รูปังวิปาโกติกถา
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ รูปังวิปาโกติกถา
รูปํวิปาโกติกถา
สกวาที รูปเป็นวิบาก หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. รูปเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา เป็นที่ตั้งแห่ง อทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตด้วยผัสสะ ฯลฯ สัมปยุตด้วยจิต เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็น ธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มี มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้นไม่มี ก็ ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นวิบาก
รูปํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ สุขเวทนิยํ ทุกฺขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ผสฺเสน สมฺปยุตฺตํ ฯเปฯ จิตฺเตน สมฺปยุตฺตํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ น สุขเวทนิยํ น ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ น สุขเวทนิยํ น ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ รูปํ วิปาโกติ ฯ
ส. ผัสสะเป็นวิบาก ผัสสะเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งผัสสะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปเป็นวิบาก รูปเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้นมีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ผสฺโส วิปาโก ผสฺโส สุขเวทนิโย ทุกฺขเวทนิโย ฯเปฯ สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ วิปาโก รูปํ สุขเวทนิยํ ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปเป็นวิบาก แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่เป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะเป็นวิบาก แต่ผัสสะไม่เป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ไม่เป็นที่ตั้งแห่ง ทุกขเวทนา ฯลฯ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ แห่งผัสสะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปํ วิปาโก รูปํ น สุขเวทนิยํ น ทุกฺขเวทนิยํ ฯเปฯ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ ผสฺโส วิปาโก ผสฺโส น สุขเวทนิโย น ทุกฺขเวทนิโย ฯเปฯ อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นวิบาก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ธรรมคือจิตและเจตสิก ที่บังเกิดขึ้นเพราะความที่บุคคลได้ทำกรรมไว้ เป็น วิบาก มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ธรรมคือจิต และเจตสิก ที่บังเกิดขึ้นเพราะบุคคลได้ทำกรรมไว้ เป็นวิบาก ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า รูปที่บังเกิดขึ้นเพราะความ ที่บุคคลได้ทำกรรมไว้เป็นวิบาก รูปังวิปาโกติกถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺเพ รูปํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กมฺมสฺส กตตฺตา อุปฺปนฺนา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กมฺมสฺส กตตฺตา อุปฺปนฺนา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา วิปาโก เตน วต เร วตฺตพฺเพ กมฺมสฺส กตตฺตา อุปฺปนฺนํ รูปํ วิปาโกติ ฯ รูปํ วิปาโกติกถา ฯ --------------