This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๗

Other items in this volume

เรื่องพระฉัพพัคคีย์สรงน้ำขัดสีกายกับเสาเป็นต้น ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เครื่องประดับชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ไว้ผมยาว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้แปรงหวีผมเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์ส่องดูเงาหน้า เรื่องภิกษุเป็นแผลที่หน้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทาหน้าเป็นต้น เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคตา เรื่องพระฉัพพัคคีย์ดูมหรสพ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวดธรรมด้วยเสียงขับยาว เรื่องภิกษุสวดสรภัญญะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ผ้าห่มขนสัตว์เรื่องพระฉัพพัคคีย์ฉันมะม่วง เรื่องสมาคมถวายชิ้นมะม่วง เรื่องผลไม้ที่สมควรแก่สมณะเรื่องภิกษุถูกงูกัด ตระกูลพญางูทั้ง ๔ วิธีแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์เรื่องภิกษุตัดองคชาตเรื่องบาตรไม้จันทน์ ทรงห้ามใช้บาตรไม้ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้บาตรชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เชิงบาตรชนิดต่างๆ เรื่องการเก็บรักษาบาตร เรื่องการใช้วัตถุอื่นแทนบาตรเรื่องภิกษุใช้มือฉีกผ้าเย็บจีวรเป็นต้น เรื่องไม้สะดึงเป็นต้น เรื่องโรงสะดึงเป็นต้นเรื่องผ้ากรองน้ำ เรื่องทรงอนุญาตกุฎีกันยุงเรื่องทรงอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกาย เรื่องศาลาเรือนไฟและบ่อน้ำ เรื่องสระโบกขรณี เรื่องทรงห้ามนอนบนที่นอนโรยดอกไม้ เรื่องทรงอนุญาตรับของหอม เรื่องห้ามฉันในภาชนะเดียวกันเป็นต้นเรื่องเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการคว่ำบาตร วิธีคว่ำบาตรและกรรมวาจา พระอานนท์ไปแจ้งข่าวเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการหงายบาตร วิธีหงายบาตรและกรรมวาจาเรื่องโพธิราชกุมาร เรื่องทรงห้ามเหยียบผืนผ้าขาวเรื่องนางวิสาขามิคารมาตา เรื่องพัด เรื่องร่มเรื่องไม้เท้า คำขอทัณฑสมมติ และกรรมวาจา คำขอสิกกาสมมติ และกรรมวาจา คำขอทัณฑสิกกาสมมติและกรรมวาจาเรื่องภิกษุสำรอกอาหาร เรื่องการไว้เล็บและตัดเล็บ เรื่องขัดเล็บ เรื่องมีดโกน เรื่องแต่งหนวด เรื่องทรงอนุญาตให้โกนขนในที่ลับ เรื่องกรรไกร เรื่องไว้ขนจมูก เรื่องพระฉัพพัคคีย์ผมหงอก เรื่องไม้แคะหูเรื่องพระฉัพพัคคีย์สะสมโลหะและทองสัมฤทธิ์ เรื่องกล่องยาตา เรื่องผ้ารัดเข่าเรื่องประคดเอว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ลูกถวิน เรื่องลูกดุมเรื่องการนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ เรื่องหาบของเรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ขึ้นต้นไม้เรื่องทรงห้ามยกพระพุทธพจน์ขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนโลกายัต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนดิรัจฉานวิชาเรื่องให้พรเมื่อมีผู้จามเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะ เรื่องหลุมถ่ายอุจจาระ เรื่องวัจกุฎีเรื่องพระฉัพพัคคีย์ประพฤติไม่เหมาะสมเรื่องโลหะรวมเรื่องที่มีในขุททกวัตถุขันธกะวิหารานุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตวิหาร เรื่องเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ขออนุญาตสร้างวิหาร ทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด เศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ถวายวิหาร คาถาอนุโมทนาผู้ถวายวิหารเรื่องบานประตู เรื่องลูกดาล เรื่องบานหน้าต่าง เรื่องเครื่องลาดตั่งไม้เตียงถักสาน มัญจปีฐาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเตียงและตั่งเป็นต้น เรื่องเตียงและตั่ง เรื่องม้านั่งชนิดต่างๆ เรื่องห้ามนอนบนเตียงสูง เรื่องไม้หนุนเท้าเตียงเรื่องด้าย เรื่องหมอน เรื่องฟูก ๕ ชนิด เรื่องเตียงหุ้มด้วยฟูก เสตวัณณาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสีขาวเป็นต้น ปฏิภาณจิตตปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องทรงอนุญาตภาพดอกไม้ อิฏฐกาจยาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ก่ออิฐเป็นต้น เรื่องวิหารพื้นต่ำ เรื่องวิหารมีพื้นเป็นลานโล่ง เรื่องวิหารเล็ก เรื่องฝาวิหารชำรุด เรื่องทรงอนุญาตเพดานเรื่องทรงอนุญาตไม้แขวน เรื่องทรงอนุญาตราวจีวร อุปัฏฐานสาลาอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตหอฉัน เรื่องภิกษุฉันร่วมกันในกลางแจ้ง ปาการาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตรั้วล้อมเป็นต้น เรื่องวิหารไม่มีรั้วล้อม เรื่องทรงอนุญาตซุ้มประตู เรื่องทรงอนุญาตท่อระบายน้ำ เรื่องทรงอนุญาตศาลาไฟ อารามปริกเขปอนุชานนะ เรื่องทรงอนุญาตรั้วล้อมอารามอนาถปิณฑิกวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอนาถบิณฑิกคหบดี อนาถบิณฑิกะสร้างพระเชตวันนวกัมมทานะ ว่าด้วยให้นวกรรม(การก่อสร้าง) เรื่องช่างชุนผ้า วิธีให้นวกรรมและกรรมวาจาอัคคาสนาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตอาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องความเคารพ เรื่องผู้ควรได้อาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องสัตว์ ๓ สหาย อวันทิยาทิปุคคละ ว่าด้วยบุคคลที่ไม่ควรไหว้เป็นต้น เรื่องบุคคลที่ไม่ควรไหว้ ๑๐ จำพวก เรื่องบุคคลที่ภิกษุควรไหว้ ๓ จำพวก อาสนปฏิพาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามการกีดกันอาสนะ เรื่องอันเตวาสิกของพระฉัพพัคคีย์ คิหิวิกตอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องใช้อย่างคฤหัสถ์เชตวนวิหารานุโมทนา ว่าด้วยทรงอนุโมทนาการถวายเชตวันวิหาร คาถาอนุโมทนาการถวายวิหารอาสนปฏิพาหนาทิ ว่าด้วยการกีดกันอาสนะเป็นต้น เรื่องบังคับภิกษุผู้นั่งอาสนะถัดไปให้ลุกขึ้นทั้งที่ยังฉัน เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ไล่ภิกษุอาพาธ เรื่องอนุญาตให้ภิกษุถือเสนาสนะเสนาสนคาหาปกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่จัดแจงเสนาสนะ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา เรื่องวิธีการให้ถือเสนาสนะเป็นต้น เรื่องให้ถือเสนาสนะ ๓ อย่างเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรจองเสนาสนะเรื่องตรัสวินยกถาอวิสสัชชิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงสละ อเวภังคิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงแบ่ง เรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะนวกัมมทานกถา ว่าด้วยวิธีการที่ภิกษุให้นวกรรม เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลัง ภิกษุถือเอานวกรรมแล้วหลีกไปเป็นต้น อัญญตรปริโภคปฏิกเขปาทิ ว่าด้วยการห้ามใช้เสนาสนะผิดที่เป็นต้น เรื่องทรงอนุญาตให้ยืมเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้เก็บรักษาเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้แลกเปลี่ยน เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดเท้า เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปื้อนเหยียบเสนาสนะ เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปียกเหยียบเสนาสนะมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง เป็นต้น พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง พุทธานุญาตให้ปูลาดนอนสังฆภัตตาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสังฆภัตเป็นต้น ภัตตุทเทสกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งพระภัตตุเทสก์ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา วิธีแจกภัตเสนาสนปัญญาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเสนาสนปัญญาปกะเป็นต้น อัปปมัตตกวิสสัชชกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกของเล็กน้อย เรื่องของเล็กน้อยที่ควรแจก สาฏิยัคคาหาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกผ้าเป็นต้น วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจารวมเรื่องที่มีในเสนาสนขันธกะฉสักยปัพพัชชากถา ว่าด้วยการบรรพชาของเจ้าศากยะ ๖ องค์ เรื่องพระเจ้าภัททิยศากยะ เรื่องเจ้าศากยะทรงผนวช เรื่องพระภัททิยะเปล่งอุทานว่า “สุขหนอ”เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต เรื่องกกุธโกฬิยบุตร ปัญจสัตถุกถา ว่าด้วยพระศาสดา ๕ จำพวก เรื่องลาภสักการะย่อมฆ่าคนชั่วพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์ ปกาสนียกัมมะ ว่าด้วยสงฆ์ทำปกาสนียกรรมแก่พระเทวทัต วิธีทำปกาสนียกรรมและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาอชาตสัตตุกุมารวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอชาตศัตรูกุมาร อภิมารเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตส่งคนไปลอบปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค โลหิตุปปาทกกัมมะ ว่าด้วยพระเทวทัตทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิต เรื่องศาสดา ๕ จำพวกนาฬาคิริเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตปล่อยช้างนาฬาคิรีปัญจวัตถุยาจนกา ว่าด้วยพระเทวทัตกราบทูลขอวัตถุ ๕ ประการ พระเทวทัตโฆษณาวัตถุ ๕ ประการสังฆเภทกถา ว่าด้วยการทำลายสงฆ์ พระเทวทัตชักชวนพระวัชชีบุตร ๕๐๐ รูปเข้าเป็นพรรคพวก เรื่องภิกษุรูปหนึ่งเข้าใจผิดพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ รูปกลับ คุณสมบัติของทูต พระเทวทัตถูกอสัทธรรม ๘ อย่างครอบงำ นิคมคาถาอุปาลิปัญหา ว่าด้วยปัญหาของพระอุบาลี สังฆราชี สังฆเภท เรื่องที่ทำให้สงฆ์แตกกัน ๑๘ ประการ สังฆสามัคคี นิคมคาถาภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ต้องไปเกิดในอบาย ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องไปเกิดในอบายรวมเรื่องที่มีในสังฆเภทขันธกะ๑. อาคันตุกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้จรมา๒. อาวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่ในอาวาส๓. คมิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้ออกเดินทาง๔. อนุโมทนาวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในการอนุโมทนา๕. ภัตตัคควัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในโรงฉัน๖. ปิณฑจาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต๗. อารัญญิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฎิบัติของภิกษุผู้อยู่ป่า๘. เสนาสนวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเสนาสนะ๙. ชันตาฆรวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเรือนไฟ๑๐. วัจจกุฏิวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในวัจกุฎี๑๑. อุปัชฌายวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในพระอุปัชฌาย์๑๒. สัทธิวิหาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในสัทธิวิหาริก๑๓. อาจริยวัตตกถา ว่าด้วยอาจริยวัตร๑๔. อันเตวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในอันเตวาสิกรวมเรื่องที่มีในวัตตขันธกะ๑. ปาติโมกขุทเทสยาจนะ ว่าด้วยการขอให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง๒. มหาสมุทเทอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความอัศจรรย์ของมหาสมุทร ๘ ประการ ๓. อิมัสมิงธัมมวินเยอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความมหัศจรรย์ในพระธรรมวินัย ๘ ประการ๔. ปาติโมกขสวนารหะ ว่าด้วยผู้ควรฟังปาติโมกข์ เรื่องทรงให้ภิกษุสงฆ์ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเอง เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์งดยกปาติโมกข์๕. ธัมมิกาธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ชอบธรรมและไม่ชอบธรรม ๖. ธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ที่ชอบธรรม๗. อัตตาทานอังคะ ว่าด้วยองค์แห่งอธิกรณ์ที่ตนพึงรับ ๘. โจทเกนปัจจเวกขิตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณา ๙. โจทเกนอุปัฏฐาเปตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงตั้งไว้ในตน๑๐. โจทกจุทิตกปฏิสังยุตตกถา ว่าด้วยเรื่องของผู้โจทก์และผู้ถูกโจท เรื่องผู้ถูกโจทโดยไม่ชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องผู้เป็นโจทก์โดยชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยชอบธรรมต้องเดือดร้อน คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ ๕ อย่าง ผู้ถูกโจทพึงตั้งอยู่ในธรรม ๒ อย่างรวมเรื่องที่มีในปาติโมกขัฏฐปนขันธกะ๑. มหาปชาปติโคตมีวัตถุ ว่าด้วยเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี ๒. อัฏฐครุธัมมะ ว่าด้วยครุธรรม ๘ ข้อ๓. ภิกขุนีอุปสัมปทานุชานนะ ว่าด้วยการอนุญาตให้อุปสมบทภิกษุณี พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลขอพร พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามถึงสิกขาบท ลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงทรงอนุญาตให้ภิกษุณีรับอาบัติของกันและกันทรงอนุญาตให้ทำกรรมเป็นต้นภิกษุแสดงอวัยวะอวดภิกษุณี ภิกษุณีแสดงอวัยวะอวดภิกษุเรื่องงดโอวาท วิธีรับโอวาทของภิกษุณีเรื่องภิกษุณีรัดสีข้าง เรื่องภิกษุณีนวดกาย เรื่องภิกษุณีทาหน้า เรื่องภิกษุณีใช้จีวรสีเขียวล้วนเรื่องพินัยกรรมของภิกษุณีสงฆ์ เรื่องภิกษุณีใช้ไหล่กระแทกภิกษุ เรื่องภิกษุณีใช้บาตรใส่ทารก เรื่องภิกษุณีแสดงก้นบาตร เรื่องภิกษุณีเพ่งดูอวัยวะเพศบุรุษ เรื่องภิกษุให้อามิสเรื่องภิกษุณียืมเสนาสนะ เรื่องผ้านุ่งของภิกษุณี๓. ตติยภาณวาร เรื่องอันตรายิกธรรมของภิกษุณี วิธีสอบถามอันตรายิกธรรม คำบอกบาตรและจีวร เรื่องภิกษุณีโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องภิกษุณียังไม่ได้รับการแต่งตั้งสอนซ้อม วิธีแต่งตั้งตนและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งผู้อื่นและกรรมวาจา เรื่องห้ามผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขาเดินมาพร้อมกัน คำขออุปสมบทต่อภิกษุณีสงฆ์ คำแต่งตั้งตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา คำขออุปสมบทต่อภิกษุสงฆ์ ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทาเรื่องการวัดเงาเป็นต้นเรื่องปวารณา วิธีแต่งตั้งและญัตติกรรมวาจา คำปวารณาเรื่องการงดอุโบสถเรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะ เรื่องคานหามเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสี กรรมวาจาให้อุปสมบทด้วยทูตเรื่องภิกษุณีทั้งหลายอยู่ป่า เรื่องแต่งตั้งภิกษุณีให้เป็นเพื่อนภิกษุณีลูกอ่อน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาเรื่องภิกษุณีไม่บอกคืนสิกขา เรื่องภิกษุณีเข้ารีตเดียรถีย์เรื่องภิกษุณีนั่งขัดสมาธิยินดีการสัมผัสส้นเท้า เรื่องภิกษุณีถ่ายอุจจาระ เรื่องภิกษุณีใช้จุรณสรงน้ำรวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ๑. สังคีตินิทาน ว่าด้วยมูลเหตุการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ พระมหากัสสปะคัดเลือกภิกษุทำสังคายนา กำหนดเขตการอยู่จำพรรษา ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ท่านพระอานนท์บรรลุอรหัตตผลเรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัยเรื่องท่านพระอานนท์ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม๒. ขุททานุขุททกสิกขาปทกถา ว่าด้วยสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติเพิ่มเติมและไม่ถอนพระบัญญัติเดิมเรื่องปรับอาบัติท่านพระอานนท์ ๕ กรณีเรื่องพระปุราณะ๓. พรหมทัณฑกถา ว่าด้วยการลงพรหมทัณฑ์ เรื่องพระเจ้าอุเทน เรื่องท่านพระอานนท์แจ้งพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะรวมเรื่องที่มีในปัญจสติกขันธกะเรื่องภิกษุวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตร ลงปฏิสารณียกรรมโดยไม่ชอบธรรม เครื่องเศร้าหมองของสมณพราหมณ์ ๔ ประการเรื่องผู้ใหญ่บ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมโดยไม่ชอบธรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสี เรื่องภิกษุทั้งหลายชาวเมืองปาเฐยยะและทักขิณาบถเรื่องพระเรวตะคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหะเรื่องพระอุตตระเรื่องสงฆ์มุ่งจะวินิจฉัยอธิกรณ์พระสัมภูตสาณวาสีถามวัตถุ ๑๐ ประการพระเรวตะประกาศระงับอธิกรณ์ด้วยอุพพาหิกวิธี ญัตติกรรมวาจาเรื่องพระอชิตะ ญัตติกรรมวาจา คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการรวมเรื่องที่มีในสัตตสติกขันธกะ

Scripture

รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation1 lines1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ พระนางมหาปชาบดีโคตมีทูลขอบรรพชา พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาต ทรงโปรดเวไนยแล้วเสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ไปกรุงเวสาลี พระนางมหาปชาบดีโคตมีออกเดินทางไปกรุงเวสาลี มีพระวรกายเปรอะเปื้อนฝุ่นธุลี ชี้แจงความประสงค์ ต่อท่านพระอานนท์ที่ซุ้มประตู(กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน) พระอานนท์กราบทูลแจ้งต่อพระผู้มีพระภาคว่า มาตุคามเป็นภัพพบุคคล พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นพระมาตุจฉา เป็นผู้เลี้ยงดู พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดครุธรรม ๘ อย่าง ที่ภิกษุณีพึงประพฤติตลอดชีวิต คือ ๑. ภิกษุณีบวชได้ ๑๐๐ พรรษา ต้องกราบไหว้ภิกษุแม้ที่บวชในวันนั้น ๒. ไม่พึงจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๖} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ๓. หวังธรรม ๒ อย่าง ๔. ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ๕. ต้องครุธรรมพึงประพฤติปักขมานัตในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ๖. พึงแสวงหาอุปสมบทเพื่อสิกขมานาผู้ได้ศึกษาครบ ๒ ปี ๗. ไม่ด่าภิกษุ ๘. เปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือน การรับครุธรรม ๘ อย่างนั้นเป็นการอุปสัมปทาของ พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ถ้ามาตุคามไม่ออกบวช สัทธรรมจะตั้งอยู่ได้ ๑,๐๐๐ ปี แต่เพราะมาตุคามออกบวช สัทธรรมจะตั้งอยู่ได้เพียง ๕๐๐ ปี ความเสื่อมแห่งพระสัทธรรม เปรียบเหมือนโจรลักทรัพย์ หนอนขยอก เพลี้ย การกำหนดให้มาตุคามผู้จะออกบวชต้องรับครุธรรม ๘ อย่าง เปรียบเหมือนการกั้นทำนบที่ขอบสระใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกไป พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้อุปสมบทภิกษุณี ต่อมา ภิกษุณีศากิยานีทั้งหลายกล่าวว่า พระนางมหาปชาบดีโคตมียังไม่ได้อุปสมบท เพราะรับแต่ครุธรรม พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูล ขอให้ภิกษุและภิกษุณีอภิวาทกันตามลำดับพรรษา พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำอภิวาทมาตุคาม ตรัสวิธีปฏิบัติในสิกขาบทที่เป็นสาธารณบัญญัติ และไม่เป็นสาธารณบัญญัติ ทรงแสดงหลักตัดสินพระธรรมวินัย ตรัสเรื่องปาติโมกข์ และบุคคลที่ควรยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๗} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ต่อมา ภิกษุทั้งหลายเข้าไปที่สำนักภิกษุณี ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง พระผู้มีพระภาคทรงห้าม ต่อมาภิกษุณีทั้งหลายไม่รู้วิธีทำคืนอาบัติ ทรงอนุญาตให้ภิกษุอธิบายให้ภิกษุณีทราบได้ ต่อมา ภิกษุณีไม่ทำ ทรงอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย บอกภิกษุณีเกี่ยวกับวิธีทำคืนอาบัติ วิธีรับอาบัติ ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำกรรมแก่ภิกษุณี คนทั้งหลายตำหนิ ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีทำแก่ภิกษุณีด้วยกัน ต่อมา ภิกษุณีทั้งหลายทะเลาะวิวาทกัน พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุมอบการลงโทษ ของภิกษุณีให้แก่ภิกษุณี ภิกษุณีอันเตวาสินีของ ภิกษุณีอุบลวรรณาเรียนวินัยจนสติฟั่นเฟือน พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุณีทั้งหลาย พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุทั้งหลายในกรุงสาวัตถี ด้วยหวังจะให้ฝ่ายตรงข้ามรัก พระผู้มีพระภาคทรงให้ภิกษุณีประกาศว่าภิกษุนั้นไม่ควรไหว้ ต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เปิดกาย เปิดขาอ่อน เปิดองคชาตอวดภิกษุณี พูดเกี้ยวภิกษุณี พูดชักชวนบุรุษมาคบหาภิกษุณี ภิกษุนั้นภิกษุณีไม่ควรไหว้ พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ก็ทำเช่นเดียวกัน พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ลงทัณฑกรรม โดยการห้ามปรามภิกษุและภิกษุณีผู้ทำเช่นนั้น เมื่อห้ามปรามไม่เชื่อ พึงงดโอวาท ไม่ควรทำอุโบสถกับภิกษุ ภิกษุณีผู้ถูกงดโอวาท ต่อมา พระอุทายีงดโอวาทแล้วหลีกไป พระผู้มีพระภาคทรงห้ามทำเช่นนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ทรงห้ามภิกษุโง่เขลางดโอวาท ทรงห้ามงดโอวาทด้วยเรื่องที่ไม่สมควร ทรงห้ามงดโอวาทโดยไม่ให้คำวินิจฉัย ทรงกำหนดให้ภิกษุณีสงฆ์ต้องไปรับโอวาท ทรงห้ามภิกษุณี ๕ รูปไปรับโอวาท ทรงอนุญาตให้ภิกษุณี ๒-๓ รูปไปรับโอวาท ต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งไม่รับให้โอวาท พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดให้ภิกษุต้องรับให้โอวาท ทรงกำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า ภิกษุโง่เขลา ภิกษุอาพาธ ภิกษุผู้เตรียมจะเดินทาง ไม่ต้องรับให้โอวาท แต่ภิกษุผู้อยู่ป่าตัองรับให้โอวาท ทรงกำหนดว่า ภิกษุทั้งหลายให้โอวาทแล้วต้องบอก รับให้โอวาทแล้วต้องกลับมาบอก ต่อมา ภิกษุณีใช้ประคดเอวผืนยาวรัดสีข้าง ใช้แผ่นไม้สานแผ่นหนัง ผ้าขาว ช้องผ้า เกลียวผ้า ผ้าผืนเล็ก ช้องผ้าผืนเล็ก เกลียวผ้าผืนเล็ก ช้องถักด้วยด้าย เกลียวด้ายรัดสีข้าง ใช้กระดูกแข้งโค สีตะโพก ใช้ไม้มีสัณฐานดุจคางโคนวดตะโพก นวดมือ นวดหลังมือนวดเท้า นวดหลังเท้า นวดขาอ่อน นวดหน้า นวดริมฝีปาก ต่อมา พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ทาหน้า ถูหน้า ผัดหน้า ใช้มโนศิลาเจิมหน้า ย้อมตัว ย้อมหน้า ย้อมทั้งตัวทั้งหน้า ทั้งสองอย่าง แต้มหน้า ทาแก้ม เล่นหูเล่นตา ยืนแอบที่ประตู ให้ผู้อื่นฟ้อนรำ ตั้งสำนักหญิงแพศยา ตั้งร้านขายสุรา ขายเนื้อ ออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ประกอบการค้ากำไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ประกอบการค้าขาย ใช้ทาสทาสี กรรมกรชายหญิงให้ปรนนิบัติ ให้สัตว์ดิรัจฉานปรนนิบัติ ขายของสดและของสุก ใช้สันถัตขนเจียมหล่อ ต่อมา ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ห่มจีวรสีเขียว สีเหลือง สีแดง สีบานเย็น สีดำ สีแสด สีชมพู จีวรไม้ตัดชาย มีชายยาว มีชายเป็นลายดอกไม้ มีชายเป็นแผ่น สวมเสื้อ สวมหมวก ต่อมา เมื่อภิกษุณี สิกขมานา สามเณรีถึงแก่มรณภาพ ภิกษุณีสงฆ์เป็นใหญ่ในบริขารที่ภิกษุณีเป็นต้นนั้นมอบให้ เมื่อภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และใครอื่นปลงบริขารให้ ภิกษุสงฆ์เป็นใหญ่ ภิกษุณีอดีตภรรยานักมวยใช้ไหล่กระแทกภิกษุทุพพลภาพรูปหนึ่ง ภิกษุณีรูปหนึ่งใช้บาตรใส่ทารกของหญิงคนหนึ่งที่แท้งออกมา พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดให้ภิกษุณีเมื่อพบภิกษุ ต้องแสดงบาตรให้ดู ภิกษุณีรูปหนึ่งแสดงก้นบาตร ภิกษุณีทั้งหลายเพ่งดูองคชาตของบุรุษที่เขาทิ้งไว้กลางถนน ภิกษุทั้งหลายให้อามิสมากมายแก่ภิกษุณี ภิกษุณีทั้งหลายมีอามิสเหลือเฟือ ทรงอนุญาตให้ถวายเป็นของส่วนบุคคล ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีรับอามิสที่ภิกษุเก็บไว้มาบริโภคได้ และทรงอนุญาตให้ภิกษุรับอามิสที่ภิกษุณีทั้งหลาย เก็บไว้มาบริโภคได้เช่นกัน ภิกษุณีรูปหนึ่งมีระดู นั่งบ้าง นอนบ้าง ทำให้เสนาสนะ เปื้อนโลหิต พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตผ้าผลัดเปลี่ยน ทรงอนุญาตผ้าซับใน ทรงอนุญาตให้ใช้เชือกฟั่นผูกสะเอว ในเวลาที่มีระดู ไม่ควรผูกไว้ตลอดเวลา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ภิกษุณีบางพวกเมื่ออุปสมบทแล้ว ปรากฏว่าไม่มีเครื่องหมาย เพศบ้าง สักแต่ว่ามีเครื่องหมายเพศบ้าง ไม่มีประจำเดือนบ้าง มีประจำเดือนไม่หยุดบ้าง ใช้ผ้าซับเสมอบ้าง เป็นคนไหลซึมบ้าง มีเดือยบ้าง เป็นบัณเฑาะก์หญิงบ้าง มีลักษณะคล้ายชายบ้าง มีทวารหนักทวารเบาติดกันบ้าง มี ๒ เพศบ้าง พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้สอบถามอันตรายิกธรรมว่า เธอไม่มีเครื่องหมายเพศหรือจนถึงคำว่า เธอเป็นคน ๒ เพศหรือ แล้วถามว่าเป็นโรคเรื้อน โรคฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ โรคลมบ้าหมู เป็นมนุษย์หรือ เป็นหญิงหรือ เป็นไทหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ ไม่เป็นราชภัฏหรือ บิดามารดาหรือ สามีอนุญาตแล้วหรือ มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้วหรือ มีบาตรจีวรครบแล้วหรือ ชื่ออะไร ปวัตตินีของเธอชื่ออะไร รวม ๒๔ อย่าง แล้วให้อุปสมบท ต่อมา อุปสัมปทาเปกขายังไม่ได้สอนซ้อม เกิดความละอายท่ามกลางสงฆ์ ทรงอนุญาตให้ภิกษุณี สอนซ้อมสตรีอุปสัมปทาเปกขาก่อน ทรงอนุญาตให้ถืออุปัชฌาย์ในเบื้องต้น ต่อจากนั้นจึงบอกสังฆาฏิ อุตตราสงค์ อันตราวาสก ผ้ารัดถัน ผ้าอาบน้ำแล้ว บอกให้ยืน ณ มุมหนึ่งที่ห่างออกไป ต่อมา ภิกษุณีโง่เขลารูปหนึ่งทำหน้าที่สอนซ้อม พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดว่าภิกษุณีไม่ได้รับแต่งตั้ง ไม่ควรสอนซ้อมถามอันตรายิกธรรม ภิกษุณีอุปสมบทในภิกษุสงฆ์ฝ่ายเดียว ต้องอุปสมบทในภิกษุสงฆ์อื่นอีก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ หลังจากที่อุปสมบทในฝ่ายภิกษุสงฆ์แล้ว พึงวัดเงาแดด บอกประมาณฤดู บอกส่วนแห่งวัน บอกสังคีติ(ประชุมสงฆ์) บอกนิสัย ๓ อกรณียกิจ ๘ ต่อมา ภิกษุณีโยกย้ายที่นั่งจนล่วงเวลา พระผู้มีพระภาคทรงให้นั่งตามลำดับพรรษา สำหรับภิกษุณี ๘ รูป ที่เหลือ อนุญาตตามลำดับที่มาในที่ทุกแห่ง ต่อมา ภิกษุณีไม่ปวารณากัน ทรงกำหนดให้ภิกษุณีปวารณา เมื่อปวารณาก็ไม่ปวารณากับภิกษุสงฆ์ ทรงกำหนดให้ปวารณาในภิกษุสงฆ์ด้วย เกิดความชุลมุนในขณะปวารณาพร้อมกับภิกษุ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีปวารณาพร้อมกับภิกษุ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีปวารณากันในเวลาก่อนภัตตาหาร ต่อมา ภิกษุณีทั้งหลายปวารณาในเวลาวิกาล ทรงอนุญาตให้ปวารณากันเองวันหนึ่ง วันรุ่งขึ้นจึงปวารณาในภิกษุสงฆ์ เมื่อภิกษุณีปวารณาเกิดชุลมุน ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุณี รูปหนึ่งเป็นตัวแทนปวารณาในภิกษุสงฆ์ พระผู้มีพระภาคทรงห้ามไม่ให้ภิกษุณีงดอุโบสถ ปวารณา สอบถาม เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ขอโอกาส โจทและให้การ แต่ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำอย่างนั้นแก่ภิกษุณีได้ ทรงห้ามภิกษุณีโดยสารยานพาหนะ ยกเว้นภิกษุณีผู้เป็นไข้ ทรงอนุญาตยานพาหนะที่เทียมด้วยโคเพศเมีย ยานพาหนะที่เทียมด้วยโคเพศผู้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ยานพาหนะที่ใช้มือลากไปภิกษุณีรูปหนึ่งไม่สบายอย่างหนัก เพราะยานพาหนะกระเทือน ทรงอนุญาตวอและเปลหาม หญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีบวชในสำนักภิกษุณี ต้องการจะไป กรุงสาวัตถีเพื่ออุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค แต่มีโจรแอบซุ่มอยู่ในหนทาง พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการอุปสมบทด้วยทูต โดยมีภิกษุณีเป็นทูต ทรงห้ามอุปสมบทภิกษุณีโดยมีภิกษุ สิกขมานา สามเณร สามเณรี หรือภิกษุณีผู้โง่เขลาเป็นทูต ต่อมา ภิกษุณีรูปหนึ่งอยู่ในป่า ถูกโจรประทุษร้าย พระผู้มีพระภาคทรงห้ามภิกษุณีอยู่ป่า ทรงอนุญาตโรงเก็บของ ที่อยู่ นวกรรม และเมื่อนวกรรมไม่เพียงพอก็สามารถทำเป็นของส่วนตัวได้ ต่อมา สตรีคนหนึ่งมีครรภ์ บวชในสำนักภิกษุณี คลอดบุตร พระผู้มีพระภาคทรงห้ามอยู่เพียงลำพัง ทรงห้ามภิกษุณีนอนใน ที่มุงบังเดียวกันกับเด็ก ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุณีเป็นเพื่อน ของภิกษุณีผู้ต้องอาบัติหนัก กำลังประพฤติมานัต ทรงวางข้อกำหนดว่า ภิกษุณีสึกออกไป โดยไม่บอกคืนสิกขาถือว่าได้สึกไปแล้ว ไม่ทรงอนุญาตให้บวชภิกษุณีทั้งหลายผู้ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ภิกษุณีบางพวกไม่ยินดีการกราบ การปลงผม การตัดเล็บ การรักษาแผลจากพวกบุรุษ พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ยินดีได้ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีนั่งขัดสมาธิ ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีเป็นไข้นั่งกึ่งขัดสมาธิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีถ่ายอุจจาระในวัจกุฎี ใช้จุรณสรงน้ำ ใช้ดินเหนียวอบกลิ่นสรงน้ำในเรือนไฟ สรงน้ำทวนกระแส สรงน้ำในที่ไม่ใช่ท่าน้ำ สรงน้ำที่ท่าของผู้ชาย พระนางมหาปชาบดีโคตมีและท่านพระอานนท์กราบทูลขอ อย่างระมัดระวัง พุทธบริษัท ๔ บรรพชาในพระศาสนา ของพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงแสดงขันธกะนี้ไว้ เพื่อให้เกิดความสังเวช และความเจริญแห่งพระสัทธรรม เหมือนเภสัชสำหรับระงับความกระวนกระวาย สตรีเหล่าอื่นที่ได้ฝึกฝนดีแล้วในพระสัทธรรมอย่างนี้ ย่อมไปสู่สถานที่อันไม่จุติซึ่งไปแล้วจะไม่เศร้าโศก ภิกขุนีขันธกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๔}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้