This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๗

Other items in this volume

เรื่องพระฉัพพัคคีย์สรงน้ำขัดสีกายกับเสาเป็นต้น ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เครื่องประดับชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ไว้ผมยาว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้แปรงหวีผมเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์ส่องดูเงาหน้า เรื่องภิกษุเป็นแผลที่หน้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทาหน้าเป็นต้น เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคตา เรื่องพระฉัพพัคคีย์ดูมหรสพ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวดธรรมด้วยเสียงขับยาว เรื่องภิกษุสวดสรภัญญะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ผ้าห่มขนสัตว์เรื่องพระฉัพพัคคีย์ฉันมะม่วง เรื่องสมาคมถวายชิ้นมะม่วง เรื่องผลไม้ที่สมควรแก่สมณะเรื่องภิกษุถูกงูกัด ตระกูลพญางูทั้ง ๔ วิธีแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์เรื่องภิกษุตัดองคชาตเรื่องบาตรไม้จันทน์ ทรงห้ามใช้บาตรไม้ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้บาตรชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เชิงบาตรชนิดต่างๆ เรื่องการเก็บรักษาบาตร เรื่องการใช้วัตถุอื่นแทนบาตรเรื่องภิกษุใช้มือฉีกผ้าเย็บจีวรเป็นต้น เรื่องไม้สะดึงเป็นต้น เรื่องโรงสะดึงเป็นต้นเรื่องผ้ากรองน้ำ เรื่องทรงอนุญาตกุฎีกันยุงเรื่องทรงอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกาย เรื่องศาลาเรือนไฟและบ่อน้ำ เรื่องสระโบกขรณี เรื่องทรงห้ามนอนบนที่นอนโรยดอกไม้ เรื่องทรงอนุญาตรับของหอม เรื่องห้ามฉันในภาชนะเดียวกันเป็นต้นเรื่องเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการคว่ำบาตร วิธีคว่ำบาตรและกรรมวาจา พระอานนท์ไปแจ้งข่าวเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการหงายบาตร วิธีหงายบาตรและกรรมวาจาเรื่องโพธิราชกุมาร เรื่องทรงห้ามเหยียบผืนผ้าขาวเรื่องนางวิสาขามิคารมาตา เรื่องพัด เรื่องร่มเรื่องไม้เท้า คำขอทัณฑสมมติ และกรรมวาจา คำขอสิกกาสมมติ และกรรมวาจา คำขอทัณฑสิกกาสมมติและกรรมวาจาเรื่องภิกษุสำรอกอาหาร เรื่องการไว้เล็บและตัดเล็บ เรื่องขัดเล็บ เรื่องมีดโกน เรื่องแต่งหนวด เรื่องทรงอนุญาตให้โกนขนในที่ลับ เรื่องกรรไกร เรื่องไว้ขนจมูก เรื่องพระฉัพพัคคีย์ผมหงอก เรื่องไม้แคะหูเรื่องพระฉัพพัคคีย์สะสมโลหะและทองสัมฤทธิ์ เรื่องกล่องยาตา เรื่องผ้ารัดเข่าเรื่องประคดเอว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ลูกถวิน เรื่องลูกดุมเรื่องการนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ เรื่องหาบของเรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ขึ้นต้นไม้เรื่องทรงห้ามยกพระพุทธพจน์ขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนโลกายัต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนดิรัจฉานวิชาเรื่องให้พรเมื่อมีผู้จามเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะ เรื่องหลุมถ่ายอุจจาระ เรื่องวัจกุฎีเรื่องพระฉัพพัคคีย์ประพฤติไม่เหมาะสมเรื่องโลหะรวมเรื่องที่มีในขุททกวัตถุขันธกะวิหารานุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตวิหาร เรื่องเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ขออนุญาตสร้างวิหาร ทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด เศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ถวายวิหาร คาถาอนุโมทนาผู้ถวายวิหารเรื่องบานประตู เรื่องลูกดาล เรื่องบานหน้าต่าง เรื่องเครื่องลาดตั่งไม้เตียงถักสาน มัญจปีฐาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเตียงและตั่งเป็นต้น เรื่องเตียงและตั่ง เรื่องม้านั่งชนิดต่างๆ เรื่องห้ามนอนบนเตียงสูง เรื่องไม้หนุนเท้าเตียงเรื่องด้าย เรื่องหมอน เรื่องฟูก ๕ ชนิด เรื่องเตียงหุ้มด้วยฟูก เสตวัณณาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสีขาวเป็นต้น ปฏิภาณจิตตปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องทรงอนุญาตภาพดอกไม้ อิฏฐกาจยาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ก่ออิฐเป็นต้น เรื่องวิหารพื้นต่ำ เรื่องวิหารมีพื้นเป็นลานโล่ง เรื่องวิหารเล็ก เรื่องฝาวิหารชำรุด เรื่องทรงอนุญาตเพดานเรื่องทรงอนุญาตไม้แขวน เรื่องทรงอนุญาตราวจีวร อุปัฏฐานสาลาอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตหอฉัน เรื่องภิกษุฉันร่วมกันในกลางแจ้ง ปาการาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตรั้วล้อมเป็นต้น เรื่องวิหารไม่มีรั้วล้อม เรื่องทรงอนุญาตซุ้มประตู เรื่องทรงอนุญาตท่อระบายน้ำ เรื่องทรงอนุญาตศาลาไฟ อารามปริกเขปอนุชานนะ เรื่องทรงอนุญาตรั้วล้อมอารามอนาถปิณฑิกวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอนาถบิณฑิกคหบดี อนาถบิณฑิกะสร้างพระเชตวันนวกัมมทานะ ว่าด้วยให้นวกรรม(การก่อสร้าง) เรื่องช่างชุนผ้า วิธีให้นวกรรมและกรรมวาจาอัคคาสนาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตอาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องความเคารพ เรื่องผู้ควรได้อาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องสัตว์ ๓ สหาย อวันทิยาทิปุคคละ ว่าด้วยบุคคลที่ไม่ควรไหว้เป็นต้น เรื่องบุคคลที่ไม่ควรไหว้ ๑๐ จำพวก เรื่องบุคคลที่ภิกษุควรไหว้ ๓ จำพวก อาสนปฏิพาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามการกีดกันอาสนะ เรื่องอันเตวาสิกของพระฉัพพัคคีย์ คิหิวิกตอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องใช้อย่างคฤหัสถ์เชตวนวิหารานุโมทนา ว่าด้วยทรงอนุโมทนาการถวายเชตวันวิหาร คาถาอนุโมทนาการถวายวิหารอาสนปฏิพาหนาทิ ว่าด้วยการกีดกันอาสนะเป็นต้น เรื่องบังคับภิกษุผู้นั่งอาสนะถัดไปให้ลุกขึ้นทั้งที่ยังฉัน เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ไล่ภิกษุอาพาธ เรื่องอนุญาตให้ภิกษุถือเสนาสนะเสนาสนคาหาปกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่จัดแจงเสนาสนะ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา เรื่องวิธีการให้ถือเสนาสนะเป็นต้น เรื่องให้ถือเสนาสนะ ๓ อย่างเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรจองเสนาสนะเรื่องตรัสวินยกถาอวิสสัชชิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงสละ อเวภังคิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงแบ่ง เรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะนวกัมมทานกถา ว่าด้วยวิธีการที่ภิกษุให้นวกรรม เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลัง ภิกษุถือเอานวกรรมแล้วหลีกไปเป็นต้น อัญญตรปริโภคปฏิกเขปาทิ ว่าด้วยการห้ามใช้เสนาสนะผิดที่เป็นต้น เรื่องทรงอนุญาตให้ยืมเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้เก็บรักษาเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้แลกเปลี่ยน เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดเท้า เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปื้อนเหยียบเสนาสนะ เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปียกเหยียบเสนาสนะมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง เป็นต้น พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง พุทธานุญาตให้ปูลาดนอนสังฆภัตตาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสังฆภัตเป็นต้น ภัตตุทเทสกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งพระภัตตุเทสก์ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา วิธีแจกภัตเสนาสนปัญญาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเสนาสนปัญญาปกะเป็นต้น อัปปมัตตกวิสสัชชกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกของเล็กน้อย เรื่องของเล็กน้อยที่ควรแจก สาฏิยัคคาหาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกผ้าเป็นต้น วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจารวมเรื่องที่มีในเสนาสนขันธกะฉสักยปัพพัชชากถา ว่าด้วยการบรรพชาของเจ้าศากยะ ๖ องค์ เรื่องพระเจ้าภัททิยศากยะ เรื่องเจ้าศากยะทรงผนวช เรื่องพระภัททิยะเปล่งอุทานว่า “สุขหนอ”เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต เรื่องกกุธโกฬิยบุตร ปัญจสัตถุกถา ว่าด้วยพระศาสดา ๕ จำพวก เรื่องลาภสักการะย่อมฆ่าคนชั่วพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์ ปกาสนียกัมมะ ว่าด้วยสงฆ์ทำปกาสนียกรรมแก่พระเทวทัต วิธีทำปกาสนียกรรมและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาอชาตสัตตุกุมารวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอชาตศัตรูกุมาร อภิมารเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตส่งคนไปลอบปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค โลหิตุปปาทกกัมมะ ว่าด้วยพระเทวทัตทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิต เรื่องศาสดา ๕ จำพวกนาฬาคิริเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตปล่อยช้างนาฬาคิรีปัญจวัตถุยาจนกา ว่าด้วยพระเทวทัตกราบทูลขอวัตถุ ๕ ประการ พระเทวทัตโฆษณาวัตถุ ๕ ประการสังฆเภทกถา ว่าด้วยการทำลายสงฆ์ พระเทวทัตชักชวนพระวัชชีบุตร ๕๐๐ รูปเข้าเป็นพรรคพวก เรื่องภิกษุรูปหนึ่งเข้าใจผิดพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ รูปกลับ คุณสมบัติของทูต พระเทวทัตถูกอสัทธรรม ๘ อย่างครอบงำ นิคมคาถาอุปาลิปัญหา ว่าด้วยปัญหาของพระอุบาลี สังฆราชี สังฆเภท เรื่องที่ทำให้สงฆ์แตกกัน ๑๘ ประการ สังฆสามัคคี นิคมคาถาภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ต้องไปเกิดในอบาย ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องไปเกิดในอบายรวมเรื่องที่มีในสังฆเภทขันธกะ๑. อาคันตุกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้จรมา๒. อาวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่ในอาวาส๓. คมิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้ออกเดินทาง๔. อนุโมทนาวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในการอนุโมทนา๕. ภัตตัคควัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในโรงฉัน๖. ปิณฑจาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต๗. อารัญญิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฎิบัติของภิกษุผู้อยู่ป่า๘. เสนาสนวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเสนาสนะ๙. ชันตาฆรวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเรือนไฟ๑๐. วัจจกุฏิวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในวัจกุฎี๑๑. อุปัชฌายวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในพระอุปัชฌาย์๑๒. สัทธิวิหาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในสัทธิวิหาริก๑๓. อาจริยวัตตกถา ว่าด้วยอาจริยวัตร๑๔. อันเตวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในอันเตวาสิกรวมเรื่องที่มีในวัตตขันธกะ๑. ปาติโมกขุทเทสยาจนะ ว่าด้วยการขอให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง๒. มหาสมุทเทอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความอัศจรรย์ของมหาสมุทร ๘ ประการ ๓. อิมัสมิงธัมมวินเยอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความมหัศจรรย์ในพระธรรมวินัย ๘ ประการ๔. ปาติโมกขสวนารหะ ว่าด้วยผู้ควรฟังปาติโมกข์ เรื่องทรงให้ภิกษุสงฆ์ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเอง เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์งดยกปาติโมกข์๕. ธัมมิกาธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ชอบธรรมและไม่ชอบธรรม ๖. ธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ที่ชอบธรรม๗. อัตตาทานอังคะ ว่าด้วยองค์แห่งอธิกรณ์ที่ตนพึงรับ ๘. โจทเกนปัจจเวกขิตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณา ๙. โจทเกนอุปัฏฐาเปตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงตั้งไว้ในตน๑๐. โจทกจุทิตกปฏิสังยุตตกถา ว่าด้วยเรื่องของผู้โจทก์และผู้ถูกโจท เรื่องผู้ถูกโจทโดยไม่ชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องผู้เป็นโจทก์โดยชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยชอบธรรมต้องเดือดร้อน คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ ๕ อย่าง ผู้ถูกโจทพึงตั้งอยู่ในธรรม ๒ อย่างรวมเรื่องที่มีในปาติโมกขัฏฐปนขันธกะ๑. มหาปชาปติโคตมีวัตถุ ว่าด้วยเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี ๒. อัฏฐครุธัมมะ ว่าด้วยครุธรรม ๘ ข้อ๓. ภิกขุนีอุปสัมปทานุชานนะ ว่าด้วยการอนุญาตให้อุปสมบทภิกษุณี พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลขอพร พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามถึงสิกขาบท ลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงทรงอนุญาตให้ภิกษุณีรับอาบัติของกันและกันทรงอนุญาตให้ทำกรรมเป็นต้นภิกษุแสดงอวัยวะอวดภิกษุณี ภิกษุณีแสดงอวัยวะอวดภิกษุเรื่องงดโอวาท วิธีรับโอวาทของภิกษุณีเรื่องภิกษุณีรัดสีข้าง เรื่องภิกษุณีนวดกาย เรื่องภิกษุณีทาหน้า เรื่องภิกษุณีใช้จีวรสีเขียวล้วนเรื่องพินัยกรรมของภิกษุณีสงฆ์ เรื่องภิกษุณีใช้ไหล่กระแทกภิกษุ เรื่องภิกษุณีใช้บาตรใส่ทารก เรื่องภิกษุณีแสดงก้นบาตร เรื่องภิกษุณีเพ่งดูอวัยวะเพศบุรุษ เรื่องภิกษุให้อามิสเรื่องภิกษุณียืมเสนาสนะ เรื่องผ้านุ่งของภิกษุณี๓. ตติยภาณวาร เรื่องอันตรายิกธรรมของภิกษุณี วิธีสอบถามอันตรายิกธรรม คำบอกบาตรและจีวร เรื่องภิกษุณีโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องภิกษุณียังไม่ได้รับการแต่งตั้งสอนซ้อม วิธีแต่งตั้งตนและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งผู้อื่นและกรรมวาจา เรื่องห้ามผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขาเดินมาพร้อมกัน คำขออุปสมบทต่อภิกษุณีสงฆ์ คำแต่งตั้งตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา คำขออุปสมบทต่อภิกษุสงฆ์ ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทาเรื่องการวัดเงาเป็นต้นเรื่องปวารณา วิธีแต่งตั้งและญัตติกรรมวาจา คำปวารณาเรื่องการงดอุโบสถเรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะ เรื่องคานหามเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสี กรรมวาจาให้อุปสมบทด้วยทูตเรื่องภิกษุณีทั้งหลายอยู่ป่า เรื่องแต่งตั้งภิกษุณีให้เป็นเพื่อนภิกษุณีลูกอ่อน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาเรื่องภิกษุณีไม่บอกคืนสิกขา เรื่องภิกษุณีเข้ารีตเดียรถีย์เรื่องภิกษุณีนั่งขัดสมาธิยินดีการสัมผัสส้นเท้า เรื่องภิกษุณีถ่ายอุจจาระ เรื่องภิกษุณีใช้จุรณสรงน้ำรวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ๑. สังคีตินิทาน ว่าด้วยมูลเหตุการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ พระมหากัสสปะคัดเลือกภิกษุทำสังคายนา กำหนดเขตการอยู่จำพรรษา ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ท่านพระอานนท์บรรลุอรหัตตผลเรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัยเรื่องท่านพระอานนท์ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม๒. ขุททานุขุททกสิกขาปทกถา ว่าด้วยสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติเพิ่มเติมและไม่ถอนพระบัญญัติเดิมเรื่องปรับอาบัติท่านพระอานนท์ ๕ กรณีเรื่องพระปุราณะ๓. พรหมทัณฑกถา ว่าด้วยการลงพรหมทัณฑ์ เรื่องพระเจ้าอุเทน เรื่องท่านพระอานนท์แจ้งพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะรวมเรื่องที่มีในปัญจสติกขันธกะเรื่องภิกษุวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตร ลงปฏิสารณียกรรมโดยไม่ชอบธรรม เครื่องเศร้าหมองของสมณพราหมณ์ ๔ ประการเรื่องผู้ใหญ่บ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมโดยไม่ชอบธรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสี เรื่องภิกษุทั้งหลายชาวเมืองปาเฐยยะและทักขิณาบถเรื่องพระเรวตะคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหะเรื่องพระอุตตระเรื่องสงฆ์มุ่งจะวินิจฉัยอธิกรณ์พระสัมภูตสาณวาสีถามวัตถุ ๑๐ ประการพระเรวตะประกาศระงับอธิกรณ์ด้วยอุพพาหิกวิธี ญัตติกรรมวาจาเรื่องพระอชิตะ ญัตติกรรมวาจา คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการรวมเรื่องที่มีในสัตตสติกขันธกะ

Scripture

เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต เรื่องกกุธโกฬิยบุตร ปัญจสัตถุกถา ว่าด้วยพระศาสดา ๕ จำพวก เรื่องลาภสักการะย่อมฆ่าคนชั่ว

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

4 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อนุปิยนิคมตามพระอัธยาศัยแล้ว เสด็จจาริกไปทางกรุงโกสัมพี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ จนถึงกรุงโกสัมพี ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม ในกรุงโกสัมพีนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร ครั้งนั้น พระเทวทัตหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ได้เกิดความคิดคำนึงขึ้นในใจว่า “เรา จะพึงยังใครหนอให้เลื่อมใส ซึ่งเมื่อเขาเลื่อมใสเราแล้ว ลาภสักการะเป็นอันมาก พึงเกิดขึ้น” ลำดับนั้น พระเทวทัตได้มีความคิดดังนี้ว่า “อชาตสัตตุกุมารนี้ยังเป็น หนุ่มจะมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ถ้ากระไร เราพึงยังอชาตศัตรูกุมารนี้ให้เลื่อมใส เมื่อเขาเลื่อมใสแล้ว ลาภสักการะเป็นอันมากจะเกิดขึ้น” ลำดับนั้น พระเทวทัตเก็บเสนาสนะ ถือบาตรและจีวรจาริกไปทางกรุงราชคฤห์ จนถึงกรุงราชคฤห์โดยลำดับ ครั้งนั้น พระเทวทัตได้แปลงเพศเนรมิตตนเป็นกุมาร น้อยเอางูพันเอวปรากฏบนพระเพลา(ตัก)ของอชาตศัตรูกุมาร ครั้งนั้น อชาตศัตรูกุมารทรงกลัว หวาดหวั่น สะดุ้ง ตกพระทัย พระเทวทัต จึงได้ถามดังนี้ว่า “กุมาร ท่านกลัวฉันหรือ” พระกุมารตรัสว่า “ใช่ เรากลัว ท่านเป็นใคร” พระเทวทัตตอบว่า “ฉันคือพระเทวทัต” พระกุมารตรัสว่า “ถ้าท่านเป็นพระคุณเจ้าเทวทัตก็กลับเป็นตามเพศเดิมเถิด” ครั้งนั้น พระเทวทัตเปลี่ยนเพศกุมารน้อย(กลับเป็นภิกษุ) ทรงสังฆาฏิ บาตร และจีวร ยืนอยู่ข้างหน้าพระกุมาร ลำดับนั้น พระกุมารเลื่อมใสยิ่งนักเพราะอิทธิ ปาฏิหาริย์นี้ ได้เสด็จไปที่อุปัฏฐากทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า พร้อมด้วยรถ ๕๐๐ คัน ได้นำภัตตาหาร ๕๐๐ สำรับไปด้วย ต่อมา พระเทวทัตถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำ เกิดความต้อง การดังนี้ว่า “เราจะปกครองภิกษุสงฆ์” พระเทวทัตจึงเสื่อมจากฤทธิ์พร้อมกับเกิด ความคิดเช่นนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๔} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร เรื่องกกุธโกฬิยบุตร สมัยนั้น บุตรเจ้าโกฬิยะนามว่ากกุธะเป็นอุปัฏฐากของท่านพระมหาโมคคัลลานะ สิ้นชีพิตักษัยได้ไม่นาน เข้าถึงชั้นกายมโนมัย ชั้นใดชั้นหนึ่ง เป็นผู้ได้อัตภาพใหญ่ เหมือนคามเขตในแคว้นมคธ ๒-๓ หมู่ แต่เขาก็ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนเพราะ การได้อัตภาพนั้น ครั้งนั้น กกุธเทพบุตรได้เข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่ ครั้นถึง แล้วไหว้ท่านพระมหาโมคคัลลานะแล้วยืน ณ ที่สมควร กกุธเทพบุตรผู้ยืนอยู่ ณ ที่ สมควรได้กล่าวกับท่านพระมหาโมคคัลลานะดังนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ พระเทวทัตถูก ลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำ เกิดความปรารถนาอย่างนี้ว่า ‘เราจะ ปกครองภิกษุสงฆ์’ ท่านผู้เจริญ พร้อมกับจิตตุปบาท พระเทวทัตจึงเสื่อมจากฤทธิ์” กกุธเทพบุตรครั้นกล่าวดังนี้แล้ว ได้ไหว้ท่านพระมหาโมคคัลลานะ กระทำประทักษิณ แล้วหายไป ณ ที่นั้นเอง ลำดับนั้น พระมหาโมคคัลลานะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้น ถึงแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคนั่ง ณ ที่สมควร ท่านพระมหาโมคคัลลานะผู้นั่ง ณ ที่สมควรแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า บุตรของเจ้า โกฬิยะนามว่ากกุธะเป็นอุปัฏฐากของข้าพระองค์ สิ้นชีพิตักษัยได้ไม่นาน เข้าถึงชั้น กายมโนมัยชั้นใดชั้นหนึ่ง เป็นผู้ได้อัตภาพใหญ่เหมือนคามเขตของแคว้นมคธ ๒-๓ หมู่ แต่เขาไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนเพราะการได้อัตภาพนั้น ต่อมา กกุธเทพบุตร เข้าไปหาข้าพระองค์ถึงที่อยู่ไหว้แล้วยืน ณ ที่สมควร ได้กล่าวกับข้าพระองค์ดังนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ พระเทวทัตถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำ เกิดความ ปรารถนาอย่างนี้ว่า ‘เราจะปกครองภิกษุสงฆ์’ พร้อมกับจิตตุปบาท พระเทวทัตจึง เสื่อมจากฤทธิ์’ พระพุทธเจ้าข้า กกุธเทพบุตรครั้นกล่าวดังนี้แล้ว ไหว้ข้าพระองค์ กระทำประทักษิณ แล้วหายไป ณ ที่นั้นเอง” @เชิงอรรถ : @ องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๐๐/๑๗๐-๑๗๑ @ กายมโนมัย คือ กายแห่งพรหมที่บังเกิดด้วยฌาน (สารตฺถ. ฏีกา ๓/๓๓๓/๔๙๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๕} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “โมคคัลลานะ เธอกำหนดรู้จิตของกกุธเทพบุตร แล้วหรือว่า กกุธเทพบุตรกล่าวเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เรื่องนั้นทั้งหมดย่อมเป็นจริงตามนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น” ท่านพระมหาโมคคัลลานะกราบทูลว่า “ข้าพระองค์กำหนดรู้จิตของกกุธเทพบุตร ด้วยจิตแล้วเชื่อว่า กกุธเทพบุตรกล่าวเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เรื่องนั้นทั้งหมดย่อมเป็นจริง ตามนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “โมคคัลลานะ เธอจงรักษาวาจานั้น โมคคัลลานะ เธอจงรักษาวาจานั้น บัดนี้โมฆบุรุษนั้นจะเปิดเผยตนด้วยตนเองออกมา” ปัญจสัตถุกถา ว่าด้วยพระศาสดา ๕ จำพวก

โมคคัลลานะ ศาสดา ๕ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก คือ ๑. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีศีลไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มี ศีลบริสุทธิ์ ศีลของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวก รู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญา ว่าเราเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ศีลของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเราจะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้น ยกย่องพวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัช บริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยกรรมนั้น” โมคคัลลานะ พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้โดยศีล และศาสดาเช่นนี้ก็หวัง การรักษาโดยศีลจากพวกสาวก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๖} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร ๒. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็น ผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ อาชีพของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ แต่ ปฏิญญาว่าเราเป็นผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ อาชีพของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่ พอใจของท่าน พวกเราจะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่องพวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลาน ปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วย กรรมนั้น” โมคคัลลานะ พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยอาชีพ ศาสดาเช่นนี้ก็ หวังการรักษาโดยอาชีพจากพวกสาวก ๓. ศาสดาบางท่านในโลกนี้เป็นผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มีธรรมเทศนาบริสุทธิ์ ธรรมเทศนาของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้มี ธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่าธรรมเทศนาของตนบริสุทธิ์ ธรรมเทศนาของตนบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวก เราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเรา จะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่อง พวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยกรรมนั้น” โมคคัลลานะ พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยธรรมเทศนา ศาสดา เช่นนี้ก็หวังการรักษาโดยธรรมเทศนาจากพวกสาวก ๔. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เรา เป็นผู้มีเวยยากรณะบริสุทธิ์ เวยยากรณะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้ มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่าเราเป็นผู้มีเวยยากรณะบริสุทธิ์ เวยยากรณะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๗} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร เราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเรา จะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่อง พวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมา ด้วยกรรมนั้น” โมคคัลลานะ พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยเวยยากรณะ ศาสดา เช่นนี้ก็หวังการรักษาโดยเวยยากรณะจากพวกสาวก ๕. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีญาณทัสสนะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เรา เป็นผู้มีญาณทัสสนะบริสุทธิ์ ญาณทัสสนะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” สาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้มีญาณ- ทัสสนะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่าเราเป็นผู้มีญาณทัสสนะบริสุทธิ์ ญาณทัสสนะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวก เราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเราจะ กล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่อง พวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมา ด้วยกรรมนั้น” โมคคัลลานะ พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยญาณทัสสนะ และศาสดา เช่นนี้ ก็หวังการรักษาโดยญาณทัสสนะจากพวกสาวก โมคคัลลานะ ศาสดา ๕ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก โมคคัลลานะ เรามีศีลบริสุทธิ์ จึงปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ศีลของ เราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกย่อมไม่รักษาเราโดยศีล และเราก็ ไม่หวังการรักษาโดยศีลจากพวกสาวก โมคคัลลานะ เรามีอาชีพบริสุทธิ์ ฯลฯ เรามีธรรมเทศนาบริสุทธิ์ ฯลฯ เรา มีเวยยากรณะบริสุทธิ์ ฯลฯ เรามีญาณทัสสนะบริสุทธิ์ จึงปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มี ญาณทัสสนะบริสุทธิ์ ญาณทัสสนะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวก สาวกไม่รักษาเราไว้โดยญาณทัสสนะ และเราก็ไม่หวังการรักษาโดยญาณทัสสนะ จาก พวกสาวก” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร เรื่องลาภสักการะย่อมฆ่าคนชั่ว

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กรุงโกสัมพีตามพระอัธยาศัยแล้ว เสด็จ จาริกไปโดยลำดับ จนถึงกรุงราชคฤห์ ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระ เวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต ในกรุงราชคฤห์นั้น ครั้งนั้น ภิกษุจำนวนมากเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้ว ได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ภิกษุเหล่านั้นผู้นั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อชาตศัตรูกุมารเสด็จ โดยราชรถ ๕๐๐ คัน ไปบำรุงพระเทวทัต ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า และรับสั่งให้นำ ภัตตาหารที่สมควรไปพระราชทาน ๕๐๐ สำรับ” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่ายินดีลาภสักการะ และความสรรเสริญของเทวทัตเลย แม้อชาตศัตรูกุมารจักเสด็จโดยราชรถ ๕๐๐ คัน ไปบำรุงเทวทัต ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า และจักรับสั่งให้นำภัตตาหารที่สมควรไปพระ ราชทาน ๕๐๐ สำรับเพียงใด เทวทัตก็พึงหวังความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย เพียงนั้น หวังความเจริญไม่ได้ ภิกษุทั้งหลาย อชาตศัตรูกุมารจะไปบำรุงพระเทวทัตในเวลาเย็นเวลาเช้า พร้อม ด้วยราชรถ ๕๐๐ คัน จะนำภัตตาหาร ๕๐๐ สำรับไปได้สักกี่วัน ภิกษุทั้งหลาย ความเสื่อมจากกุศลธรรมเป็นอันเทวทัตหวังได้ ความเจริญอย่าได้หวัง ลาภสักการะ และสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตก็เพื่อฆ่าตนเอง ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิด ขึ้นแก่เทวทัต เพื่อความเสื่อม เหมือนคนเอาดีหมีทาที่จมูกลูกสุนัขดุ ลูกสุนัขก็จะเพิ่ม ความดุยิ่งขึ้น ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อความเสื่อม เหมือนต้นกล้วย ออกปลีเพื่อฆ่าตนเอง ออกปลีเพื่อความเสื่อม @เชิงอรรถ : @ สํ.นิ. ๑๖/๑๘๕/๒๓๐-๒๓๑ @ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๖๘/๑๑๒ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อความเสื่อม เหมือนต้นไผ่ตกขุย เพื่อฆ่าตนเอง ตกขุยเพื่อความเสื่อม ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อความเสื่อม เหมือนไม้อ้อตกขุย เพื่อฆ่าตนเอง ตกขุยเพื่อความเสื่อม ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและการสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง ลาภสักการะและความสรรเสริญเกิดขึ้นแก่เทวทัตเพื่อความเสื่อม เหมือนแม่ม้า อัสดรตั้งครรภ์เพื่อฆ่าตนเอง ตั้งครรภ์เพื่อความเสื่อม พระผู้มีพระภาคครั้นตรัสดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ว่า “ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย ขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ ดอกอ้อฆ่าต้นอ้อ ลูกม้าอัสดรฆ่าแม่ม้า ฉันใด สักการะย่อมฆ่าคนชั่ว ฉันนั้น” ปฐมภาณวารที่ ๑ จบ ๒. ทุติยภาณวาร ปกาสนียกัมมะ ว่าด้วยสงฆ์ทำปกาสนียกรรมแก่พระเทวทัต

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคแวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ประทับนั่งแสดง ธรรมแก่บริษัทซึ่งมีพระราชาประทับอยู่ด้วย ครั้งนั้น พระเทวทัตลุกจากอาสนะ ห่ม อุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือไปทางพระผู้มีพระภาคแล้วได้กราบทูลพระ @เชิงอรรถ : @ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๘๓/๒๕๔, สํ.นิ. (แปล) ๑๖/๑๘๔/๒๘๕ และดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๖๘/๑๑๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๘๐}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้