This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๕

Other items in this volume

รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์รูปขันธ์เวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา๑. สุตตันตภาชนีย์๒. อภิธรรมภาชนีย์๓. ปัญหาปุจฉกะธาตุ ๖ นัยที่ ๑ ธาตุ ๖ นัยที่ ๒ ธาตุ ๖ นัยที่ ๓ธาตุ ๑๘ ๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ ๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖. โสตวิญญาณธาตุ ๗. ฆานธาตุ ๘. คันธธาตุ ๙. ฆานวิญญาณธาตุ ๑๐. ชิวหาธาตุ ๑๑. รสธาตุ ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ ๑๓. กายธาตุ ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ ๑๕. กายวิญญาณธาตุ ๑๖. มโนธาตุ ๑๗. ธรรมธาตุ ๑๘. มโนวิญญาณธาตุธาตุ ๑๘ ๑. ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอริยสัจ ๔ ๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ ๓. นิโรธสัจ ๔. มัคคสัจสัจจะ ๔สัจจะ ๔สัจจะ ๔อริยสัจ ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาอินทรีย์ ๒๒ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฯลฯ ฆานินทรีย์ ฯลฯ ชิวหินทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์อินทรีย์ ๒๒ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ ... จึงมี๑. ปัจจยจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] ๒. เหตุจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] ๓. สัมปยุตตจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] ๔. อัญญมัญญจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] อภิธรรมมาติกา นัย ๘ มีสังขารมูลกนัยเป็นต้น๕. ปัจจยจตุกกะ ๖. เหตุจตุกกะ ๗. สัมปยุตตจตุกกะ ๘. อัญญมัญญจตุกกะ ๙. อกุสลนิทเทส อกุศลจิต ๑๒ อกุศลจิตดวงที่ ๒-๔๑๐. กุสลนิทเทส๑๑. อัพยากตนิทเทส๑๒. อวิชชามูลกกุสลนิทเทส ๑๓. กุสลมูลกวิปากนิทเทส๑๔. อกุสลมูลกวิปากนิทเทสสติปัฏฐาน ๔ ๑. กายานุปัสสนานิทเทส ๒. เวทนานุปัสสนานิทเทส ๓. จิตตานุปัสสนานิทเทส ๔. ธัมมานุปัสสนานิทเทสสติปัฏฐานอุทเทส สติปัฏฐานนิทเทสสติปัฏฐาน ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาสัมมัปปธาน ๔ เพียรป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดมิให้เกิด เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เพียรสร้างกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดแล้วไม่ให้เสื่อมสัมมัปปธาน ๔ เพียรป้องกันสภาวธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิดมิให้เกิด เพียรละสภาวธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งเกิดแล้ว เพียรสร้างสภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิดให้เกิด เพียรรักษาสภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งเกิดแล้วไม่ให้เสื่อมสัมมัปปธาน ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอิทธิบาท ๔ ๑. ฉันทิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาทอิทธิบาท ๔ ๑. ฉันทิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาทอิทธิบาท ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาโพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๑ โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๒ โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๓เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัยเอกโตปุจฉาวิสัชนานัยโพชฌงค์ ๗ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑ อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๒มรรคมีองค์ ๘เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัยอัฏฐังคิกวารเอกโตปุจฉาวิสัชนานัย ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัยอริยมรรคมีองค์ ๘ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนามาติกามาติกานิทเทส๑. รูปาวจรกุศล ฌานจตุกกนัย ฌานปัญจกนัย ๒. อรูปาวจรกุศล ๓. โลกุตตรกุศล ฌานจตุกกนัย ฌานปัญจกนัย ๔. รูปาวจรวิบาก ๕. อรูปาวจรวิบาก ๖. โลกุตตรวิบาก ๗. รูปารูปาวจรกิริยาติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอัปปมัญญา ๔ ๑. เมตตาอัปปมัญญานิทเทส ๒. กรุณาอัปปมัญญานิทเทส ๓. มุทิตาอัปปมัญญานิทเทส ๔. อุเปกขาอัปปมัญญานิทเทสอัปปมัญญา ๔ เมตตากุศลฌานจตุกกนัย เมตตากุศลฌานปัญจกนัย กรุณากุศลฌานจตุกกนัย กรุณากุศลฌานปัญจกนัย มุทิตากุศลฌานจตุกกนัย มุทิตากุศลฌานปัญจกนัย อุเปกขากุศลฌานอัปปมัญญา ๔ เมตตาวิปากฌาน กรุณาวิปากฌาน มุทิตาวิปากฌาน อุเปกขาวิปากฌานอัปปมัญญา ๔ เมตตากิริยาฌาน เป็นต้นอัปปมัญญา ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาแจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ นัยที่ ๑ แจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ นัยที่ ๒ สภาวธรรมที่เป็นสิกขาสิกขาบท ๕ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา๑. สังคหวาร๒. สัจจวาร ๓. เหตุวาร ๔. ธัมมวาร ๕. ปฏิจจสมุปปาทวาร ๖. ปริยัตติวาร๑. กุสลวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ โดยรูปาวจรกุศลจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยอรูปาวจรกุศลจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยโลกุตตรกุศลจิต ๒. อกุสลวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ โดยอกุศลจิต ๓. วิปากวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอเหตุกกุศลวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยกามาวจรวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอรูปาวจรวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยโลกุตตรวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอกุศลวิปากจิต ๔. กิริยาวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอเหตุกกิริยาจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยกิริยาจิตปฏิสัมภิทา ๔ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา๑. เอกกมาติกา ๒. ทุกมาติกา ๓. ติกมาติกา ๔. จตุกกมาติกา ๕. ปัญจกมาติกา ๖. ฉักกมาติกา ๗. สัตตกมาติกา ๘. อัฏฐกมาติกา ๙. นวกมาติกา ๑๐. ทสกมาติกา๑. เอกกนิทเทส ๒. ทุกนิทเทส ๓. ติกนิทเทส ๔. จตุกกนิทเทส ๕. ปัญจกนิทเทส๖. ฉักกนิทเทส ๗. สัตตกนิทเทส ๘. อัฏฐกนิทเทส ๙. นวกนิทเทส ๑๐. ทสกนิทเทส๑. เอกกมาติกา ๒. ทุกมาติกา ๓. ติกมาติกา ๔. จตุกกมาติกา ๕. ปัญจกมาติกา ๖. ฉักกมาติกา ๗. สัตตกมาติกา ๘. อัฏฐกมาติกา ๙. นวกมาติกา ๑๐. ทสกมาติกา๑. เอกกนิทเทส๒. ทุกนิทเทส๓. ติกนิทเทส๔. จตุกกนิทเทส๕. ปัญจกนิทเทส๖. ฉักกนิทเทส๗. สัตตกนิทเทส๘. อัฏฐกนิทเทส๙. นวกนิทเทส๑๐. ทสกนิทเทสตัณหาวิจริตนิทเทสทิฏฐิ ๖๒๑. สัพพสังคาหิกวาร๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร๓. ปริยาปันนาปริยาปันนวาร๔. ธัมมทัสสนวาร๕. ภูมันตรทัสสนวาร๖. อุปปาทกกัมมอายุปปมาณวาร๗. อภิญเญยยาทิวาร๘. สารัมมณานารัมมณวาร๙. ทิฏฐสุตาทิทัสสนวาร๑๐. ติกาทิทัสสนวาร ๑. กุสลติกะ๒. เวทนาติกะ๓. วิปากติกะ๔. อุปาทินนติกะ๕. วิตักกติกะ๑. รูปทุกะ๒. โลกิยทุกะ

Scripture

๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

8 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๑. กามธาตุ ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร (วาระว่าด้วยการแสดงสภาวธรรมที่เกิดได้และไม่ได้) ๑. กามธาตุ (ธาตุในกามภูมิ)

ในกามธาตุ ขันธ์มีเท่าไร อายตนะมีเท่าไร ธาตุมีเท่าไร สัจจะ มีเท่าไร อินทรีย์มีเท่าไร เหตุมีเท่าไร อาหารมีเท่าไร ผัสสะมีเท่าไร เวทนา มีเท่าไร สัญญามีเท่าไร เจตนามีเท่าไร จิตมีเท่าไร ในกามธาตุ ขันธ์มี ๕ อายตนะมี ๑๒ ธาตุมี ๑๘ สัจจะมี ๓ อินทรีย์มี ๒๒ เหตุมี ๙ อาหารมี ๔ ผัสสะมี ๗ เวทนามี ๗ สัญญามี ๗ เจตนามี ๗ จิตมี ๗

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ เป็นไฉน ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ คือ ๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์ ๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์ ๕. วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ (๑) อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ คือ ๑. จักขายตนะ ๒. รูปายตนะ ฯลฯ ๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ (๒) ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๓๙} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๑. กามธาตุ ๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ ๑๖. มโนธาตุ ๑๗. ธัมมธาตุ ๑๘. มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ (๓) สัจจะ ๓ ในกามธาตุ เป็นไฉน สัจจะ ๓ ในกามธาตุ คือ ๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ ๓. มัคคสัจ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ในกามธาตุ (๔) อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ คือ ๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์ ฯลฯ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ (๕) เหตุ ๙ ในกามธาตุ เป็นไฉน เหตุ ๙ ในกามธาตุ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ และอัพยากตเหตุ ๓ ฯลฯ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๙ ในกามธาตุ (๖) อาหาร ๔ ในกามธาตุ เป็นไฉน อาหาร ๔ ในกามธาตุ คือ ๑. กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว) ๒. ผัสสาหาร (อาหารคือผัสสะ) ๓. มโนสัญเจตนาหาร (อาหารคือมโนสัญเจตนา) ๔. วิญญาณาหาร (อาหารคือวิญญาณ) เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๔ ในกามธาตุ (๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๐} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๑. กามธาตุ ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ คือ ๑. จักขุสัมผัส ฯลฯ ๗. มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ (๘) เวทนา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน เวทนา ๗ ในกามธาตุ คือ ๑. เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ๗. เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า เวทนา ๗ ในกามธาตุ (๙) สัญญา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน สัญญา ๗ ในกามธาตุ คือ ๑. สัญญาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ๗. สัญญาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า สัญญา ๗ ในกามธาตุ (๑๐) เจตนา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน เจตนา ๗ ในกามธาตุ คือ ๑. เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ๗. เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า เจตนา ๗ ในกามธาตุ (๑๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๑} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๒. รูปธาตุ จิต ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน จิต ๗ ในกามธาตุ คือ ๑. จักขุวิญญาณ ๒. โสตวิญญาณ ๓. ฆานวิญญาณ ๔. ชิวหาวิญญาณ ๕. กายวิญญาณ ๖. มโนธาตุ ๗. มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗ ในกามธาตุ (๑๒) ๒. รูปธาตุ (ธาตุในรูปภูมิ)

ในรูปธาตุ ขันธ์มีเท่าไร ฯลฯ จิตมีเท่าไร ในรูปธาตุ ขันธ์มี ๕ อายตนะมี ๖ ธาตุมี ๙ สัจจะมี ๓ อินทรีย์มี ๑๔ เหตุ มี ๘ อาหารมี ๓ ผัสสะมี ๔ เวทนามี ๔ สัญญามี ๔ เจตนามี ๔ จิตมี ๔

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ เป็นไฉน ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ คือ ๑. รูปขันธ์ ฯลฯ ๕. วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ (๑) อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ เป็นไฉน อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ คือ ๑. จักขายตนะ ๒. รูปายตนะ ๓. โสตายตนะ ๔. สัททายตนะ ๕. มนายตนะ ๖. ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ (๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๒} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๒. รูปธาตุ ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ เป็นไฉน ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ คือ ๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ ๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖. โสตวิญญาณธาตุ ๗. มโนธาตุ ๘. ธัมมธาตุ ๙. มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ (๓) สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ คือ ๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ ๓. มัคคสัจ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ (๔) อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ คือ ๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์ ๓. มนินทรีย์ ๔. ชีวิตินทรีย์ ๕. โสมนัสสินทรีย์ ๖. อุเปกขินทรีย์ ๗. สัทธินทรีย์ ๘. วิริยินทรีย์ ๙. สตินทรีย์ ๑๐. สมาธินทรีย์ ๑๑. ปัญญินทรีย์ ๑๒. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ๑๓. อัญญินทรีย์ ๑๔. อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ (๕) เหตุ ๘ ในรูปธาตุ เป็นไฉน เหตุ ๘ ในรูปธาตุ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๒ และอัพยากตเหตุ ๓ บรรดาเหตุ ๘ นั้น กุศลเหตุ ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน กุศลเหตุ ๓ ในรูปธาตุ คือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ และ กุศลเหตุคืออโมหะ เหล่านี้ชื่อว่ากุศลเหตุ ๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๓} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๒. รูปธาตุ อกุศลเหตุ ๒ เป็นไฉน อกุศลเหตุ ๒ คือ อกุศลเหตุคือโลภะ และอกุศลเหตุคือโมหะ เหล่านี้ชื่อว่าอกุศลเหตุ ๒ อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน อัพยากตเหตุ ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ฝ่ายวิปากแห่งสภาวธรรม ที่เป็นกุศล หรือในสภาวธรรมที่เป็นอัพยากตกิริยา เหล่านี้ชื่อว่าอัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๘ ในรูปธาตุ (๖) อาหาร ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน อาหาร ๓ ในรูปธาตุ คือ ๑. ผัสสาหาร ๒. มโนสัญเจตนาหาร ๓. วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๓ ในรูปธาตุ (๗) ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ คือ ๑. จักขุสัมผัส ๒. โสตสัมผัส ๓. มโนธาตุสัมผัส ๔. มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ (๘) เวทนา ๔ ฯลฯ สัญญา ๔ ฯลฯ เจตนา ๔ ฯลฯ จิต ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน จิต ๔ ในรูปธาตุ คือ ๑. จักขุวิญญาณ ๒. โสตวิญญาณ ๓. มโนธาตุ ๔. มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๔ ในรูปธาตุ (๙-๑๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๔} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๓. อรูปธาตุ ๓. อรูปธาตุ (ธาตุในอรูปภูมิ)

ในอรูปธาตุ ขันธ์มีเท่าไร ฯลฯ จิตมีเท่าไร ในอรูปธาตุ ขันธ์มี ๔ อายตนะมี ๒ ธาตุมี ๒ สัจจะมี ๓ อินทรีย์มี ๑๑ เหตุมี ๘ อาหารมี ๓ ผัสสะมี ๑ เวทนามี ๑ สัญญามี ๑ เจตนามี ๑ จิตมี ๑

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ คือ ๑. เวทนาขันธ์ ๒. สัญญาขันธ์ ๓. สังขารขันธ์ ๔. วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ (๑) อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ คือ มนายตนะ และธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ (๒) ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ คือ มโนวิญญาณธาตุ และธัมมธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ (๓) สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ คือ ๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ ๓. มัคคสัจ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ (๔) อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๕} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๓. อรูปธาตุ อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ คือ ๑. มนินทรีย์ ๒. ชีวิตินทรีย์ ๓. โสมนัสสินทรีย์ ๔. อุเปกขินทรีย์ ๕. สัทธินทรีย์ ๖. วิริยินทรีย์ ๗. สตินทรีย์ ๘. สมาธินทรีย์ ๙. ปัญญินทรีย์ ๑๐. อัญญินทรีย์ ๑๑. อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ (๕) เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๒ อัพยากตเหตุ ๓ ฯลฯ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ (๖) อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ คือ ๑. ผัสสาหาร ๒. มโนสัญเจตนาหาร ๓. วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ (๗) ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้เรียกว่า ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ (๘) เวทนา ๑ ฯลฯ สัญญา ๑ ฯลฯ เจตนา ๑ ฯลฯ จิต ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน จิต ๑ ในอรูปธาตุ คือ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่า จิต ๑ ในอรูปธาตุ (๙-๑๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๖} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๔. อปริยาปันนะ ๔. อปริยาปันนะ (ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์)

ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ขันธ์มีเท่าไร ฯลฯ จิตมีเท่าไร ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ขันธ์มี ๔ อายตนะมี ๒ ธาตุมี ๒ สัจจะมี ๒ อินทรีย์มี ๑๒ เหตุมี ๖ อาหารมี ๓ ผัสสะมี ๑ เวทนามี ๑ สัญญามี ๑ เจตนามี ๑ จิตมี ๑

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องใน วัฏฏทุกข์ เป็นไฉน ขันธ์ ๔ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ ๑. เวทนาขันธ์ ๒. สัญญาขันธ์ ๓. สังขารขันธ์ ๔. วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๔ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๑) อายตนะ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน อายตนะ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ มนายตนะ และธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๒) ธาตุ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน ธาตุ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ มโนวิญญาณธาตุ และธัมมธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๓) สัจจะ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน สัจจะ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ มัคคสัจ และนิโรธสัจ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๔) อินทรีย์ ๑๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน อินทรีย์ ๑๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๗} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร ๔. อปริยาปันนะ ๑. มนินทรีย์ ๒. ชิวหินทรีย์ ๓. โสมนัสสินทรีย์ ๔. อุเปกขินทรีย์ ๕. สัทธินทรีย์ ๖. วิริยินทรีย์ ๗. สตินทรีย์ ๘. สมาธินทรีย์ ๙. ปัญญินทรีย์ ๑๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ๑๑. อัญญินทรีย์ ๑๒. อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๒ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๕) เหตุ ๖ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน เหตุ ๖ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ กุศลเหตุ ๓ และอัพยากตเหตุ ๓ บรรดาเหตุ ๖ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน กุศลเหตุ ๓ คือ ๑. กุศลเหตุคืออโลภะ ๒. กุศลเหตุคืออโทสะ ๓. กุศลเหตุคืออโมหะ เหล่านี้ชื่อว่ากุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน อัพยากตเหตุ ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งสภาวธรรม ที่เป็นกุศล เหล่านี้ชื่อว่าอัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๖ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๖) อาหาร ๓ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน อาหาร ๓ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ ๑. ผัสสาหาร ๒. มโนสัญเจตนาหาร ๓. วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๓ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๔๘} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๘. ธัมมหทยวิภังค์] ๓. ปริยาปันนาปริยาปันนวาร ๑. กามธาตุ ผัสสะ ๑ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน ผัสสะ ๑ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้เรียกว่า ผัสสะ ๑ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๘) เวทนา ๑ ฯลฯ สัญญา ๑ ฯลฯ เจตนา ๑ ฯลฯ จิต ๑ ในธรรมที่ไม่ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน จิต ๑ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ คือ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่า จิต ๑ ในธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๙-๑๒)

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้