This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๙ · ยมกปกรณ์ ภาค ๒

Other items in this volume

อุทเทสแห่งปุคคลวารนิทเทสแห่งปุคคลวารนิทเทสแห่งธรรมวารนิทเทสแห่งปุคคลธรรมวารนิทเทสแห่งมิสสกวารอุทเทสวารกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?…กุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ…กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับหรือ เป็นต้น …ภาวนาวารอินทรีย์ ๒๒ อุทเทส[๔๘๘] จักขุนทรีย์ เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ…[๕๓๔] จักขุนทรีย์เกิดขึ้นในภูมิใด โสตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ เป็นต้น…[๕๕๘] จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด…[๖๐๔] จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น…[๗๒๐] จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด…[๗๘๐] จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด…[๘๓๗] จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ…[๙๒๖] จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด…[๑๐๑๒] จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด…[๑๓๓๔] ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้โสตินทรีย์หรือ เป็นต้น[๑๓๔๕] ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์หรือ…[๑๓๕๕] ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์…[๑๓๖๕] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์…[๑๓๗๕] ผู้ใดจักกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักละโทมนัสสินทรีย์หรือ เป็นต้น[๑๓๘๕] ผู้ใดจักไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์หรือ เป็นต้น[๑๓๙๕] ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์หรือ…[๑๔๐๕] ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์…[๑๔๑๕] ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักละโทมนัสสินทรีย์ หรือ เป็นต้น[๑๔๒๕] ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักละโทมนัสสินทรีย์ หรือ เป็นต้น[๑๔๓๕] ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักละโทมนัสสินทรีย์หรือ…[๑๔๔๕] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์หรือ เป็นต้น…

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

นิทเทสแห่งปุคคลวาร

Text only · no interpretationข้อ ๔๔–๕๗พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒14 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

ปุคฺคลวารนิทฺเทโส

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ นิทเทสวาร นิทเทสแห่งปุคคลวาร

Item ๔๔

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ นิรุชฺฌิสฺสติ น อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌติ นิรุชฺฌิสฺสติ เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ

จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น ยังไม่ดับ จิตของบุคคลนั้น จักดับ จักไม่เกิดขึ้นหรือ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้น ยังไม่ดับ จักดับจักไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลนอกนี้ จิตของบุคคล เหล่านั้นเกิดขึ้น ยังไม่ดับ จักดับด้วยนั่นเทียว จักเกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น ไม่ดับไป ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตของบุคคลนั้น จักไม่ดับ จักเกิดขึ้นหรือ หามิได้ หรือว่า จิตของบุคคลใด จักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้น ดับ ไม่มี

Item ๔๕

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคล เหล่านั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว ด้วย นั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคล เหล่านั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว

Item ๔๖

ยสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว นิรุชฺฌติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌติ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตของ บุคคลเหล่านั้น ดับ ก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้น แล้วด้วยนั่นเทียว ดับด้วย จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ? ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ไม่ดับ จิตของบุคคล- *เหล่านั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็น- *อสัญญสัตว์ ไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับ? ถูกแล้ว

Item ๔๗

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ {๔๗.๑} ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ น จ อุปฺปชฺชติ ฯ {๔๗.๒} ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้น แล้วหรือ ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยเกิดแล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้น ไม่มี จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้น จักเกิดขึ้นหรือ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้น แต่จิตของ บุคคลเหล่านั้น จักเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ของบุคคลนอกนี้ จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักเกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักเกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น จักเกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะแห่ง ปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นจักไม่เกิดขึ้น แต่ จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคล เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ จิตของบุคคลเหล่านั้น จักเกิดขึ้นก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้ เคย เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักเกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้น แล้ว ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้น หรือ ไม่มี หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เคย เกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว

Item ๔๘

ยสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ เจว นิรุชฺฌติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ {๔๘.๑} ยสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ เจว นิรุชฺฌิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ เจว นิรุชฺฌติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: นิรุชฺฌติ ฯ {๔๘.๒} ยสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ เจว นิรุชฺฌิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นเคยดับแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็น อสัญญสัตว์ เคยดับแล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว ย่อมดับด้วย จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ เคยดับแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับ ไม่มี จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นดับ แต่จิตของบุคคล เหล่านั้นจักดับก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลนอกนี้ จิตของบุคคลเหล่า นั้น ดับด้วยนั่นเทียว จักดับด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็น อสัญญสัตว์ จักดับ แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นจักดับด้วยนั่นเทียว ดับด้วย จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ จักดับ หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่ดับ ดับ จิตของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับแล้ว แต่จิต ของบุคคลเหล่านั้นจักดับก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้ เคยดับแล้วด้วย นั่นเทียว จักดับด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นเคยดับแล้ว ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ ไม่มี หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยดับแล้ว เคยดับแล้ว

Item ๔๙

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิตฺถ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ {๔๙.๑} ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชติ น จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ {๔๙.๒} ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ เจว นิรุชฺฌิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเคยดับแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับแล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ เคยดับแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ไม่มี จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับ แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของ บุคคลเหล่านั้นจักดับด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น จักไม่ดับก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักดับหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ จิตของบุคคลเหล่านั้น จักดับก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้น แล้วด้วยนั่นเทียว จักดับด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่ดับ ไปหรือ ไม่มี หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้น แล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว

Item ๕๐

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ: นิโรธ- สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌติ เจว อุปฺปชฺชติ จ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ: นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ เจว นิรุชฺฌติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จิตของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่ดับหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่ดับ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่ดับ แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคล เหล่านั้นไม่ดับด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นดับหรือ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ดับด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดดับ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว

Item ๕๑

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานนฺติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชมานญฺจ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานํ โน จ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชมานํ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานนฺติ: อามนฺตา ฯ

จิตของบุคคลใดกำลังเกิดขึ้นอยู่ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นกำลัง เกิดขึ้นอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว กำลังเกิดขึ้นอยู่ด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นอยู่ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่จิตของ บุคคลเหล่านั้น ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เกิดขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้นอยู่ ถูกแล้ว

Item ๕๒

ยสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌมานํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌมานนฺติ: จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌมานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว นิรุชฺฌมานญฺจ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ โน จ เตสํ จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌมานํ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานนฺติ: อามนฺตา ฯ

จิตของบุคคลใดดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นดับอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของ บุคคลเหล่านั้นดับอยู่ก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้น แล้วด้วยนั่นเทียว ดับอยู่ด้วย จิตของบุคคลใดไม่ดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ดับอยู่ แต่จิตของบุคคล เหล่านั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่ดับอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับอยู่ ถูกแล้ว

Item ๕๓

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ จิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ เจว อุปฺปนฺนญฺจ ฯ {๕๓.๑} ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชิสฺสติ จ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ: นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ จิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เจว อุปฺปนฺนญฺจ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนนฺติ: อุปฺปนฺนํ ฯ

จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้น แล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น แล้ว จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยจิต เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นแล้วด้วย จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้ ผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยจิต เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักเกิดขึ้นด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักเกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยจิต จักเกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นแล้วด้วย จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้น แล้วหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ เกิดขึ้นแล้ว ไม่มี จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้น หรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น แล้ว เกิดขึ้นแล้ว

Item ๕๔

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ ตสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น แล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลนั้น จักเกิดขึ้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้น แล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น แล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ ไม่มี หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว

Item ๕๕

อุปฺปนฺนํ อุปฺปชฺชมานนฺติ: ภงฺคกฺขเณ อุปฺปนฺนํ โน จ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนญฺเจว อุปฺปชฺชมานญฺจ ฯ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ: อามนฺตา ฯ น อุปฺปนฺนํ น อุปฺปชฺชมานนฺติ: อามนฺตา ฯ น อุปฺปชฺชมานํ น อุปฺปนฺนนฺติ: ภงฺคกฺขเณ น อุปฺปชฺชมานํ โน จ น อุปฺปนฺนํ อตีตานาคตํ จิตฺตํ น เจว อุปฺปชฺชมานํ น จ อุปฺปนฺนํ ฯ

จิตที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่หรือ ในภังคขณะ เกิดขึ้นแล้ว แต่จะเกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นอยู่ด้วย จิตเกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นแล้วหรือ ถูกแล้ว จิตที่ไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอยู่หรือ ถูกแล้ว จิตที่ไม่เกิดขึ้นอยู่ ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ ในภังคขณะ ไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและ อนาคต ไม่เกิดขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย

Item ๕๖

นิรุทฺธํ นิรุชฺฌมานนฺติ: โน ฯ นิรุชฺฌมานํ นิรุทฺธนฺติ: โน ฯ น นิรุทฺธํ น นิรุชฺฌมานนฺติ: ภงฺคกฺขเณ น นิรุทฺธํ โน จ น นิรุชฺฌมานํ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุทฺธํ น จ นิรุชฺฌมานํ ฯ น นิรุชฺฌมานํ น นิรุทฺธนฺติ: อตีตํ จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ โน จ น นิรุทฺธํ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ น เจว นิรุชฺฌมานํ น จ นิรุทฺธํ ฯ

จิตที่ดับแล้ว ดับอยู่หรือ หามิได้ จิตดับอยู่ ดับแล้วหรือ หามิได้ จิตไม่ดับแล้ว ไม่ดับอยู่หรือ ในภังคขณะไม่ดับแล้ว แต่จะไม่ดับอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตที่ เป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับอยู่ด้วย จิตไม่ดับอยู่ ไม่ดับแล้วหรือ จิตเป็นอดีตไม่ดับอยู่ แต่ไม่ดับแล้วก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเป็น อนาคต ไม่ดับอยู่นั่นเทียว ไม่ดับแล้วด้วย

Item ๕๗

ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตสฺส จิตฺตนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณํ วีติกฺกนฺตํ ภงฺคกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ อตีตํ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณญฺจ วีติกฺกนฺตํ ภงฺคกฺขณญฺจ วีติกฺกนฺตํ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตสฺส จิตฺตนฺติ: อตีตํ จิตฺตํ ฯ {๕๗.๑} ยสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ น นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตสฺส จิตฺตนฺติ: อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตํ น นิรุชฺฌมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ น อุปฺปชฺชมานํ ขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลํ ตสฺส จิตฺตนฺติ: ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ ภงฺคกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ โน จ อุปฺปาทกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจ จิตฺตํ ภงฺคกฺขณญฺจ อวีติกฺกนฺตํ อุปฺปาทกฺขณญฺจ อวีติกฺกนฺตํ ฯ

จิตของบุคคลใด เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ มีกาล อันก้าวล่วงแล้ว จิตของบุคคลนั้น เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ มีกาล อันก้าวล่วงแล้วหรือ ในภังคขณะ จิตก้าวล่วงอุปปาทขณะ จิตเป็นอดีตก้าวล่วงอุปปาทขณะ ด้วย ก้าวล่วงภังคขณะด้วย หรือว่า จิตของบุคคลใด เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิต มีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตของบุคคลนั้น เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตเป็นอดีต จิตของบุคคลใดเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาล อันก้าวล่วงแล้ว จิตของบุคคลนั้นเมื่อไม่ดับ ก้าวล่วงขณะๆ เป็นจิตมีกาล อันก้าวล่วงแล้วหรือ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ในอุปปาทขณะ หรือว่า จิตของบุคคลใด เมื่อไม่ดับ ก้าวล่วงขณะๆ เป็นจิตมี กาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตของบุคคลนั้น เมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว ในภังคขณะ จิตไม่ก้าวล่วงภังคขณะ แต่ไม่ก้าวล่วงอุปปาทขณะก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ก้าวล่วงภังคขณะด้วย ไม่ก้าวล่วง อุปปาทขณะด้วย นิทเทสแห่งปุคคลวาร จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย