน? สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส.
กตเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส ฯ
บรรดาสัญโญชน์ ๓ นั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน? ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของ พระอริยเจ้า ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรม ของสัปบุรุษ ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของสัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูป ในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นตน หรือ เห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน หรือเห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การยึดถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ.
ตตฺถ กตมา สกฺกายทิฏฺฐิ อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯเปฯ สงฺขาเร ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สกฺกายทิฏฺฐิ ฯ
วิจิกิจฉา เป็นไฉน? ปุถุชนเคลือบแคลง สงสัย ในพระศาสดา ฯลฯ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา.
ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ฯเปฯ ถมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข อยํ วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา ฯ
สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน? ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ของสมณพราหมณ์ในภายนอก แต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส.
ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส ฯ
สัญโญชน์ ๓ ดังกล่าวมานี้ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับสัญโญชน์ ๓ นั้น เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ ๓ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีสัญโญชน์ ๓ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีสัมปยุตตเหตุ อันโสดาปัตติมรรคประหาณ. สัญโญชน์ ๓ คือ คือสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ. โลภะ โทสะ โมหะ อันตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับสัญโญชน์ ๓ นั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า สัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคประหาณ. ส่วนกิเลสอันตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ โลภะ โทสะ โมหะ นั้น. เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วย โลภะ โทสะ โมหะ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีโลภะ โทสะ โมหะ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอัน โสดาปัตติมรรคประหาณ. ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคจะประหาณ เป็นไฉน? เว้นธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากต- *ธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปวจร โลกุตตระ คือเวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณ- *ขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันโสดา ปัตติมรรคจะประหาณ.
อิมานิ ตีณิ สญฺโญชนานิ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ฯ ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา ฯ ตเทกฏฺโฐ โลโภ โทโส โมโห อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตู ฯ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ฯ กตเม ธมฺมา นทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ฯ
ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ เป็นไฉน? โลภะ โทสะ โมหะ ที่เหลือ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า สัมปยุตตเหตุอันมรรค เบื้องสูง ๓ ประหาณ. ส่วนกิเลสอันตั้งอยู่ฐานเดียวกับ โลภะ โทสะ โมหะ นั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วย โลภะ โทสะ โมหะ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมี โลภะ โทสะ โมหะ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมี สัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ. ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ จะประหาณ เป็นไฉน? เว้นธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุ อันมรรคเบื้องสูง ๓ จะประหาณ.
กตเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา อวเสโส โลโภ โทโส โมโห อิเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพเหตู ฯ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ฯ กตเม ธมฺมา นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ฯ
ธรรมมีวิตก เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยวิตกนั้น ในภูมิแห่งจิตมีวิตก ที่เป็น กามาวจร รูปาวจร โลกุตตระ เว้นวิตกเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีวิตก. ธรรมไม่มีวิตก เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในภูมิแห่งจิตไม่มีวิตก ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และโลกุตตระ, วิตก รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีวิตก.
กตเม ธมฺมา สวิตกฺกา สวิตกฺกภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน วิตกฺกํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สวิตกฺกา ฯ กตเม ธมฺมา อวิตกฺกา อวิตกฺกภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ วิตกฺโก จ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อวิตกฺกา ฯ
ธรรมมีวิจาร เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยวิจารนั้น ในภูมิแห่งจิตมีวิจาร ที่เป็น กามาวจร รูปาวจร โลกุตตระ เว้นวิจารเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีวิจาร. ธรรมไม่มีวิจาร เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในภูมิแห่งจิตไม่มีวิจาร ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ, วิจาร รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม ไม่มีวิจาร.
กตเม ธมฺมา สวิจารา สวิจารภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน วิจารํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สวิจารา ฯ กตเม ธมฺมา อวิจารา อวิจารภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ วิจาโร จ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อวิจารา ฯ
ธรรมมีปีติ เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยปีตินั้น ในภูมิแห่งจิตมีปีติ ที่เป็น กามาวจร รูปาวจร โลกุตตระ เว้นปีติเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีปีติ. ธรรมไม่มีปีติ เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในภูมิแห่งจิตไม่มีปีติ ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ ปีติ รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มี ปีติ
กตเม ธมฺมา สปฺปีติกา สปฺปีติกภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน ปีตึ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สปฺปีติกา ฯ กตเม ธมฺมา อปฺปีติกา อปฺปีติกภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ปีติ จ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อปฺปีติกา ฯ
ธรรมสหรคตด้วยปีติ เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยปีตินั้น ในภูมิแห่งจิตมีปีติ ที่เป็น กามาวจร รูปาวจร โลกุตตระ เว้นปีติเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยปีติ. ธรรมไม่สรหคตด้วยปีติ เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในจิตอันไม่เป็นภูมิแห่งปีติ ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ ปีติ รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่ สหรคตด้วยปีติ.
กตเม ธมฺมา ปีติสหคตา ปีติภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน ปีตึ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา ปีติสหคตา ฯ กตเม ธมฺมา นปีติสหคตา นปีติภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ปีติ จ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นปีติสหคตา ฯ
ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสุขเวทนานั้นในภูมิแห่ง สุขเวทนา ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร โลกุตตระ เว้นสุขเวทนาเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา. ธรรมไม่สหรคตด้วยสุขเวทนา เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในจิตอันไม่เป็นภูมิแห่งสุขเวทนา ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ สุขเวทา รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่สหรคตด้วยสุขเวทนา.
กตเม ธมฺมา สุขสหคตา สุขภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน สุขํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สุขสหคตา ฯ กตเม ธมฺมา นสุขสหคตา นสุขภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สุขญฺจ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นสุขสหคตา ฯ
ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนานั้นในภูมิแห่ง อุเบกขาเวทนา ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และโลกุตตระ เว้นอุเบกขาเวทนาเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา. ธรรมไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในจิตอันไม่เป็นภูมิแห่งอุเบกขาเวทนาที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ อุเบกขาเวทนา รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่า นี้ชื่อว่า ธรรมไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา.
กตเม ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตา อุเปกฺขาภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน อุเปกฺขํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตา ฯ กตเม ธมฺมา นอุเปกฺขาสหคตา นอุเปกฺขาภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อุเปกฺขา จ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา นอุเปกฺขาสหคตา ฯ
ธรรมเป็นกามาวจร เป็นไฉน? ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งท่องเที่ยวอยู่ นับเนื่องอยู่ ในภูมิระหว่างนี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดอเวจีนรกเป็นที่สุด เบื้องสูงกำหนดเทพชั้น ปรนิมมิตวสวัตตีเป็นที่สุด อันใด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกามาวจร. ธรรมไม่เป็นกามาวจร เป็นไฉน? รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่ เป็นกามาวจร.
กตเม ธมฺมา กามาวจรา เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทเว อนฺโต กริตฺวา ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา ขนฺธธาตุอายตนา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา กามาวจรา ฯ กตเม ธมฺมา นกามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา นกามาวจรา ฯ
ธรรมเป็นรูปาวจร เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิก ของท่านผู้เข้าสมาบัติ (กุศลฌาน) หรือของท่านผู้อุปบัติ (วิปากฌาน) หรือของท่านผู้อยู่ด้วยทิฏฐธรรมสุขวิหาร (กิริยาฌาน) ซึ่งท่องเที่ยวอยู่ นับเนื่อง อยู่ ในภูมิระหว่างนี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดพรหมโลกเป็นที่สุด เบื้องสูงกำหนดเทพชั้นอกนิษฐ์ เป็นที่สุด อันใด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นรูปาวจร. ธรรมไม่เป็นรูปาวจร เป็นไฉน? กามาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่ เป็นรูปาวจร.
กตเม ธมฺมา รูปาวจรา เหฏฺฐโต พฺรหฺมโลกํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต อกนิฏฺเฐ เทเว อนฺโต กริตฺวา ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาริสฺส วา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา รูปาวจรา ฯ กตเม ธมฺมา นรูปาวจรา กามาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา นรูปาวจรา ฯ
ธรรมเป็นอรูปาวจร เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิก ของท่านผู้เข้าสมาบัติ (กุศลฌาน) หรือของท่านผู้อุปบัติ (วิปากฌาน) หรือของท่านผู้อยู่ด้วยทิฏฐิธรรมสุขวิหาร (กิริยาฌาน) ซึ่งท่องเที่ยวอยู่ นับเนื่องอยู่ ในภูมิระหว่างนี้ คือเบื้องต่ำกำหนดเทพผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภูมิเป็นที่สุด เบื้องสูงกำหนด เทพผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ เป็นที่สุด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอรูปาวจร. ธรรมไม่เป็นอรูปาวจร เป็นไฉน? กามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่ เป็นอรูปาวจร.
กตเม ธมฺมา อรูปาวจรา เหฏฺฐโต อากาสานญฺจายตนุปเค เทเว ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต เนวสญฺญานาสญฺญายตนุปเค เทเว อนฺโต กริตฺวา ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาริสฺส วา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา อรูปาวจรา ฯ กตเม ธมฺมา นอรูปาวจรา กามาวจรา รูปาวจรา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา นอรูปาวจรา ฯ
ธรรมเป็นปริยาปันนะ เป็นไฉน? กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นปริยาปันนะ. ธรรมเป็นอปริยาปันนะ เป็นไฉน? มรรค ผลของมรรค และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอปริยาปันนะ.
กตเม ธมฺมา ปริยาปนฺนา สาสวา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา ปริยาปนฺนา ฯ กตเม ธมฺมา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อปริยาปนฺนา ฯ
ธรรมเป็นนิยยานิกะ เป็นไฉน? มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นนิยยานิกะ. อนิยยานิกธรรม เป็นไฉน? เว้นนิยยานิกธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อนิยยานิกธรรม.
กตเม ธมฺมา นิยฺยานิกา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา นิยฺยานิกา ฯ กตเม ธมฺมา อนิยฺยานิกา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อนิยฺยานิกา ฯ
ธรรมให้ผลแน่นอน เป็นไฉน? อนันตริยกรรม ๕ นิยตมิจฉาทิฏฐิ และมรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมให้ผลแน่นอน. ธรรมให้ผลไม่แน่นอน เป็นไฉน? เว้นนิยตธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็น กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมให้ผลไม่แน่นอน.
กตเม ธมฺมา นิยตา ปญฺจ กมฺมานิ อานนฺตริกานิ ยา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิยตา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา นิยตา ฯ กตเม ธมฺมา อนิยตา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อนิยตา ฯ
ธรรมยังมีธรรมอื่นยิ่งกว่า เป็นไฉน? กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมยังมี ธรรมอื่นยิ่งกว่า. ธรรมไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.
กตเม ธมฺมา สอุตฺตรา สาสวา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สอุตฺตรา ฯ กตเม ธมฺมา อนุตฺตรา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อนุตฺตรา ฯ
ธรรมเกิดกับกิเลส เป็นไฉน? อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสอันตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับอกุศลมูล นั้น. เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น. กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเกิดกับกิเลส. ธรรมไม่เกิดกับกิเลส เป็นไฉน? กุศลธรรมและอัพยากตธรรม ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เกิดกับกิเลส. ปิฏฐิทุกะ จบ -----------------------------------------------------
กตเม ธมฺมา สรณา ตีณิ อกุสลมูลานิ โลโภ โทโส โมโห ตเทกฏฺฐา จ กิเสสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา สรณา ฯ กตเม ธมฺมา อรณา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อรณา ฯ ---------