ปัญหาวาร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ ปัญหาวาร
ปญฺหาวาโร
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เป็นเจตสิก โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิต และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: เจตสิกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ เจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: เจตสิกา เหตู จิตฺตสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: เจตสิกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น พึงถามถึงมูล จิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น. พึงถามถึงมูล ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ บุคคลรู้ซึ่งจิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ซึ่งเป็นธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย เจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ที่ไม่ใช่เจตสิก โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ บุคคลรู้ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก โดยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณแก่ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น. จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก โดยความเป็น ของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ. รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอารัมมณปัจจัย โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เกิดขึ้น. พึงถามถึงมูล จิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เกิดขึ้น. พึงถามถึงมูล ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เกิดขึ้น
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เจตสิเก ขนฺเธ อารพฺภ เจตสิกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ เจตสิเก ขนฺเธ อารพฺภ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ เจตสิเก ขนฺเธ อารพฺภ เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๑๐๐.๑} อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ อเจตสิเก ขนฺเธ อนิจฺจโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโต- ปริยญาเณน อเจตสิกจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺ- จายตนํ ฯเปฯ อากิญฺจญฺญายตนํ ฯเปฯ อเจตสิกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๐.๒} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปฐมคมนสทิสํ ฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเจตสิเก ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน อเจตสิเก ขนฺเธ ชานาติ อากาสานญฺ- จายตนํ ... อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ... อเจตสิกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพ- นิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปฐมคมนสทิสํ ฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเจตสิเก ขนฺเธ อนิจฺจโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ทิพฺเพน ... สงฺขิตฺตํ ฯ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย โผฏฺฐพฺพายตนํ ... อเจตสิกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๐.๓} เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ อารพฺภ เจตสิกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ อารพฺภ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ อารพฺภ เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ. ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น. ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. พึงถามถึงมูล ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ จิต ทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัย แก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. พึงถามถึงมูล ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นเจตสิกให้หนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย และจิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอธิปติปัจจัย. มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ. ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว พิจารณา นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง จิต ทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น. ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่จิต และจิต สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น. จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิกให้หนักแน่น ย่อม ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย นิพพาน ฯลฯ มีคำอธิบายเหมือนกับ ข้อความตามบาลีข้างต้น. บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อม เพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และ จิต เกิดขึ้น. ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย อธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ มี ๓ นัย เป็นอารัมมณาธิปติอย่างเดียว.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: เจตสิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา เจตสิกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: เจตสิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ อารมฺมณาธิปติ: เจตสิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ สหชาตาธิปติ: เจตสิกา อธิปติ จิตฺตสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ อารมฺมณาธิปติ: เจตสิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ อุปฺปชฺชนฺติ สหชาตาธิปติ: เจตสิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๑.๑} อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเจตสิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อเจตสิกา อธิปติ จิตฺตสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๑.๒} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ... ปฐมคมนสทิสํ ฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเจตสิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: อเจตสิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๑.๓} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา นิพฺพานํ ... ปฐมคมนํ ฯ อเจตสิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: อเจตสิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺต- สมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ ฯ ตีณิ ฯ อารมฺมณาธิปติเยว ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย. พึงถามถึงมูล ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย. พึงถามถึงมูล ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิด หลังๆ และจิต โดยอนันตรปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอนันตรปัจจัย คือ จิตที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอนันตรปัจจัย พึงกระทำเป็น ๓ นัย ดังที่กล่าวมา พึงยังคำอธิบายให้บริบูรณ์ เหมือนกับข้อความตาม บาลีข้างต้น ไม่มีแตกต่างกัน. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย อนันตรปัจจัย มี ๓ นัย อาวัชชนะก็ดี วุฏฐานะก็ดี ไม่มี. เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย เหมือน กับปฏิจจวาร เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร เป็นปัจจัยโดย นิสสยปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปัจจยวาร.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เจตสิกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เจตสิกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ ปุริมา ปุริมา เจตสิกา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ ปุริมา ปุริมา เจตสิกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เจตสิกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมํ ปุริมํ จิตฺตํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๒.๑} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: เอวํ ตีณิ กาตพฺพานิ ปฐมคมนสทิสํ ปูเรตฺวา กาตพฺพํ นินฺนานากรณํ ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อาวชฺชนาปิ วุฏฺฐานมฺปิ นตฺถิ ฯ สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นว สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ปฏิจฺจวารสทิสํ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ปฏิจฺจวารสทิสํ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ปจฺจยวารสทิสํ ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นเจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย. พึงถามถึงมูล มี ๓ นัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก อันเป็นที่เข้าไปอาศัย เป็นปัจจัยแก่จิต โดยอุปนิสสยปัจจัย. พึงถามถึงมูล มี ๓ นัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกอันเป็นที่เข้าไปอาศัย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัย ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัย ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน มี ๓ นัย มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น ไม่มีแตกต่างกัน. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เจตสิกา ขนฺธา เจตสิกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ ตีณิ อุปนิสฺสยา เจตสิกา ขนฺธา จิตฺตสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ ตีณิ อุปนิสฺสยา เจตสิกา ขนฺธา เจตสิกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุตุํ ... โภชนํ ... เสนาสนํ ... จิตฺตํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อุตุ ... โภชนํ ... เสนาสนํ ... จิตฺตํ สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส ฯเปฯ ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุตุํ ... โภชนํ ... เสนาสนํ ... จิตฺตํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ตีณิ ปฐมคมนสทิสํ นินฺนานากรณํ ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต. ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ เป็นของไม่เที่ยง ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ. ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะเป็น ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต. ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ. ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วย จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดย ปุเรชาตปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต. ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ เป็นของไม่เที่ยง ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต และสัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ. ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย ปุเรชาตปัจจัย.
อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จิตฺตสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๔.๑} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณ- สหคตานํ ขนฺธานํ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณ- สหคตานํ ขนฺธานํ กายายตนํ ... วตฺถุ เจตสิกานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๔.๒} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุ- ปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ... ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ กายายตนํ ... วตฺถุ จิตฺตสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย ปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.
เจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: สงฺขิตฺตํ ฯ อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: สงฺขิตฺตํ ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: สงฺขิตฺตํ ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอาเสวนปัจจัย.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย. ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย. ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่วิบากจิต และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย กัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิต และจิตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย. ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย และจิต และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: เจตสิกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: เจตสิกา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: เจตสิกา เจตนา จิตฺตสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: เจตสิกา เจตนา วิปากสฺส จิตฺตสฺส กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๗.๑} เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: เจตสิกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: เจตสิกา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยวิปากปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดย ฌานปัจจัย มี ๓ นัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปญฺจ ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จิต เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย จิต เป็นปัจจัยแก่ หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย. ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตโดยวิปปยุตตปัจจัย. ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น เจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย. ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น เจตสิก และจิต โดยวิปปยุตตปัจจัย. ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย วิปปยุตตปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ฯลฯ.
เจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตํ: จิตฺตํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย จิตฺตํ วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ จิตฺตสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จิตฺตสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตํ จิตฺตํ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๐๙.๑} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เจตสิกานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ กายายตนํ ... วตฺถุ เจตสิกานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เจตสิกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ กายายตนํ ... วตฺถุ จิตฺตสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อัตถิปัจจัย มี ๑ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย ใน ปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย. ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต ไม่มีแตกต่างกัน. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตสมุฏฐานรูป ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต โดย อัตถิปัจจัย. ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต ไม่มีแตกต่างกัน. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ และจิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ และจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็น ปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต และมหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๓ นัย. ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็น ปุเรชาต โดยอัตถิปัจจัย. ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต และกพฬิงการาหาร เป็น ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย. ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรม ที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๒ และจักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ และกายายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิต โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ปฏิจฺจสทิสํ ฯ เจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ปฏิจฺจสทิสํ ฯ อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ {๑๑๐.๑} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ฯ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: จิตฺตํ เจตสิกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เจตสิกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... ปุเรชาตสทิสํ นินฺนานํ ฯ อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิ- ปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺ- ขเณ วตฺถุ เจตสิกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... ปุเรชาตสทิสํ นินฺนานํ ฯ {๑๑๐.๒} เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณ- สหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ กายวิญฺญาณ- สหคโต ... เจตสิโก เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ จิตฺตญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ สหชาโต: เจตสิโก เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ จิตฺตญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา ฯ {๑๑๐.๓} เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาตา: จกฺขุวิญฺญาณสหคตา ขนฺธา จ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุ- วิญฺญาณสฺส กายวิญฺญาณสหคตา ... เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตา: เจตสิกา ขนฺธา จ วตฺถุ จ จิตฺตสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตีณิปิ กาตพฺพา ฯ ปจฺฉาชาตา: เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: เจตสิกา ขนฺธา จ จิตฺตญฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๑๐.๔} เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: จกฺขุวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ จกฺขายตนญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กายวิญฺญาณสหคโต เอโก ขนฺโธ จ กายายตนญฺจ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ กายวิญฺญาณสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ สหชาโต: เจตสิโก เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิยา เทฺว กาตพฺพา ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในกัมมปัจจัย มี " ๓ ในวิปากปัจจัย มีวาระ ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๓ ในมัคคปัจจัย มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ วิปาเก นว อาหาเร นว อินฺทฺริเย นว ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ปญฺจ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรม ที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๑๑๒.๑} อเจตสิโก ธมฺโม อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๑๑๒.๒} อเจตสิโก ธมฺโม เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อเจตสิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา เจตสิกสฺส จ อเจตสิกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๙.
นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว โนอวิคเต นว ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยทั้งปวง กับเหตุปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓.
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา ตีณิ นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ เอกํ นอุปนิสฺสเย ตีณิ สพฺพตฺถ ตีณิ นมคฺเค ตีณิ นสมฺปยุตฺเต เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙. พึงกระทำอนุโลมมาติกา. ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙. เจตสิกทุกะ.
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา นว ฯ อนุโลมมาติกา กาตพฺพา ฯ ... อวิคเต นว ฯ เจตสิกทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------------