พระสารีบุตรเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติ
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ พระสารีบุตรเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติ
ท่านพระสารีบุตรได้สดับข่าวว่า ภิกษุชาวพระนครโกสัมพี ผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เหล่านั้น พากันมาสู่พระนคร สาวัตถี จึงเข้าไปในพระพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามข้อปฏิบัตินี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ได้ข่าวมาว่า ภิกษุชาวพระนครโกสัมพีที่ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความ อื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้น พากันมาพระนครสาวัตถี ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติในภิกษุ เหล่านั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า สารีบุตร ถ้าเช่นนั้น เธอจงดำรงอยู่ตามธรรม สา. ข้าพระพุทธเจ้าจะพึงทราบธรรมหรือธรรมอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า? วัตถุสำหรับอธรรมวาที ๑๘ ประการ พ. สารีบุตร เธอพึงทราบอธรรมวาทีภิกษุ ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการ คือภิกษุในธรรม วินัยนี้:- ๑. แสดงสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ว่าเป็นธรรม ๒. แสดงสิ่งที่เป็นธรรม ว่าไม่เป็นธรรม ๓. แสดงสิ่งที่ไม่เป็นวินัย ว่าเป็นวินัย ๔. แสดงสิ่งที่เป็นวินัย ว่าไม่เป็นวินัย ๕. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงภาษิตไว้ มิได้ตรัสไว้ว่าพระตถาคตทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ ๖. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ว่าพระตถาคตมิได้ทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ ๗. แสดงมรรยาทอันพระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา ว่าพระตถาคตทรงประพฤติมา ๘. แสดงมรรยาทอันพระตถาคตทรงประพฤติมาแล้ว ว่าพระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา ๙. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ ว่าอันพระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ๑๐. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ว่าพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ ๑๑. แสดงสิ่งที่มิใช่อาบัติ ว่าเป็นอาบัติ ๑๒. แสดงอาบัติ ว่าเป็นสิ่งมิใช่อาบัติ ๑๓. แสดงอาบัติเบา ว่าเป็นอาบัติหนัก ๑๔. แสดงอาบัติหนัก ว่าเป็นอาบัติเบา ๑๕. แสดงอาบัติมีส่วนเหลือ ว่าเป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ๑๖. แสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ว่าเป็นอาบัติมีส่วนเหลือ ๑๗. แสดงอาบัติชั่วหยาบ ว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑๘. แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบ ว่าเป็นอาบัติชั่วหยาบ สารีบุตร เธอพึงทราบอธรรมวาทีภิกษุ ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้แล. วัตถุสำหรับธรรมวาที ๑๘ ประการ สารีบุตร และพึงทราบธรรมวาทีภิกษุ ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. แสดงสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ว่าไม่เป็นธรรม ๒. แสดงสิ่งที่เป็นธรรม ว่าเป็นธรรม ๓. แสดงสิ่งที่ไม่เป็นวินัย ว่าไม่เป็นวินัย ๔. แสดงสิ่งที่เป็นวินัย ว่าเป็นวินัย ๕. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงภาษิตไว้ มิได้ตรัสไว้ ว่าพระตถาคตมิได้ทรงภาษิตไว้ มิได้ตรัสไว้ ๖. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ว่าพระตถาคตทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ ๗. แสดงมรรยาทอันพระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา ว่าพระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา ๘. แสดงมรรยาทอันพระตถาคตทรงประพฤติมา ว่าพระตถาคตทรงประพฤติมา ๙. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ ว่าพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ ๑๐. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ว่าพระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ๑๑. แสดงสิ่งมิใช่อาบัติ ว่าเป็นสิ่งมิใช่อาบัติ ๑๒. แสดงอาบัติ ว่าเป็นอาบัติ ๑๓. แสดงอาบัติเบา ว่าเป็นอาบัติเบา ๑๔. แสดงอาบัติหนัก ว่าเป็นอาบัติหนัก ๑๕. แสดงอาบัติมีส่วนเหลือ ว่าเป็นอาบัติมีส่วนเหลือ ๑๖. แสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ว่าเป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ๑๗. แสดงอาบัติชั่วหยาบ ว่าเป็นอาบัติชั่วหยาบ ๑๘. แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบ ว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ สารีบุตร เธอพึงทราบธรรมวาทีภิกษุ ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้แล.
อสฺโสสิ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต เต กิร โกสมฺพิกา ภิกฺขู ภณฺฑนการกา กลหการกา วิวาทการกา ภสฺสการกา สงฺเฆ อธิกรณการกา สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ เต กิร ภนฺเต โกสมฺพิกา ภิกฺขู ภณฺฑนการกา กลหการกา วิวาทการกา ภสฺสการกา สงฺเฆ อธิกรณการกา สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺติ กถาหํ ภนฺเต เตสุ ภิกฺขูสุ ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ สารีปุตฺต ยถา ธมฺโม ตถา ปติฏฺฐาหีติ ฯ กถาหํ ภนฺเต ชาเนยฺยํ ธมฺมํ วา อธมฺมํ วาติ ฯ {๒๕๒.๑} อฏฺฐารสหิ โข สารีปุตฺต วตฺถูหิ อธมฺมวาที ชานิตพฺโพ อิธ สารีปุตฺต ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อนาจิณฺณํ ตถาคเตน อาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อาจิณฺณํ ตถาคเตน อนาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ ปญฺญตฺตํ ตถาคเตน อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อนาปตฺตึ อาปตฺตีติ ทีเปติ อาปตฺตึ อนาปตฺตีติ อนาปตฺตีติ ทีเปติ ลหุกํ อาปตฺตึ ครุกา อาปตฺตีติ ทีเปติ ครุกํ อาปตฺตึ ลหุกา อาปตฺตีติ ทีเปติ สาวเสสํ อาปตฺตึ อนวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปติ อนวเสสํ อาปตฺตึ สาวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปติ ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ อิเมหิ โข สารีปุตฺต อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ อธมฺมวาที ชานิตพฺโพ {๒๕๒.๒} อฏฺฐารสหิ จ โข สารีปุตฺต วตฺถูหิ ธมฺมวาที ชานิตพฺโพ อิธ สารีปุตฺต ภิกฺขุ อธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ อวินโยติ ทีเปติ วินยํ วินโยติ ทีเปติ อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อนาจิณฺณํ ตถาคเตน อนาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อาจิณฺณํ ตถาคเตน อาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตน อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ ปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อนาปตฺตึ อนาปตฺตีติ ทีเปติ อาปตฺตึ อาปตฺตีติ ทีเปติ ลหุกํ อาปตฺตึ ลหุกา อาปตฺตีติ ทีเปติ ครุกํ อาปตฺตึ ครุกา อาปตฺตีติ ทีเปติ สาวเสสํ อาปตฺตึ สาวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปติ อนวเสสํ อาปตฺตึ อนวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปติ ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ อิเมหิ โข สารีปุตฺต อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ ธมฺมวาที ชานิตพฺโพติ ฯ