อารัญญกวัตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ อารัญญกวัตร
สมัยนั้น ภิกษุมากรูปด้วยกันอยู่ในป่า พวกเธอไม่ตั้งน้ำฉัน ไม่ตั้งน้ำใช้ไว้ ไม่ติดไฟไว้ ไม่เตรียมไม้สีไฟไว้ ไม่รู้ทางนักษัตร ไม่รู้ทิศาภาค พวกโจรพากันไปที่นั้น ได้ถามภิกษุเหล่านั้นว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย มีน้ำดื่ม หรือไม่ ภ. ไม่มี ท่านทั้งหลาย จ. มีน้ำใช้หรือไม่ ภ. ไม่มี ท่านทั้งหลาย จ. มีไฟหรือไม่ ภ. ไม่มี ท่านทั้งหลาย จ. มีไม้สีไฟหรือไม่ ภ. ไม่มี ท่านทั้งหลาย จ. วันนี้ประกอบด้วยฤกษ์อะไร ภ. พวกเราไม่รู้เลย ท่านทั้งหลาย จ. นี้ทิศอะไร ภ. พวกเราไม่รู้เลย ท่านทั้งหลาย ลำดับนั้น โจรเหล่านั้นคิดกันว่า พวกนี้น้ำดื่มก็ไม่มี น้ำใช้ก็ไม่มี ไฟก็ ไม่มี ไม้สีไฟก็ไม่มี ทางนักษัตรก็ไม่รู้ ทิศาภาคก็ไม่รู้ พวกนี้เป็นโจร พวกนี้ ไม่ใช่ภิกษุ จึงทุบตีแล้วหลีกไป จึงภิกษุเหล่านั้น แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะ เหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่พวกภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร โดยประการที่ภิกษุผู้อยู่ ป่าเป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย ฯ
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู อรญฺเญ วิหรนฺติ ฯ เต เนว ปานียํ อุปฏฺฐาเปนฺติ น ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปนฺติ น อคฺคึ อุปฏฺฐาเปนฺติ น อรณิสหิตํ อุปฏฺฐาเปนฺติ น นกฺขตฺตปทานิ ชานนฺติ น ทิสาภาคํ ชานนฺติ ฯ โจรา ตตฺถ คนฺตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจุํ อตฺถิ ภนฺเต ปานียนฺติ ฯ นตฺถาวุโสติ ฯ อตฺถิ ภนฺเต ปริโภชนียนฺติ ฯ นตฺถาวุโสติ ฯ อตฺถิ ภนฺเต อคฺคีติ ฯ นตฺถาวุโสติ ฯ อตฺถิ ภนฺเต อรณิสหิตนฺติ ฯ นตฺถาวุโสติ ฯ เกนชฺช ภนฺเต ยุตฺตนฺติ ฯ น โข มยํ อาวุโส ชานามาติ ฯ กตมายํ ภนฺเต ทิสาติ ฯ น โข มยํ อาวุโส ชานามาติ ฯ อถโข เต โจรา เนวิเมสํ ปานียํ อตฺถิ น ปริโภชนียํ อตฺถิ น อคฺคิ อตฺถิ น อรณิสหิตํ อตฺถิ น นกฺขตฺตปทานิ ชานนฺติ น ทิสาภาคํ ชานนฺติ โจรา อิเม นยิเม ภิกฺขูติ อาโกเฏตฺวา ปกฺกมึสุ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว อารญฺญกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญาเปสฺสามิ ยถา อารญฺญเกหิ ภิกฺขูหิ สมฺมา วตฺติตพฺพํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร พึงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ พึงสวมถุงบาตร คล้องบ่า พาดจีวรบนไหล่ สวมรองเท้า เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่าง แล้วออกจากเสนาสนะ กำหนดรู้ว่าจักเข้าบ้านเดี๋ยวนี้ พึงถอด รองเท้า เคาะต่ำๆ แล้วใส่ถุง คล้องบ่า เมื่อปกปิดมณฑลสาม พึงนุ่งให้เป็น ปริมณฑล คาดประคดเอว ห่มผ้าซ้อน ๒ ชั้น กลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้วถือเข้า บ้านโดยเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน พึงสำรวม ด้วยดีไปในละแวกบ้าน ... อย่าเดินกระหย่งไปในละแวกบ้าน เมื่อเข้าสู่นิเวศน์พึง กำหนดว่า จักเข้าทางนี้ จักออกทางนี้ อย่ารีบร้อนเข้าไป อย่ารีบร้อนออกมา อย่ายืนไกลนัก อย่ายืนใกล้นัก อย่ายืนนานนัก อย่ากลับเร็วนัก ยืนอยู่พึงกำหนด ว่า เขาประสงค์จะถวายภิกษา หรือไม่ประสงค์จะถวาย ถ้าเขาพักการงาน ลุกจาก ที่นั่ง จับทัพพี จับภาชนะ หรือตั้งไว้ พึงยืนอยู่ด้วยคิดว่า เขาประสงค์จะถวาย เมื่อเขาถวายภิกษา พึงแหวกผ้าซ้อนด้วยมือซ้าย พึงน้อมบาตรเข้าไปด้วยมือขวา พึงใช้มือทั้งสองประคองบาตรรับภิกษา และไม่พึงมองดูหน้าผู้ถวายภิกษา พึงกำหนด ว่า เขาประสงค์จะถวายแกง หรือไม่ประสงค์จะถวาย ถ้าเขาจับทัพพี จับภาชนะ หรือตั้งไว้ พึงยืนอยู่ด้วยคิดว่าเขาประสงค์จะถวาย เมื่อเขาถวายภิกษาแล้ว พึง คลุมบาตรด้วยผ้าซ้อนแล้วกลับโดยเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน พึงปกปิดกายด้วยดี ไปในละแวกบ้าน ... ไม่พึงเดินกระหย่งไปในละแวกบ้าน ออกจากบ้านแล้ว เข้า ถุงบาตร คล้องบ่า พับจีวร วางบนศีรษะ สวมรองเท้าเดินไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร พึงตั้งน้ำฉัน พึงตั้งน้ำใช้ พึงติดไฟไว้ พึงเตรียมไม้สีไฟไว้ พึงเตรียมไม้เท้าไว้ พึงเรียนทางนักษัตรทั้งสิ้น หรือบางส่วนไว้ พึงเป็นผู้ฉลาดในทิศ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นวัตรของภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ซึ่งภิกษุผู้อยู่ป่า เป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย ฯ
อารญฺญเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ปตฺตํ ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา อํเส อาลคฺเคตฺวา จีวรํ ขนฺเธ กริตฺวา อุปาหนา อาโรหิตฺวา ทารุภณฺฑํ มตฺติกาภณฺฑํ ปฏิสาเมตฺวา ทฺวารวาตปานานิ ถเกตฺวา เสนาสนา โอตริตพฺพํ อิทานิ คามํ ปวิสิสฺสามีติ อุปาหนา โอมุญฺจิตฺวา นีจํ กตฺวา ปปฺโปเฏตฺวา ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา อํเส อาลคฺเคตฺวา ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตน ปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา สคุณํ กตฺวา สงฺฆาฏิโย ปารุปิตฺวา คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา โธวิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา สาธุกํ อตรมาเนน คาโม ปวิสิตพฺโพ สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ ฯเปฯ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ {๔๒๙.๑} นิเวสนํ ปวิสนฺเตน สลฺลกฺเขตพฺพํ อิมินา ปวิสิสฺสามิ อิมินา นิกฺขมิสฺสามีติ นาติสหสา ปวิสิตพฺพํ นาติสหสา นิกฺขมิตพฺพํ นาติทูเร ฐาตพฺพํ นาจฺจาสนฺเน ฐาตพฺพํ นาติจิรํ ฐาตพฺพํ นาติลหุกํ นิวตฺติตพฺพํ ฐิตเกน สลฺลกฺเขตพฺพํ ภิกฺขํ ทาตุกามา วา อทาตุกามา วาติ สเจ กมฺมํ วา นิกฺขิปติ อาสนา วา วุฏฺฐาติ กฏจฺฉุํ วา ปรามสติ ภาชนํ วา ปรามสติ ฐเปติ วา ทาตุกามิยาติ ฐาตพฺพํ ภิกฺขาย ทียมานาย วาเมน หตฺเถน สงฺฆาฏึ อุจฺจาเรตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ปตฺตํ ปณาเมตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา ภิกฺขา ปฏิคฺคเหตพฺพา น จ ภิกฺขาทายิกาย มุขํ โอโลเกตพฺพํ สลฺลกฺเขตพฺพํ สูปํ วา ทาตุกามา วา อทาตุกามา วาติ สเจ กฏจฺฉุํ วา ปรามสติ ภาชนํ วา ปรามสติ ฐเปติ วา ทาตุกามิยาติ ฐาตพฺพํ ภิกฺขาย ทินฺนาย สงฺฆาฏิยา ปตฺตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา สาธุกํ อตรมาเนน นิวตฺติตพฺพํ {๔๒๙.๒} สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ ฯเปฯ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ คามโต นิกฺขมิตฺวา ปตฺตํ ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา อํเส อาลคฺเคตฺวา จีวรํ สํหริตฺวา สีเส กริตฺวา อุปาหนา อาโรหิตฺวา คนฺตพฺพํ อารญฺญเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปานียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ อคฺคิ อุปฏฺฐาเปตพฺโพ อรณิสหิตํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ กตฺตรทณฺโฑ อุปฏฺฐาเปตพฺโพ นกฺขตฺตปทานิ อุคฺคเหตพฺพานิ สกลานิ วา เอกเทสานิ วา ทิสากุสเลน ภวิตพฺพํ {๔๒๙.๓} อิทํ โข ภิกฺขเว อารญฺญกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ยถา อารญฺญเกหิ ภิกฺขูหิ สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ ฯ