ข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวด
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ ข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวด หมวดที่ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงนิยสกรรมก็ได้ คือ เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ๑ เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มี มรรยาทไม่สมควร ๑ อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงนิยสกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๒
ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อ สงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมก็ได้ คือ เป็นผู้มีศีลวิบัติ ในอธิศีล ๑ เป็นผู้มี อาจารวิบัติ ในอัธยาจาร ๑ เป็นผู้มีทิฐิวิบัติ ในอติทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงนิยสกรรมก็ได้ หมวดที่ ๓
อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย อธิสีเล สีลวิปนฺโน โหติ อชฺฌาจาเร อาจารวิปนฺโน โหติ อติทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิวิปนฺโน โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อสงฆ์ จำนงจะพึงลงนิยสกรรมก็ได้ คือ กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ กล่าวติเตียน พระธรรม ๑ กล่าวติเตียนพระสงฆ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงนิยสกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๔
อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป คือ รูปหนึ่งเป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อ ฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ๑ รูปหนึ่งเป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาท ไม่สมควร ๑ รูปหนึ่งอยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป นี้แล ฯ หมวดที่ ๕
ติณฺณํ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย เอโก ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก เอโก พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน เอโก คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีก คือ รูปหนึ่งเป็นผู้มีศีลวิบัติ ในอธิศีล ๑ รูปหนึ่งเป็นผู้มีอาจารวิบัติ ในอัธยาจาร ๑ รูปหนึ่งเป็นผู้มีทิฐิวิบัติ ในอติทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป นี้แล ฯ หมวดที่ ๖
อปเรสํปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย เอโก อธิสีเล สีลวิปนฺโน โหติ เอโก อชฺฌาจาเร อาจารวิปนฺโน โหติ เอโก อติทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิวิปนฺโน โหติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีก คือ รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระธรรม ๑ รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระสงฆ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงนิยสกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป นี้แล ฯ ข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวด จบ วัตร ๑๘ ข้อ ในนิยสกรรม
อปเรสํปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย เอโก พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ เอโก ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ เอโก สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย ฯ อากงฺขมานจฺฉกฺกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้วต้องประพฤติ โดยชอบ วิธีประพฤติโดยชอบในนิยสกรรมนั้น ดังต่อไปนี้:- ๑. ไม่พึงให้อุปสมบท ๒. ไม่พึงให้นิสัย ๓. ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. ไม่พึงรับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติไว้แล้ว ก็ไม่พึงสั่งสอนภิกษุณี ๖. ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมเพราะอาบัติใด ไม่พึงต้องอาบัตินั้น ๗. ไม่พึงต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ๘. ไม่พึงต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ๙. ไม่พึงติกรรม ๑๐. ไม่พึงติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ๑๑. ไม่พึงห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ๑๒. ไม่พึงห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ๑๓. ไม่พึงทำการไต่สวน ๑๔. ไม่พึงเริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๑๕. ไม่พึงยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ๑๖. ไม่พึงโจทภิกษุอื่น ๑๗. ไม่พึงให้ภิกษุอื่นให้การ ๑๘. ไม่พึงช่วยภิกษุต่อภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ฯ วัตร ๑๘ ข้อ ในนิยสกรรม จบ วัตรที่ควรระงับและไม่ควรระงับ
นิยสฺสกมฺมกเตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา สมฺมา วตฺติตพฺพํ ฯ ตตฺรายํ สมฺมาวตฺตนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ น นิสฺสโย ทาตพฺโพ น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ น ภิกฺขุโนวาทกสมฺมติ สาทิตพฺพา สมฺมเตนปิ ภิกฺขุนิโย น โอวทิตพฺพา ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมํ กตํ โหติ สา อาปตฺติ น อาปชฺชิตพฺพา อญฺญา วา ตาทิสิกา ตโต วา ปาปิฏฺฐตรา กมฺมํ น ครหิตพฺพํ กมฺมิกา น ครหิตพฺพา น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุโปสโถ ฐเปตพฺโพ น ปวารณา ฐเปตพฺพา น สวจนียํ กาตพฺพํ น อนุวาโท ปฏฺฐเปตพฺโพ น โอกาโส กาเรตพฺโพ น โจเทตพฺโพ น สาเรตพฺโพ น ภิกฺขู ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชตพฺพนฺติ ฯ นิยสฺสกมฺเม อฏฺฐารสวตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ครั้งนั้น สงฆ์ได้ลงนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะแล้ว คือ ให้ กลับถือนิสัยอีก เธอถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้ว ซ่องเสพ คบหา นั่งใกล้กัลยาณมิตร ขอให้แนะนำ ไต่ถาม ได้เป็นพหูสูต ช่ำชอง ในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นผู้ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา เป็นลัชชี มีความรังเกียจ ใคร่ต่อ สิกขา เธอประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ เข้าไปหาภิกษุ ทั้งหลายแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้วได้ ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไรต่อไป ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ฯ
อถโข สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ อกาสิ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ ฯ โส สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต กลฺยาณมิตฺเต เสวมาโน ภชมาโน ปยิรุปาสมาโน อุทฺทิสาเปนฺโต ปริปุจฺฉนฺโต พหุสฺสุโต อโหสิ อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม โส สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทติ อหํ อาวุโส สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต สมฺมา วตฺตามิ โลมํ ปาเตมิ เนตฺถารํ วตฺตามิ กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้นสงฆ์จง ระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุเสยยสกะ วัตรที่ไม่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ๓ หมวด หมวดที่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วย องค์ ๕ คือ ๑. ให้อุปสมบท ๒. ให้นิสัย ๓. ให้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. รับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ยังสั่งสอนภิกษุณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ นิยสกรรม ฯ หมวดที่ ๒
เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตุ ฯ ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ อุปสมฺปาเทติ นิสฺสยํ เทติ สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ ภิกฺขุโนวาทกสมฺมตึ สาทิยติ สมฺมโตปิ ภิกฺขุนิโย โอวทติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก คือ ๑. ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมเพราะอาบัติใด ต้องอาบัตินั้น ๒. ต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ๓. ต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ๔. ติกรรม ๕. ติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ นิยสกรรม ฯ หมวดที่ ๓
อปเรหิปิ ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมํ กตํ โหติ ตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อญฺญํ วา ตาทิสิกํ ตโต วา ปาปิฏฺฐตรํ กมฺมํ ครหติ กมฺมิเก ครหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๘ คือ ๑. ห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ๒. ห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ๓. ทำการไต่สวน ๔. เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๕. ยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ๖. โจทภิกษุอื่น ๗. ให้ภิกษุอื่นให้การ ๘. ช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ นิยสกรรม ฯ วัตรที่ไม่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ๓ หมวด จบ ----------------------------------------------------- วัตรที่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ๓ หมวด หมวดที่ ๑
อฏฺฐหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุโปสถํ ฐเปติ ปวารณํ ฐเปติ สวจนียํ กโรติ อนุวาทํ ปฏฺฐเปติ โอกาสํ กาเรติ โจเทติ สาเรติ ภิกฺขู ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ นปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพอฏฺฐารสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วย องค์ ๕ คือ ๑. ไม่ให้อุปสมบท ๒. ไม่ให้นิสัย ๓. ไม่ให้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. ไม่รับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ไม่สั่งสอนภิกษุณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์พึงระงับ นิยสกรรม ฯ หมวดที่ ๒
ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ น อุปสมฺปาเทติ ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วย องค์ ๕ แม้อื่นอีก คือ ๑. ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมเพราะอาบัติใด ไม่ต้องอาบัตินั้น ๒. ไม่ต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ๓. ไม่ต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ๔. ไม่ติกรรม ๕. ไม่ติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์พึงระงับนิยสกรรม ฯ หมวดที่ ๓
อปเรหิปิ ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมํ กตํ โหติ ตํ อาปตฺตึ นาปชฺชติ อญฺญํ วา ตาทิสิกํ ตโต วา ปาปิฏฺฐตรํ กมฺมํ น ครหติ กมฺมิเก น ครหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วย องค์ ๘ คือ ๑. ไม่ห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ๒. ไม่ห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ๓. ไม่ทำการไต่สวน ๔. ไม่เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๕. ไม่ยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ๖. ไม่โจทภิกษุอื่น ๗. ไม่ให้ภิกษุอื่นให้การ ๘. ไม่ช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ นิยสกรรม ฯ วัตรที่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ๓ หมวด จบ ----------------------------------------------------- วิธีระงับนิยสกรรม
อฏฺฐหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุโปสถํ ฐเปติ น ปวารณํ ฐเปติ น สวจนียํ กโรติ น อนุวาทํ ปฏฺฐเปติ น โอกาสํ กาเรติ น โจเทติ น สาเรติ น ภิกฺขู ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพอฏฺฐารสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงระงับนิยสกรรมอย่างนี้ คือ ภิกษุ เสยยสกะนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่ พรรษากว่า นั่งกระหย่งประคองอัญชลีแล้วกล่าวคำขอระงับนิยสกรรมนั้นอย่างนี้ ว่าดังนี้:- คำขอระงับนิยสกรรม ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หาย เย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ ข้าพเจ้าขอระงับนิยสกรรม พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาระงับนิยสกรรม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า พระเสยยสกะรูปนี้ ถูกสงฆ์ ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ขอระงับนิยสกรรม ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึง ระงับนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ นี่เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า พระเสยยสกะรูปนี้ ถูกสงฆ์ ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ขอระงับนิยสกรรม สงฆ์ระงับนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ การ ระงับนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็น ผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สอง ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า พระเสยยสกะรูปนี้ ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติโดย ชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ขอระงับนิยสกรรม สงฆ์ ระงับนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ การระงับนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่าน ผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สาม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า พระเสยยสกะรูปนี้ ถูกสงฆ์ลงนิยสกรรมแล้ว ประพฤติ โดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ขอระงับนิยสกรรม สงฆ์ระงับนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ การระงับนิยสกรรมแก่พระ เสยยสกะ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่าน ผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด นิยสกรรมอันสงฆ์ระงับแล้วแก่พระเสยยสกะ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ จบนิยสกรรม ที่ ๒ -----------------------------------------------------
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ เตน ภิกฺขเว เสยฺยสเกน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต สมฺมา วตฺตามิ โลมํ ปาเตมิ เนตฺถารํ วตฺตามิ นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ ตติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ ฯ {๘๓.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๘๓.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๘๓.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๘๓.๔} ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ สงฺเฆน นิยสฺสกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๘๓.๕} ปฏิปฺปสฺสทฺธํ สงฺเฆน เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ นิยสฺสกมฺมํ ทุติยํ นิฏฺฐิตํ ฯ