จตุกกนิเทศ
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ จตุกกนิเทศ
ในจตุกกมาติกาเหล่านั้น อาสวะ ๔ เป็นไฉน กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ บรรดาอาสวะ ๔ นั้น กามาสวะ เป็นไฉน ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า กามาสวะ ภวาสวะ เป็นไฉน ความพอใจในภพ ฯลฯ ความหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ เป็นไฉน ความเห็นว่าโลกเที่ยง ฯลฯ ความเห็นว่าสัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้ว จะเกิดอีกก็หามิได้ จะไม่เกิดอีกก็หามิได้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ทิฏฐาสวะ มิจฉาทิฏฐิ แม้ทั้งหมดก็เรียกว่า ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ เป็นไฉน ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ นี้เรียกว่า อวิชชาสวะ เหล่านี้เรียกว่า อาสวะ ๔
ตตฺถ กตเม จตฺตาโร อาสวา กามาสโว ภวาสโว ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโว ฯ ตตฺถ กตโม กามาสโว โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท ฯเปฯ กามชฺโฌสานํ อยํ วุจฺจติ กามาสโว ฯ ตตฺถ กตโม ภวาสโว โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท ฯเปฯ ภวชฺโฌสานํ อยํ วุจฺจติ ภวาสโว ฯ ตตฺถ กตโม ทิฏฺฐาสโว สสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ ทิฏฺฐาสโว สพฺพาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ทิฏฺฐาสโว ฯ ตตฺถ กตโม อวิชฺชาสโว ทุกฺเข อญฺญาณํ ฯเปฯ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ อวิชฺชาสโว ฯ อิเม จตฺตาโร อาสวา ฯ
คันถะ ๔ เป็นไฉน อภิชฌากายคันถะ พยาปาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทัง- *สัจจาภินิเวสกายคันถะ บรรดาคันถะ ๔ นั้น อภิชฌากายคันถะ เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความเพ่งเล็งที่จะเอาทรัพย์สมบัติ ของผู้อื่น อกุศลมูลคือโลภะ อันใด นี้เรียกว่าอภิชฌากายคันถะ พยาปาทกายคันถะ เป็นไฉน ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ทำความเสื่อมเสียแก่เราแล้ว ฯลฯ ความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า พยาปาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ เป็นไฉน สมณพราหมณ์ภายนอกศาสนานี้ มีความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยวัตร ด้วยศีลและวัตร ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอา โดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ เป็นไฉน ความเห็นว่าโลกเที่ยง นี้แหละจริง อย่างอื่นไม่จริง ความเห็นว่า โลกไม่เที่ยง นี้แหละจริง อย่างอื่นไม่จริง ฯลฯ ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วจะเกิดอีกก็หามิได้ จะไม่เกิดอีกก็หามิได้ นี้แหละจริง อย่างอื่น ไม่จริง ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มี ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ ยกเว้นสีลัพพตปรามาส- *กายคันถะ มิจฉาทิฏฐิแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่า อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ เหล่านี้เรียกว่า คันถะ ๔
ตตฺถ กตเม จตฺตาโร คนฺถา อภิชฺฌา กายคนฺโถ พฺยาปาโท กายคนฺโถ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ฯ ตตฺถ กตโม อภิชฺฌา กายคนฺโถ โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ อภิชฺฌา กายคนฺโถ ฯ ตตฺถ กตโม พฺยาปาโท กายคนฺโถ อนตฺถํ เม อจรีติ ฯเปฯ จณฺฑิกฺกํ อสฺสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ พฺยาปาโท กายคนฺโถ ฯ ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ ฯ ตตฺถ กตโม อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วา ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ฯ ฐเปตฺวา สีลพฺพตปรามาสํ กายคนฺถํ สพฺพาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ฯ อิเม จตฺตาโร คนฺถา ฯ
โอฆะ ๔ ฯลฯ โยคะ ๔ ฯลฯ อุปาทาน ๔ เป็นไฉน กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน บรรดาอุปาทาน ๔ นั้น กามุปาทาน เป็นไฉน ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน เป็นไฉน ความเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การบูชาพระรัตนตรัยไม่มีผล ฯลฯ สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดี ผู้ปฏิบัติชอบ รู้ยิ่งเห็นแจ้งประจักษ์ซึ่งโลกนี้และ โลกหน้าด้วยตนเองแล้ว ประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้ไม่มีในโลก ทิฏฐิ ความเห็นไป ข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ทิฏฐุปาทาน ยกเว้นสีลัพพตุปาทานและอัตตวาทุปาทาน มิจฉาทิฏฐิแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่า ทิฏฐุปาทาน สิลัพพตุปาทาน เป็นไฉน สมณพราหมณ์ภายนอกศาสนานี้ มีความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ ด้วยศีล ด้วยวัตร ด้วยศีลและวัตร ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน เป็นไฉน ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยะเจ้า ไม่ฉลาดในธรรม ของพระอริยะเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยะเจ้า ไม่ได้เห็นสัปบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของสัปบุรุษ ย่อมเห็น รูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขารเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็น วิญญาณเป็นตน หรือเห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่น ว่านี้ นี้เรียกว่า อัตตวาทุปาทาน เหล่านี้เรียกว่า อุปาทาน ๔
ตตฺถ กตเม จตฺตาโร โอฆา ฯเปฯ โยคา ฯเปฯ จตฺตาริ อุปาทานานิ กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ ฯ ตตฺถ กตมํ กามุปาทานํ โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท ฯเปฯ กามชฺโฌสานํ อิทํ วุจฺจติ กามุปาทานํ ฯ ตตฺถ กตมํ ทิฏฺฐุปาทานํ นตฺถิ ทินฺนํ นตฺถิ ยิฏฺฐํ ฯเปฯ เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อิทํ วุจฺจติ ทิฏฺฐุปาทานํ ฯ ฐเปตฺวา สีลพฺพตุปาทานญฺจ อตฺตวาทุปาทานญฺจ สพฺพาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ทิฏฺฐุปาทานํ ฯ {๙๖๓.๑} ตตฺถ กตมํ สีลพฺพตุปาทานํ อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อิทํ วุจฺจติ สีลพฺพตุปาทานํ ฯ ตตฺถ กตมํ อตฺตวาทุปาทานํ อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯเปฯ สงฺขาเร ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อิทํ วุจฺจติ อตฺตวาทุปาทานํ อิมานิ จตฺตาริ อุปาทานานิ ฯ
ตัณหุปาทา ๔ เป็นไฉน ตัณหาเมื่อจะเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะจีวรเป็นเหตุบ้าง ตัณหา เมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะบิณฑบาตเป็นเหตุบ้าง ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะเสนาสนะเป็นเหตุบ้าง ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิด เพราะปัจจัยดังกล่าวมานี้อันประณีตและประณีตยิ่งเป็นเหตุบ้าง เหล่านี้เรียกว่า ตัณหุปปาทา ๔
ตตฺถ กตเม จตฺตาโร ตณฺหุปฺปาทา จีวรเหตุ วา ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ ปิณฺฑปาตเหตุ วา ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ เสนาสนเหตุ วา ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ อิติภวาภวเหตุ วา ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ อิเม จตฺตาโร ตณฺหุปฺปาทา ฯ
อคติคมนะ ๔ เป็นไฉน บุคคลย่อมลำเอียงเพราะรักใคร่กัน ย่อมลำเอียงเพราะไม่ชอบกัน ย่อม ลำเอียงเพราะเขลา ย่อมลำเอียงเพราะกลัว ความลำเอียง การถึงความลำเอียง การลำเอียงเพราะรักใคร่กัน การลำเอียงเพราะเป็นพวกพ้องกัน ความหันเหไป เหมือนน้ำไหล อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ เหล่านี้เรียกว่า อคติคมนะ ๔
ตตฺถ กตมานิ จตฺตาริ อคติคมนานิ ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ โทสาคตึ คจฺฉติ โมหาคตึ คจฺฉติ ภยาคตึ คจฺฉติ ยา เอวรูปา อคติ อคติคมนํ ฉนฺทคมนํ วคฺคคมนํ วาริคมนํ อิมานิ จตฺตาริ อคติคมนานิ ฯ
วิปริเยสะ ๔ เป็นไฉน ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจสัญญา ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจจิต ความ เข้าใจผิดด้วยอำนาจทิฏฐิ ในสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจสัญญา ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจจิต ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจทิฏฐิ ในสิ่งที่เป็นทุกข์ว่า เป็นสุข ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจสัญญา ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจจิต ความ เข้าใจผิดด้วยอำนาจทิฏฐิ ในสิ่งที่ไม่ใช่อัตตาตัวตนว่าเป็นอัตตาตัวตน ความเข้าใจ ผิดด้วยอำนาจสัญญา ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจจิต ความเข้าใจผิดด้วยอำนาจทิฏฐิ ในสิ่งที่ไม่งามว่างาม เหล่านี้เรียกว่า วิปริเยสะ ๔
ตตฺถ กตเม จตฺตาโร วิปริเยสา อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโส ทุกฺเข สุขนฺติ สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโส อนตฺตนิ อตฺตาติ สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโส อสุเภ สุภนฺติ สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโส อิเม จตฺตาโร วิปริเยสา ฯ
อนริยโวหาร ๔ เป็นไฉน เมื่อไม่เห็น พูดว่าเห็น เมื่อไม่ได้ยิน พูดว่าได้ยิน เมื่อไม่รู้ พูดว่ารู้ เมื่อไม่รู้แจ้ง พูดว่ารู้แจ้ง เหล่านี้เรียกว่า อนริยโวหาร ๔
ตตฺถ กตเม จตฺตาโร อนริยโวหารา อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาทิตา อสุเต สุตวาทิตา อมุเต มุตวาทิตา อวิญฺญาเต วิญฺญาตวาทิตา อิเม จตฺตาโร อนริยโวหารา ฯ
อนริยโวหาร ๔ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน เมื่อเห็น พูดว่าไม่เห็น เมื่อได้ยิน พูดว่าไม่ได้ยิน เมื่อรู้ พูดว่าไม่รู้ เมื่อรู้แจ้ง พูดว่าไม่รู้แจ้ง เหล่านี้เรียกว่า อนริยโวหาร ๔
ตตฺถ กตเม อปเรปิ จตฺตาโร อนริยโวหารา ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาทิตา สุเต อสุตวาทิตา มุเต อมุตวาทิตา วิญฺญาเต อวิญฺญาตวาทิตา อิเม จตฺตาโร อนริยโวหารา ฯ
ทุจริต ๔ เป็นไฉน ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท เหล่านี้เรียกว่า ทุจริต ๔
ตตฺถ กตมานิ จตฺตาริ ทุจฺจริตานิ ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุมิจฺฉาจาโร มุสาวาโท อิมานิ จตฺตาริ ทุจฺจริตานิ ฯ
ทุจริต ๔ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ เหล่านี้เรียกว่า ทุจริต ๔
ตตฺถ กตมานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ทุจฺจริตานิ มุสาวาโท ปิสุณา วาจา ผรุสา วาจา สมฺผปฺปลาโป อิมานิ จตฺตาริ ทุจฺจริตานิ ฯ
ภัย ๔ เป็นไฉน ชาติภัย ชราภัย พยาธิภัย มรณภัย เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๔
ตตฺถ กตมานิ จตฺตาริ ภยานิ ชาติภยํ ชราภยํ พฺยาธิภยํ มรณภยํ อิมานิ จตฺตาริ ภยานิ ฯ
ภัย ๔ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ราชภัย โจรภัย อุทกภัย อัคคีภัย เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๔
ตตฺถ กตมานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ภยานิ ราชภยํ โจรภยํ อคฺคิภยํ อุทกภยํ อิมานิ จตฺตาริ ภยานิ ฯ
ภัย ๔ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ภัยเกิดแต่คลื่น ภัยเกิดแต่จระเข้ ภัยเกิดแต่วังวน ภัยเกิดแต่ปลาร้าย เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๔
ตตฺถ กตมานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ภยานิ อูมิภยํ กุมฺภิลภยํ อาวฏฺฏภยํ สุสุกาภยํ อิมานิ จตฺตาริ ภยานิ ฯ
ภัย ๔ อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ภัยเกิดแต่การค่อนขอดตัวเอง ภัยเกิดแต่การค่อนขอดผู้อื่น ภัยเกิดแต่ อาชญา ภัยเกิดแต่อบาย เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๔
ตตฺถ กตมานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ภยานิ อตฺตานุวาทภยํ ปรานุวาทภยํ ทณฺฑภยํ ทุคฺคติภยํ อิมานิ จตฺตาริ ภยานิ ฯ
ทิฏฐิ ๔ เป็นไฉน ทิฏฐิเกิดขึ้นโดยแน่แท้มั่นคงว่า สุขทุกข์ตนทำเอง ทิฏฐิเกิดขึ้นโดยแน่ แท้มั่นคงว่า สุขทุกข์คนอื่นกระทำให้ ทิฏฐิเกิดขึ้นโดยแน่แท้มั่นคงว่า สุขทุกข์ ตนทำเองด้วย คนอื่นทำให้ด้วย ทิฏฐิเกิดขึ้นโดยแน่แท้มั่นคงว่า สุขทุกข์ไม่ได้ ทำเองด้วย คนอื่นไม่ได้ทำให้ด้วย แต่เกิดขึ้นเองโดยเฉพาะ เหล่านี้เรียกว่า ทิฏฐิ ๔
ตตฺถ กตมา จตสฺโส ทิฏฺฐิโย สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปรกตํ สุขทุกฺขนฺติ สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขนฺติ สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อสยํกตํ อปรกตํ อธิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อิมา จตสฺโส ทิฏฺฐิโย ฯ จตุกฺกํ ฯ