This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๔๐

Other items in this volume

๑. ปัจจยุทเทส (ปัจจัย ๒๔)เหตุปัจจัยอารัมมณปัจจัยอธิปติปัจจัยอนันตรปัจจัยสมนันตรปัจจัยสหชาตปัจจัยอัญญมัญญปัจจัยนิสสยปัจจัยอุปนิสสยปัจจัยปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัยอาเสวนปัจจัยกัมมปัจจัยวิปากปัจจัยอาหารปัจจัยอินทริยปัจจัยฌานปัจจัยมัคคปัจจัยสัมปยุตตปัจจัยวิปปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัยนัตถิปัจจัยวิคตปัจจัยอวิคตปัจจัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ปัญจมูลกปัฏฐาน เป็นต้น ท่านย่อเสียแล้ว เอกมูลกะ ทุมูลกะ ติมูลกะ จตุมูลกะ ปัญจมูลกะ สัพพมูลกปัจจัย ผู้มีปัญญาพึงจำแนกให้พิสดาร เอกมูลกะ ทุมูลกะ ติมูลกะ จตุมูลกะ ปัญจมูลกะ สัพพมูลกปัจจัย แห่งบทหนึ่งๆ ผู้มีปัญญาพึงจำแนกให้พิสดารอนุโลมนัยปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม เกิดร่วมกับกุศลธรรม อกุศลธรรม เกิดร่วมกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม เกิดร่วมกับอัพยากตธรรมกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย เป็นต้นปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมกุศลธรรม คลุกเคล้ากับกุศลธรรม อกุศลธรรม คลุกเคล้ากับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม คลุกเคล้ากับอัพยากตธรรมปัจจนียนัยอนุโลมปัจจนียนัยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม ประกอบกับกุศลธรรม อกุศลธรรม ประกอบกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประกอบกับอัพยากตธรรม[๔๐๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย เป็นต้น[๔๐๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอารัมมณปัจจัย เป็นต้น[๔๑๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอธิปติปัจจัย เป็นต้น[๔๑๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอนันตรปัจจัย เป็นต้น[๔๑๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสมนันตร เป็นต้น[๔๑๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสหชาต เป็นต้น[๔๒๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นต้น[๔๒๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๔๒๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๔๒๔] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นต้น[๔๒๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นต้น[๔๒๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอาเสวนปัจจัย เป็นต้น[๔๒๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยกัมมปัจจัย เป็นต้น[๔๒๘] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยวิปากปัจจัย[๔๒๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอาหารปัจจัย เป็นต้น[๔๓๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอินทรียปัจจัย เป็นต้น[๔๓๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยฌานปัจจัย เป็นต้น[๔๓๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยมัคคปัจจัย เป็นต้น[๔๓๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสัมปยุตต เป็นต้น[๔๓๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยวิปปยุตตปัจจัย เป็นต้น[๔๓๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอัตถิปัจจัย เป็นต้น[๔๓๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยนัตถิปัจจัย[๔๓๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยวิคตปัจจัย[๔๓๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอวิคตปัจจัยเหตุปัจจัย มีวาระ ๗อธิปติปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มีวาระ ๔สมนันตรปัจจัย กับอนันตรปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อนันตรปัจจัย กับสมนันตรปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับ สหชาตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๘ ปัจจัยที่มีวาระ ๕ ปัจจัยที่มีวาระ ๔ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อารัมมณปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๒ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อารัมมณปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑วิปปยุตตปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับกัมมปัจจัย สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯอธิปติปัจจัย กับอาหารปัจจัย สหชาต กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับอินทริยปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯสหชาตปัจจัย กับฌานปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓เหตุปัจจัย กับสัมปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๕เหตุปัจจัย กับอัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓อนันตรปัจจัย กับนัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗อนันตรปัจจัย กับวิคตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรมในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัยเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตรมูลกนัยสมนันตรมูลกนัยสหชาตมูลกนัยอัญญมัญญมูลกนัยนิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยปุเรชาตมูลกนัยปัจฉาชาตมูลกอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยวิปปยุตตมูลกนัยอัตถิมูลกนัยนัตถิ, วิคต, อวิคตมูลกนัยนเหตุมูลกนัยนอารัมมณมูลกนัยนอธิปติมูลกนัยนอนันตรมูลกนัย นสมนันตรมูลกนัยนสหชาตมูลกนัยนอัญญมัญญมูลกนัยนนิสสยมูลกนัยนอุปนิสสยมูลกนัยนปุเรชาตมูลกนัยนปัจฉาชาตมูลกนัยนอาเสวนมูลกนัยนกัมมนวิปากมูลกนัยนอาหารมูลกนัยนอินทริยมูลกนัยนฌานมูลกนัยนมัคคมูลกนัยนสัมปยุตตมูลกนัยนวิปปยุตตมูลกนัยโน อัตถิมูลกนัยโน นัตถิมูลกนัยโน วิคตมูลกนัยโน อวิคตมูลกนัยปฏิจจวารสัมปยุตตวารปัญหาวารเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตร สมนันตรมูลกนัยสหชาต อัญญมัญญ นิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารปัญหาวารปัจจนียะอนุโลมปัจจนียะปัจจนียานุโลม

Scripture

[๔๑๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอธิปติปัจจัย เป็นต้น

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

4 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อธิปติปัจจัย

Item ๔๑๓

สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอธิปติ- ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น พระเสขะพิจารณาโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาโวทาน ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดย อธิปติปัจจัย (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๖๑} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร

Item ๔๑๔

สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลโดยอธิปติ- ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำ ความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึง เกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลออกจากฌานแล้วยินดีเพลิดเพลินฌานให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินฌานนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์ออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๔)

Item ๔๑๕

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลโดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินราคะให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก แน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินราคะนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ จึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ยินดีเพลิดเพลินทิฏฐิให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินทิฏฐินั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๖๒} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดย อธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)

Item ๔๑๖

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอธิปติ- ปัจจัย สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากต- กิริยาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสขะพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่ โคตรภู โวทาน และมรรคโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ยินดี เพลิดเพลินโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ จึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๖๓}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้