๔. สฬายตนกถา ว่าด้วยอายตนะ ๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๔. สฬายตนกถา (๑๑๙) ว่าด้วยอายตนะ ๖
สก. จักขายตนะเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขายตนะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๒๓๖/๑๙๓ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๘/๒๖๓) @ เพราะมีความเห็นว่า อายตนะที่เป็นรูปเกิดจากกรรม จึงจัดเป็นวิบาก ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า @อายตนะที่เป็นรูป เป็นเพียงรูปธรรม เกิดจากจิตและอุตุ (ธรรมชาติ) ไม่เรียกว่าวิบาก ส่วนธรรมที่จะเรียกว่า @วิบากได้ ต้องเป็นนามธรรมล้วน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๘/๒๖๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๖} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๔. สฬายตนกถา (๑๑๙) สก. จักขายตนะไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากจักขายตนะไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จักขายตนะเป็นวิบาก” ฯลฯ สก. ผัสสะเป็นวิบาก มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขายตนะเป็นวิบาก มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักขายตนะเป็นวิบาก แต่ไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มี ความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผัสสะเป็นวิบาก แต่ไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มี ความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ ฯลฯ กายายตนะ เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายายตนะมีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มี ความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๗} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๔. สฬายตนกถา (๑๑๙) สก. กายายตนะไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากกายายตนะไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กายายตนะเป็นวิบาก” ฯลฯ สก. ผัสสะเป็นวิบาก มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กายายตนะเป็นวิบาก มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กายายตนะเป็นวิบาก แต่ไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มี ความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผัสสะเป็นวิบาก แต่ไม่มีสุขเวทนา ฯลฯ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มี ความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อายตนะ ๖ เป็นวิบาก” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อายตนะ ๖ ชื่อว่าเกิดขึ้นเพราะได้มีการทำกรรมไว้มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากอายตนะ ๖ ชื่อว่าเกิดขึ้นเพราะได้มีการทำกรรมไว้ ดังนั้น ท่านจึง ควรยอมรับว่า “อายตนะ ๖ เป็นวิบาก” สฬายตนกถา จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๘}