This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

ฌานสังกันติกถา

Text only · no interpretationข้อ ๑๗๕๐–๑๗๕๔พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์5 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ฌานสังกันติกถา

ฌานสงฺกนฺติกถา

๑๗๕๐

สกวาที โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เลื่อนสู่ตติยฌาน จากปฐมฌานได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเคลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เลื่อนสู่จตุตถฌาน จากทุติยฌานได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐมา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๗๕๑

ส. เลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้น เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเคลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌานแล แต่ไม่พึงกล่าวว่า ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุติยฌาน เกิดขึ้นได้แก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ เกิดขึ้นแก่โยคี- บุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทุติยฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึก ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคล ผู้ตั้งใจ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ทุติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้น แก่โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฐมฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคล ผู้กระทำไว้ในใจซึ่งกามทั้งหลายโดย ความเป็นของมีโทษ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุติยฌาน ก็เกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ทำไว้ในใจซึ่งกามทั้งหลายโดยความ เป็นของมีโทษ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุติยฌานก็มีวิตก มีวิจาร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฐมฌานอันนั้น ทุติยฌานก็อันนั้นแล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยา ปฐมสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ สาว ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ น วตฺตพฺพํ ยา ปฐมสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ สาว ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยํ ฌานํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ ทุติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ {๑๗๕๑.๑} หญฺจิ ทุติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐมํ ฌานํ กาเม อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยํ ฌานํ กาเม อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยํ ฌานํ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว ปฐมํ ฌานํ ตํ ทุติยํ ฌานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๗๕๒

ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌาน จากทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌานจากทุติยฌานแล แต่ไม่พึงกล่าวว่า ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ตติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ เกิดขึ้นแก่โยคี- บุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ตติยฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคี- บุคคลผู้ตั้งใจอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ตติยฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้น แก่โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌาน จากทุติยฌาน ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌานจากทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจซึ่งวิตกและวิจาร โดย ความเป็นธรรมมีโทษ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ตติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจซึ่งวิตกและวิจารโดย ความเป็นธรรมมีโทษ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทุติยฌาน ยังมีปีติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ตติยฌาน ก็ยังมีปีติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ตติยฌานจากทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุติยฌานอันนั้น ตติยฌานก็อันนั้นแล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยา ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ สาว ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ น วตฺตพฺพํ ยา ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ สาว ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยํ ฌานํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ ตติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ {๑๗๕๒.๑} หญฺจิ ตติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยํ ฌานํ วิตกฺกวิจาเร อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยํ ฌานํ วิตกฺกวิจาเร อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ สปฺปีติกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยํ ฌานํ สปฺปีติกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว ทุติยํ ฌานํ ตํ ตติยํ ฌานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๗๕๓

ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌาน จากตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งจตุตถฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌานจากตติยฌานแล แต่ไม่พึงกล่าวว่า ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌาน ความ นึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งจตุตถฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จตุตถฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้น แก่โยคีบุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จตุตถฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่ โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จตุตถฌานย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ย่อมเกิด ขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ตั้งใจอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถ- ฌานจากตติยฌาน ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌานจากตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ตติยฌาน ย่อมเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจ ซึ่งปีติโดยความ เป็นธรรมมีโทษ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จตุตถฌาน ก็เกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้กระทำไว้ในใจ ซึ่งปีติโดยความเป็น ธรรมมีโทษ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ตติยฌาน สหรคตด้วยสุข หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จตุตถฌาน ก็สหรคตด้วยสุข หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่จตุตถฌานจากตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ตติยฌานอันนั้น จตุตถฌานก็อันนั้นแล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยา ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ สาว จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ น วตฺตพฺพํ ยา ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ สาว จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุตฺถํ ฌานํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ จตุตฺถํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ {๑๗๕๓.๑} หญฺจิ จตุตฺถํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยํ ฌานํ ปีตึ อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุตฺถํ ฌานํ ปีตึ อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตติยํ ฌานํ สุขสหคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุตฺถํ ฌานํ สุขสหคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว ตติยํ ฌานํ ตํ จตุตฺถํ ฌานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๗๕๔

ป. ไม่พึงกล่าวว่า โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานอันหนึ่งจากฌานอันหนึ่ง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดแล้วจากกามเทียว ฯลฯ เข้าถึงจตุตถฌานอยู่ ดังนี้ เป็นสูตรมี อยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น โยคีบุคคลก็เลื่อนสู่ฌานหนึ่งจากฌานหนึ่ง น่ะสิ ฌานสังกันติกถา จบ -----------------------------------------------------

น วตฺตพฺพํ ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตนหิ ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ ฯ ฌานสงฺกนฺติกถา ฯ --------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ฌานสังกันติกถา