๑. สัพพสังคาหิกวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๑. สัพพสังคาหิกวาร ๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ ๑. สัพพสังคาหิกวาร (วาระว่าด้วยการรวบรวมสภาวธรรมทั้งหมด)
ขันธ์มีเท่าไร อายตนะมีเท่าไร ธาตุมีเท่าไร สัจจะมีเท่าไร อินทรีย์ มีเท่าไร เหตุมีเท่าไร อาหารมีเท่าไร ผัสสะมีเท่าไร เวทนามีเท่าไร สัญญามีเท่าไร เจตนามีเท่าไร จิตมีเท่าไร ขันธ์มี ๕ อายตนะมี ๑๒ ธาตุมี ๑๘ สัจจะมี ๔ อินทรีย์มี ๒๒ เหตุมี ๙ อาหารมี ๔ ผัสสะมี ๗ เวทนามี ๗ สัญญามี ๗ เจตนามี ๗ จิตมี ๗
บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน ขันธ์มี ๕ คือ ๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์ ๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์ ๕. วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ (๑)
อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน อายตนะ ๑๒ คือ ๑. จักขายตนะ ๒. รูปายตนะ ๓. โสตายตนะ ๔. สัททายตนะ ๕. ฆานายตนะ ๖. คันธายตนะ ๗. ชิวหายตนะ ๘. รสายตนะ ๙. กายายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ ๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒ (๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๓๕} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๑. สัพพสังคาหิกวาร
ธาตุ ๑๘ เป็นไฉน ธาตุ ๑๘ คือ ๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ ๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖. โสตวิญญาณธาตุ ๗. ฆานธาตุ ๘. คันธธาตุ ๙. ฆานวิญญาณธาตุ ๑๐. ชิวหาธาตุ ๑๑. รสธาตุ ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ ๑๓. กายธาตุ ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ ๑๕. กายวิญญาณธาตุ ๑๖. มโนธาตุ ๑๗. ธัมมธาตุ ๑๘. มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ (๓)
สัจจะ ๔ เป็นไฉน สัจจะ ๔ คือ ๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ ๓. มัคคสัจ ๔. นิโรธสัจ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๔ (๔)
อินทรีย์ ๒๒ เป็นไฉน อินทรีย์ ๒๒ คือ ๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์ ๓. ฆานินทรีย์ ๔. ชิวหินทรีย์ ๕. กายินทรีย์ ๖. มนินทรีย์ ๗. อิตถินทรีย์ ๘. ปุริสินทรีย์ ๙. ชีวิตินทรีย์ ๑๐. สุขินทรีย์ ๑๑. ทุกขินทรีย์ ๑๒. โสมนัสสินทรีย์ ๑๓. โทมนัสสินทรีย์ ๑๔. อุเปกขินทรีย์ ๑๕. สัทธินทรีย์ ๑๖. วิริยินทรีย์ ๑๗. สตินทรีย์ ๑๘. สมาธินทรีย์ ๑๙. ปัญญินทรีย์ ๒๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ๒๑. อัญญินทรีย์ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒ (๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๓๖} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๑. สัพพสังคาหิกวาร
เหตุ ๙ เป็นไฉน เหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ และอัพยากตเหตุ ๓ บรรดาเหตุ ๙ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน กุศลเหตุ ๓ คือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ และกุศลเหตุคือ อโมหะ เหล่านี้ชื่อว่ากุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน อกุศลเหตุ ๓ คือ อกุศลเหตุคือโลภะ อกุศลเหตุคือโทสะ และอกุศลเหตุ คือโมหะ เหล่านี้ชื่อว่าอกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน อัพยากตเหตุ ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งสภาวธรรม ที่เป็นกุศล หรือในสภาวธรรมที่เป็นอัพยากตกิริยา เหล่านี้ชื่อว่าอัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๙ (๖)
อาหาร ๔ เป็นไฉน อาหาร ๔ คือ ๑. กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว) ๒. ผัสสาหาร (อาหารคือผัสสะ) ๓. มโนสัญเจตนาหาร (อาหารคือมโนสัญเจตนา) ๔. วิญญาณาหาร (อาหารคือวิญญาณ) เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๔ (๗)
ผัสสะ ๗ เป็นไฉน ผัสสะ ๗ คือ ๑. จักขุสัมผัส ๒. โสตสัมผัส ๓. ฆานสัมผัส ๔. ชิวหาสัมผัส ๕. กายสัมผัส ๖. มโนธาตุสัมผัส ๗. มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗ (๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๓๗} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๑. สัพพสังคาหิกวาร
เวทนา ๗ เป็นไฉน เวทนา ๗ คือ ๑. เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ๒. เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส ๓. เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส ๔. เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส ๕. เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ๖. เวทนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส ๗. เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า เวทนา ๗ (๙)
สัญญา ๗ เป็นไฉน สัญญา ๗ คือ ๑. สัญญาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ๒. สัญญาที่เกิดแต่โสตสัมผัส ๓. สัญญาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส ๔. สัญญาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส ๕. สัญญาที่เกิดแต่กายสัมผัส ๖. สัญญาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส ๗. สัญญาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า สัญญา ๗ (๑๐)
เจตนา ๗ เป็นไฉน เจตนา ๗ คือ ๑. เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ๒. เจตนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส ๓. เจตนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส ๔. เจตนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส ๕. เจตนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ๖. เจตนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส ๗. เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า เจตนา ๗ (๑๑)
จิต ๗ เป็นไฉน จิต ๗ คือ ๑. จักขุวิญญาณ ๒. โสตวิญญาณ ๓. ฆานวิญญาณ ๔. ชิวหาวิญญาณ ๕. กายวิญญาณ ๖. มโนธาตุ ๗. มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗ (๑๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๓๘}