This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก

ย่อหัวข้อสมุฏฐาน

Text only · no interpretationข้อ ๘๒๖–๘๔๐พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร15 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ย่อหัวข้อสมุฏฐาน

สมุฏฺฐานสีสสงฺเขปํ

๘๒๖

สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือ พระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่อุทัย ขึ้นมา เพียงแต่ชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก. พระมหา- วีรเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีพระจักษุ ทรงทำทุกกรกิริยามีอย่างต่างๆ ทรง บำเพ็ญบารมีแล้วเสด็จอุบัติในโลกเป็นไปกับพรหมโลก พระองค์ทรง แสดงพระสัทธรรม อันดับเสียซึ่งทุกข์ นำมาซึ่งความสุข. พระอังคีรส- ศากยมุนี ผู้อนุเคราะห์แก่ประชาทุกถ้วนหน้า อุดมกว่าสรรพสัตว์ ดุจราชสีห์ ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระวินัย ๑ พระสุตตันตะ ๑ พระอภิธรรม ๑ ซึ่งมีคุณมาก อย่างนี้ พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ ผิว่า พระวินัย คือ อุภโตวิภังค์ ขันธกะและมาติกา ที่ร้อยกรองด้วยคัมภีร์ บริวาร เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย ยังดำรงอยู่. ในคัมภีร์บริวารนั้นแล สมุฏฐานท่านจัดไว้แน่นอน ความเจือปนกัน และนิทานอื่นย่อมเห็นได้ ในพระสูตรข้างหน้า เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี ใคร่ต่อ ธรรม พึงศึกษาคัมภีร์บริวารเถิด. ในวันอุโบสถ ภิกษุและภิกษุณีย่อม สวดสิกขาบท อันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ในวิภังค์ทั้ง ๒ ข้าพเจ้าจัก กล่าวสมุฏฐานตามที่รู้ ขอท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า. ปฐมปราชิกสิกขาบท ๑ ทุติยปาราชิกสิกขาบท ๑ ต่อแต่นั้น สัญจริตสิกขาบท ๑ สมนุภาสน- สิกขาบท ๑ อติเรกจีวรสิกขาบท ๑ เอฬกโลมสิกขาบททั้งหลาย ๑ ปทโสธัมมสิกขาบท ๑ ภูตาโรจนสิกขาบท ๑ สังวิธานสิกขาบท ๑ เถยยสัตถสิกขาบท ๑ เทสนาสิกขาบท ๑ โจรีวุฏฐาปนสิกขาบท ๑ รวม กับการบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีไม่อนุญาต จึงเป็นสมุฏฐาน ๑๓. ในอุภโตวิภังค์นี้ นัยแห่งสมุฏฐาน ๑๓ นี้ วิญญูชนทั้งหลาย คิดกันแล้ว ที่คล้ายคลึงกัน ย่อมปรากฏในสมุฏฐานอันหนึ่งๆ. ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน

อนิจฺจา สพฺพสงฺขารา ทุกฺขานตฺตา จ สงฺขตา ฯ นิพฺพานญฺเจว ปณฺณตฺติ อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา ฯ พุทฺธจนฺเท อนุปฺปนฺเน พุทฺธาทิจฺเจ อนุคฺคเต เตสํ สภาคธมฺมานํ นามมตฺตํ น ญายติ ฯ ทุกฺกรํ วิวิธํ กตฺวา ปูรยิตฺวาน ปารมี อุปฺปชฺชนฺติ มหาวีรา จกฺขุภูตา สพฺรหฺมเก เต เทสยนฺติ สทฺธมฺมํ ทุกฺขหานึ สุขาวหํ ฯ องฺคีรโส สกฺยมุนิ สพฺพภูตานุกมฺปโก สพฺพสตฺตุตฺตโม สีโห ปิฏเก ตีณิ เทสยิ สุตฺตนฺตํ อภิธมฺมญฺจ วินยญฺจ มหาคุณํ ฯ เอวํ นียติ สทฺธมฺโม วินโย ยทิ ติฏฺฐติ อุภโต จ วิภงฺคานิ ขนฺธกา ยา จ มาติกา มาลา สุตฺตคุเณเนว ปริวาเรน คนฺถิตา ฯ ตสฺเสว ปริวารสฺส สมุฏฺฐานํ นิยโต กตํ สมฺเภทนิทานญฺจญฺญํ สุตฺเต ทิสฺสนฺติ อุปริ ตสฺมา สิกฺเข ปริวารํ ธมฺมกาโม สุเปสโลติ ฯ วิภงฺเค ทฺวีสุ ปญฺญตฺตํ อุทฺทิสนฺติ อุโปสเถ ปวกฺขามิ สมุฏฺฐานํ ยถาญายํ สุณาถ เม ฯ ปาราชิกํ ยํ ปฐมํ ทุติยญฺจ ตโต ปรํ สญฺจริตฺตานุภาสญฺจ อติเรกญฺจ จีวรํ โลมานิ ปทโสธมฺโม ภูตสํวิธาเนน จ เถยฺยเทสนโจริญฺจ อนนุญฺญาย เตรส ฯ เตรเสเต สมุฏฺฐานนยา วิญฺญูหิ จินฺติตา เอเกกสฺมึ สมุฏฺฐาเน สทิสา อิธ ทิสฺสเร ฯ ------------

๘๒๗

สิกขาบทว่าด้วยเสพเมถุน ๑ สิกขาบทว่าด้วยปล่อยน้ำสุกกะ ๑ สิกขาบทว่า ด้วยเคล้าคลึงกาย ๑ อนิยตสิกขาบทที่หนึ่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนแทรกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะให้เขาถวาย ๑ สิกขาบทว่าด้วยนั่งในที่ลับกับภิกษุณี ๑ สิกขาบทว่าด้วยแทรกแซงในสโภชนสกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยนั่งในที่ลับ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบท ว่าด้วยจี้ด้วยนิ้วมือ ๑ สิกขาบทว่าด้วยหัวเราะในน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ประหาร ๑ สิกขาบท ว่าด้วยเงือดเงื้อหอกคือฝ่ามือ ๑ เสขิยวัตร ๕๓ สิกขาบท ๑ อธักขกสิกขาบทของภิกษุณี ๑ คามันตรคมนสิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพอใจรับของฉันจากมือบุรุษ ๑ สิกขาบทว่าด้วย ใช้ของลับกระทบกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยยินดีท่อนยางกลม ๑ สิกขาบทว่าด้วยยินดีชำระด้วยน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้วไม่หลีกไปสู่จาริก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินี ๑ สิกขาบทเหล่านี้ รวม ๗๖ สิกขาบท ท่านจัดไว้ เป็นสิกขาบทมีกายกับจิตเป็นสมุฏฐาน ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่งเหมือนปฐมปาราชิก สิกขาบท ฉะนั้น. ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน

เมถุนํ สุกฺกสํสคฺโค อนิยตา ปฐมิกา ปุพฺพูปปริปาจิตา รโห ภิกฺขุนิยา สห สโภชเน รโห เทฺว จ องฺคุลิ อุทเก หสํ ปหาเร อุคฺคิเร เจว เตปญฺญาสา จ เสขิยา อธกฺขคามาวสฺสุตา ตลมฏฺฐญฺจ สุทฺธิกา วสฺสํ วุตฺถา จ โอวาทํ นานุพนฺเธ ปวตฺตินึ ฉสตฺตติ อิเม สิกฺขา กายมานสิกา กตา สพฺเพ เอกสมุฏฺฐานา ปฐมํ ปาราชิกํ ยถา ฯ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๒๘

สิกขาบทว่าด้วยถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากกาย มนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่าวอวดธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดเคาะด้วยวาจา ชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่าวบำเรอตนด้วยกาม ๑ สิกขาบทว่าด้วยตามกำจัดด้วยปาราชิก ธรรมไม่มีมูล ๑ สิกขาบทว่าด้วยถือเอาเลศแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่น ๑ อนิยตสิกขาบทที่สอง ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้จีวรแล้วชิงเอาคืนมา ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้อมลาภของสงฆ์มาเพื่อตน ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดเท็จ ๑ สิกขาบทว่าด้วยด่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดส่อเสียดภิกษุ ๑ สิกขาบท ว่าด้วยบอกอาบัติชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยขุดแผ่นดิน ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากภูตคาม ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดกลบเกลื่อน ๑ สิกขาบทว่าด้วยโพนทะนา ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉุดคร่าออกจาก วิหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยเอาน้ำรด ๑ สิกขาบทว่าด้วยสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส ๑ สิกขาบท ว่าด้วยภิกษุฉันเสร็จแล้ว ๑ สิกขาบทว่าด้วยการชวนภิกษุเข้าไปบิณฑบาตในบ้าน ๑ สิกขาบทว่า ด้วยการไม่เอื้อเฟื้อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยการหลอกภิกษุให้กลัวผี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการซ่อนบริขาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งพรากสัตว์จากชีวิต ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุรู้อยู่ใช้น้ำมีตัวสัตว์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฟื้นอธิกรณ์เพื่อทำใหม่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยบวชคนมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ๑ สิกขาบท ว่าด้วยการอยู่ร่วมกับภิกษุที่สงฆ์ยกวัตร ๑ สิกขาบทว่าด้วยการสมโภคกับสามเณรที่ถูกนาสนะ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุผู้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวโดยชอบธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยธรรมอันเป็นไป เพื่อความยุ่งเหยิง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งทำหลง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการโจทด้วยอาบัติสังฆา- *ทิเสสไม่มีมูล ๑ สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งก่อความรำคาญ ๑ สิกขาบทว่าด้วยการให้ฉันทะเพื่อ กรรมที่เป็นธรรมแล้วกลับบ่นว่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยการให้จีวร แล้วกลับบ่นว่า ๑ สิกขาบทว่า ด้วยการน้อมลาภสงฆ์ไปเพื่อบุคคล ๑ สิกขาบทว่าด้วยคำที่ว่าบุรุษบุคคลนั่นจักทำอะไรแก่ท่านได้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยอธิษฐานอกาลจีวรเป็นกาลจีวรแล้วให้แจก ๑ สิกขาบทว่าด้วยแลกจีวรกับภิกษุณี แล้วชิงคืนมา ๑ สิกขาบทว่าด้วยการยกโทษผู้อื่นด้วยความถือผิดเข้าใจผิด ๑ สิกขาบทว่าด้วยแช่ง ด้วยนรก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงทำอันตรายแก่จีวรลาภของคณะ ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใด พึงห้ามการแจกจีวรอันเป็นธรรม ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงยังสมัยจีวรกาลให้ล่วงไปด้วยหวังจะ จะได้จีวรอันไม่แน่นอน ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงห้ามการเดาะกฐินที่เป็นธรรม ๑ สิกขาบทที่ ว่าภิกษุณีใดพึงแกล้งก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณี ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดให้ที่อยู่แล้ว ไม่พอใจ ฉุดคร่าภิกษุณีออก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดด่าหรือกล่าวขู่ภิกษุ ๑ สิกขาบทที่ว่า ภิกษุณีใด ดุร้ายกล่าวขู่คณะ ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดหวงสกุล ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีมีครรภ์ ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีแม่ลูกอ่อน ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดบวชสิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษา ในธรรม ๖ ครบ ๒ ปี ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดบวชสิกขมานาผู้ศึกษาเสร็จในธรรม ๖ ครบ ๒ ปี แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีคฤหัสถ์ ๓ สิกขาบท ๑ สิกขาบทที่ว่า ด้วยการบวชเด็กหญิงรวม ๓ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้อุปสมบท- *๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติให้อุปสมบท ๑ สิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีอันภิกษุณีทั้งหลายอย่าเพ่อก่อน ท่านอย่ายังสิกขมานาให้อุปสมบท ๑ สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีใจร้ายยังชายให้ระทมโศกให้อุปสมบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้อุปสมบท ด้วยมอบฉันทะที่ค้างคราว ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้อุปสมบททุกๆ ปี ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้สิกขมานา บวชปีละ ๒ รูป ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๗๐ สิกขาบท จัดเป็นสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดแต่กายกับ จิต มิใช่วาจา เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย และเกิดแต่ทวาร ๓ เหมือนทุติยปาราชิกสิกขาบท ฉะนั้น. ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- สัญจริตตสมุฏฐาน

อทินฺนํ วิคฺคหุตฺตรึ ทุฏฺฐุลฺลา อตฺตกามินํ อมูลา อญฺญภาคิยา อนิยตา ทุติยิกา อจฺฉินฺเท ปริณามเน มุสา โอมสเปสุณา ทุฏฺฐุลฺลา ปฐวีขเณ ภูตํ อญฺญาย อุชฺฌเป นิกฺกฑฺฒนํ สิญฺจนญฺจ อามิสเหตุ ภุตฺตาวี เอหิ อนาทริ ภึสา อปนิเธ จ ชีวิตํ ชานํ สปฺปาณกํ กมฺมํ อูนสํวาสนาสนา สหธมฺมิกวิเลขา โมโห อมูลเกน จ กุกฺกุจฺจํ ธมฺมิกํ ทตฺวา ปริณาเมยฺย ปุคฺคเล กินฺเต อกาลอจฺฉินฺเท ทุคฺคหิ นิรเยน จ คณํ วิภงฺคํ ทุพฺพลํ กฐินผาสุปสฺสยํ อกฺโกสจณฺฑี มจฺฉรี คพฺภินี จ ปายนฺติยา เทฺว วสฺสา สิกฺขา สงฺเฆน ตโย เจว คิหิคตา กุมารีภูตา ติสฺโส จ อูนทฺวาทสสมฺมตา อลนฺตาว โสกาวสฺสํ ฉนฺทา อนุวสฺสา จ เทฺว สิกฺขาปทา สตฺตตีเม สมุฏฺฐานา ติกา กตา กายจิตฺเตน น วาจา วาจาจิตฺตา น กายิกา ตีหิ ทฺวาเรหิ ชายนฺติ ปาราชิกํ ทุติยํ ยถา ฯ ทุติยปาราชิกสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๒๙

สิกขาบทว่าด้วยชักสื่อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยสร้างกุฏิ ๑ สิกขาบทว่าด้วยสร้าง วิหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้ภิกษุณีซักจีวรเก่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้ ภิกษุณีขอจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยยินดีเฉพาะผ้าอุตราสงค์และอันตรวาสก ๑ สิกขาบทว่าด้วยถึง ความกำหนดในจีวร ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยส่งทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรด้วยทูต ๑ สิกขาบท ว่าด้วยให้ทำสันถัตเจือไหม ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ ทำสันถัตถือเอาขนเจียมดำ ๒ ส่วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้สันถัตใหม่ให้ได้ ๖ ปี ๑ สิกขาบทว่า ด้วยให้ทำสันถัตสำหรับนั่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการทอดทิ้งอุเทศ ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับรูปิยะ ๑ สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนและซื้อขายมีประการต่างๆ รวม ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วย บาตรมีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอด้าย ๑ สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปหาช่างหูกถึงความกำหนดในจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยวางเช็ดหน้าจนถึง กรอบประตู ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ๑ สิกขาบทว่าด้วยเย็บจีวรของภิกษุณี ผู้มิใช่ญาติ ๑ สิกขาบทว่าด้วยปวารณาด้วยขนม ๑ สิกขาบทว่าด้วยปวารณาด้วยปัจจัยสี่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยการติดไฟผิง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการเก็บรตนะ ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่องเข็ม ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำเตียง ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าปูนั่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าปิดฝี ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าอาบน้ำฝน ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำจีวรขนาดสุคต จีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีขอของอื่นแล้วขอของอื่นอีก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่น แล้วให้จ่ายของอื่นอีก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารของสงฆ์ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารของคนหมู่มาก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของ อื่นด้วยบริขารส่วนบุคคล ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายผ้าห่มบาง ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้ จ่ายผ้าห่มหนา ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีทิ้งอาหารเป็นเดน ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้ ทำผ้าอาบน้ำเกินประมาณ ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้สมณจีวร ๑ ธรรมคือสิกขาบทเหล่านี้ ๕๐ ถ้วนเกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดแต่กาย มิใช่วาจาแลจิต เกิดแต่วาจา มิใช่กายแลจิต เกิด แต่กายกับวาจา มิใช่จิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย และเกิด ด้วยทวาร ๓ อนึ่ง สิกขาบทเหล่านี้ มีสมุฏฐาน ๖ เช่นกับสัญจริตตสิกขาบท. สัญจริตตสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- สมนุภาสนสมุฏฐาน

สญฺจริ กุฏิ วิหาโร โธวนญฺจ ปฏิคฺคโห วิญฺญตฺตุตฺตริ อภิหฏฺฐุํ อุภินฺนํ ทูตเกน จ โกสิยา สุทฺธเทฺวภาคา ฉพฺพสฺสานิ นิสีทนํ ริญฺจนฺติ รูปิกา เจว อุโภ นานปฺปการกา อูนพนฺธนวสฺสิกา สุตฺตํ วิกปฺปเนน จ ทฺวารทานสิพฺพินี จ ปูวปจฺจยโชติ จ รตนํ สูจิ มญฺโจ จ ตูลํ นิสีทนกณฺฑุ จ วสฺสิกา จ สุคเตน วิญฺญตฺติ อญฺญเจตาปนา เทฺว สงฺฆิกา มหาชนิกา เทฺว ปุคฺคลา ลหุกา ครุ เทฺว วิฆาสา สาฏิกา จ สมณจีวเรน จ สมปญฺญาสิเม ธมฺมา ฉหิ ฐาเนหิ ชายเร กายโต น วาจาจิตฺตา วาจโต น กายมนา กายวาจา น จิตฺตโต กายจิตฺตา น วาจโต วาจาจิตฺตา น กาเยน ตีหิ ฐาเนหิ ชายเร ฉสมุฏฺฐานิกา เจเต สญฺจริตฺเตน สาทิสา ฯ สญฺจริตฺตสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๐

สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุว่ายาก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุประทุษร้ายสกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยปิด อาบัติชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่สละทิฏฐิ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่มอบฉันทะ ๑ สิกขาบทว่า ด้วยหัวเราะ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดเสียงดัง ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยมีคำข้าวอยู่ ในปากจักไม่พูด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุนั่งบนแผ่นดินแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุนั่งบน อาสนะต่ำแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุยืนอยู่แสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุไปข้างหลัง แสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุเดินนอกทางแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีปิดโทษ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ถูกยกวัตร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียินดีการจับต้อง ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับภิกษุณีเข้าหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีบอกคืนพระพุทธเจ้าเป็นต้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีถูกตัดสินให้แพ้อธิกรณ์เรื่องหนึ่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่คลุกคลี ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีประหารตนแล้วร้องไห้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเลาะจีวรของภิกษุณี ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่บำรุงสหชีวินีผู้ตกระกำลำบาก ๑ สิกขาบทที่ตรัสซ้ำถึงภิกษุณีอยู่คลุกคลี กัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ระงับอธิกรณ์ ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยภิกษุณีไม่บอกก่อนเข้าไปสู่ อาราม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ปวารณาโดย ๓ สถาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพึงหวังธรรม ๒ อย่างจากภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่อนุเคราะห์และไม่พาสหชีวินีไปจาริก ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้สิกขมานาถวายจีวรแล้วจักบวชให้ ๑ สิกขาบทว่าด้วย ภิกษุณีพูดให้สิกขมานาติดตาม ๑ ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๓๗ สิกขาบท เกิดแต่กายวาจาและจิต ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่ง เหมือนสมนุภาสนสิกขาบท. สมนุภาสนสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- กฐินสมุฏฐาน

เภทานุวตฺตทุพฺพจ- ทูสทุฏฺฐุลฺลทิฏฺฐิ จ ฉนฺทํ อุชฺชคฺฆิกา เทฺว จ เทฺว จ สทฺทา น พฺยาหเร ฉมา นีจาสเน ฐานํ ปจฺฉโต อุปฺปเถน จ วชฺชานุวตฺติ คหณา โอสาเร ปจฺจาจิกฺขนา กิสฺมึ สํสฏฺฐา เทฺว วธิ วิสิพฺเพ ทุกฺขิตาย จ ปุน สํสฏฺฐา น วูปสเม อารามญฺจ ปวารณา อนฺวฑฺฒมาสํ สหชีวินี เทฺว จีวรํ อนุพนฺธนา สตฺตตึส อิเม ธมฺมา กายวาจาย จิตฺตโต สพฺเพ เอกสมุฏฺฐานา สมนุภาสนา ยถา ฯ สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๑

สิกขาบทว่าด้วยกฐินอันภิกษุเดาะแล้ว ๓ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วย ใช้อติเรกบาตรสิกขาบทที่หนึ่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยเภสัช ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับอัจเจกจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่ามีความรังเกียจเก็บไตรจีวรไว้ในละแวกบ้านได้ ๑ สิกขาบท ว่าด้วยเมื่อหลีกไปไม่เก็บเตียงหรือตั่ง ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปสู่ที่อยู่ภิกษุณีแล้วสอน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะทีหลัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยห้ามภัตรแล้วฉันภัตตาหารไม่เป็นเดน ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับนิมนต์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยวิกัปจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่ได้รับบอกก่อนเข้าไปใน พระราชมณเฑียร ๑ สิกขาบทว่าด้วยเข้าบ้านในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันภัตตาหารที่ภิกษุณี ยืนสั่งเสียอยู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่เสนาสนะป่ารับของเคี้ยวเป็นต้น ๑ สิกขาบทว่าด้วย ภิกษุณีพูดให้ร้าย ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีทำการสั่งสมบาตร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่ สกุลในเวลาก่อนอาหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาหลังอาหาร ๑ สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิเกินกำหนด ๕ วัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้จีวรผลัดเปลี่ยน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มอบหมายจีวร สับเปลี่ยนและที่พัก ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีให้ผ่าฝีอันเกิดที่แง้มขา ๑ สิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีไม่บอกก่อนนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ๑ ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้มี ๒๙ สิกขาบท เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต และเกิดแต่ ทวารทั้ง ๓ ทุกๆ สิกขาบทรวมทั้งกฐินสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เสมอกัน. กฐินสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- เอฬกโลมสมุฏฐาน

อุพฺภตํ กฐินํ ตีณิ ปฐมํ ปตฺตเภสชฺชํ อจฺเจกญฺจาปิ สาสงฺกํ ปกฺกมนฺเตน วา ทุเว อุปสฺสยํ ปรมฺปรา อนติริตฺตํ นิมนฺตนา วิกปฺปํ รญฺโญ วิกาเล โวสาสารญฺญเกน จ อุสูยา สนฺนิจยญฺจ ปูเร ปจฺฉา วิกาเล จ ปญฺจาหิกา สงฺกมนี เทฺวปิ อาวสเถน จ ปสาเข อาสเน เจว ตึสเอกูนกา อิเม กายวาจา น จิตฺตโต ตีหิ ทฺวาเรหิ ชายเร ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สพฺเพ กฐิเนน สหา สมา ฯ กฐินสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๒

สิกขาบทว่าด้วยขนเจียม ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกัน ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยเตียงเท้าเสียบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารในโรงทาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉัน อาหารเป็นหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารที่ทำการ สั่งสม ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับประเคนไม้ชำระฟัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้อาหารแก่อเจลก ๑ สิกขาบท ว่าด้วยไปดูเสนาอันยกออกไปแล้ว ๑ สิกขาบทว่าด้วยอยู่ในกองทัพ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไปสู่สนาม รบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยดื่มสุรา ๑ สิกขาบทว่าด้วยยังไม่ถึงกึ่งเดือนอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำ จีวรใหม่ให้เสียสี ๑ ปาฏิเทสนียะ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีฉันกระเทียม ๑ สิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปปฏิบัติภิกษุผู้กำลังฉัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปดูฟ้อนรำ ๑ สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณี ๒ รูปใช้ผ้าปูนอนและผ้าห่มผืนเดียวกัน นอนด้วยกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณี ๒ รูป นอนเตียงเดียวกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มี พวกเที่ยวจาริกภายในแว่นแคว้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มีพวกเที่ยวจาริกภายนอกแว่นแคว้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีหลีกไปสู่จาริกภายในพรรษา ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปดูโรงละคร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สอยเก้าอี้นอน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีกรอด้าย ๑ สิกขาบทว่าด้วย ภิกษุณีช่วยทำธุระของคฤหัสถ์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีให้ของเคี้ยวด้วยมือของตนแก่ชาวบ้าน เป็นต้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้ร่ม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปด้วยยาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ๑ สิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีใช้เครื่องประดับสำหรับสตรี ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอาบน้ำ ปรุงเครื่องประเทือง ผิว ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอาบน้ำปรุงกำยานเป็นเครื่องอบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้ภิกษุณี นวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สิกขมานานวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สามเณรีนวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สตรีคฤหัสถ์นวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีผู้เข้าบ้านไม่มีผ้ารัดถันต้อง อาบัติ ๑ รวมเป็น ๔๔ สิกขาบท เกิดแต่กาย มิใช่วาจากับจิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ทุกๆ สิกขาบท รวมทั้งเอฬกโลมสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เสมอกัน. เอฬกโลมสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- ปทโสธัมมสมุฏฐาน

เอฬกโลมา เทฺว เสยฺยา อาหจฺจปิณฺฑโภชนํ คณวิกาเล สนฺนิธิ ทนฺตโปเณนเจลกา อุยฺยุตฺตํ วเส อุยฺโยธิ สุรา โอเรน นฺหายนา ทุพฺพณฺเณ เทฺว เทสนิกา ลสุณุตฺติฏฺเฐ นจฺจนา ฯ นฺหานํ อตฺถรณํ เสยฺยา อนฺโตรฏฺเฐ ตถา พหิ อนฺโตวสฺสํ จิตฺตาคารํ อาสนฺทิ สุตฺตกนฺตนา เวยฺยาวจฺจํ สหตฺถา จ อภิกฺขุกาวาเสน จ ฉตฺตํ ยานญฺจ สงฺฆาณึ อลงฺการํ คนฺธวาสิตํ ภิกฺขุนี สิกฺขมานา จ สามเณรี คิหินิยา อสงฺกจฺฉิกา อาปตฺตี จตฺตารีสา จ จตุตฺตริ กาเยน น วาจาจิตฺเตน กายจิตฺเตน น วาจโต ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สพฺเพ สมา เอฬกโลมกา ฯ เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๓

สิกขาบทว่าด้วยสอนธรรมแก่อนุปสัมบันว่าพร้อมกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วย แสดงธรรมแก่มาตุคาม ยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นแต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสา ๑ สิกขาบทว่าด้วยยังไม่ได้ รับสมมติสั่งสอนภิกษุณี ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุได้รับสมมติแล้วสอนภิกษุณีเมื่อพระอาทิตย์อัสดง- *คตแล้ว ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเรียนและบอกติรัจฉานวิชา ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วย ภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนถามปัญหา ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๗ สิกขาบท เกิดแต่วาจา มิใช่กาย และจิต เกิดแต่วาจากับจิต แต่มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เหมือน ปทโสธัมมสมุฏฐาน ฉะนั้น. ปทโสธัมมสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- อัทธานสมุฏฐาน

ปทญฺญตฺร อสมฺมตา ตถา อตฺถงฺคเตน จ ติรจฺฉานวิชฺชา เทฺว วุตฺตา อโนกาเส จ ปุจฺฉนา สตฺต สิกฺขาปทา เอเต วาจา น กายจิตฺตโต วาจาจิตฺเตน ชายนฺติ น ตุ กาเยน ชายเร ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สพฺเพ ปทโสธมฺมสาทิสา ฯ ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๔

สิกขาบทว่าด้วยชักชวนภิกษุณีเดินทางไกล ๑ สิกขาบทว่าด้วยชักชวนภิกษุณี ลงเรือลำเดียวกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอโภชนะอันประณีต ๑ สิกขาบทว่าด้วยชักชวนมาตุคาม เดินทางด้วยกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีถอนขนในที่แคบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีขอข้าว- *เปลือก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับนิมนต์แล้วฉันภัตตาหาร ๑ ปาฏิเทสนียะของภิกษุณี ๘ สิกขาบท ๑ สิกขาบทเหล่านี้ร่วม ๑๕ สิกขาบท เกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่กายวาจาและจิต เป็น ๔ สมุฏฐาน พระพุทธเจ้าผู้มีพระญาณ ทรงบัญญัติว่า มีวินัยเสมอกับอัทธานสมุฏฐาน. อัทธานสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- เถยยสัตถสมุฏฐาน

อทฺธานนาวํ ปณีตํ มาตุคาเมน สงฺฆเร ธญฺญํ นิมนฺติตา เจว อฏฺฐ จ ปาฏิเทสนี สิกฺขา ปณฺณรสา เอเต กายา น วาจา น มนา กายวาจาย ชายนฺติ น เต จิตฺเตน ชายเร กายจิตฺเตน ชายนฺติ น เต ชายนฺติ วาจโต กายวาจาย จิตฺเตน สมุฏฺฐานา จตุพฺพิธา ปญฺญตฺตา พุทฺธญาเณน อทฺธาเนน สมา นยา ฯ อทฺธานสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๕

สิกขาบทว่าด้วยชักชวนพวกเกวียนผู้เป็นโจรเดินทางร่วม ๑ สิกขาบทว่าด้วย ยืนแอบฟัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอแกงและข้าวสุก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษใน เวลาค่ำคืน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในโอกาสกำบัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืน ร่วมกับบุรุษในที่กลางแจ้ง ๑ สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในตรอกตัน ๑ รวมสิกขาบท เหล่านี้ ๗ สิกขาบทเกิดแต่กายกับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่ทวาร ๓ สิกขาบทเหล่านี้ มี สมุฏฐาน ๒ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ ได้ทรงแสดงแล้วว่า เหมือน เถยยสัตถสมุฏฐาน. เถยยสัตถสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- ธัมมเทสนาสมุฏฐาน

เถยฺยสตฺถํ อุปสฺสุติ สูปวิญฺญาปเนน จ รตฺติ ฉนฺนญฺจ โอกาสํ เอเต พฺยูเหน สตฺตมา กายจิตฺเตน ชายนฺติ น เต ชายนฺติ วาจโต ตีหิ ทฺวาเรหิ ชายนฺติ ทฺวิสมุฏฺฐานิกา อิเม เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานา เทสิตาทิจฺจพนฺธุนา ฯ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๖

พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมไม่แสดงธรรมแก่คนมีร่มในมือ ๑ มีไม้พลองใน มือ ๑ มีศาตราในมือ ๑ มีอาวุธในมือ ๑ สวมเขียงเท้า ๑ สวมรองเท้า ๑ ไปในยาน ๑ อยู่ บนที่นอน ๑ นั่งรัดเข่า ๑ โพกศีรษะ ๑ คลุมศีรษะ ๑ รวมเป็น ๑๑ สิกขาบท พอดี เกิดแต่ วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่งเสมอกับธัมมเทสนาสมุฏฐาน. ธัมมเทสนาสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- ภูตาโรจนสมุฏฐาน

ฉตฺตปาณิสฺส สทฺธมฺมํ น เทเสนฺติ ตถาคตา ตเถว ทณฺฑปาณิสฺส สตฺถอาวุธปาณินํ ปาทุกุปาหนา ยานํ เสยฺยา ปลฺลตฺถิกาย จ เวฐิโตคุณฺฐิโต เจว เอกาทสมนูนกา วาจาจิตฺเตน ชายนฺติ น เต ชายนฺติ กายโต สพฺเพ เอกสมุฏฺฐานา สมกา ธมฺมเทสนา ฯ ธมฺมเทสนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๗

สิกขาบทว่าด้วยบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง เกิดแต่กาย มิใช่เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิด แต่จิต ชื่อว่าภูตาโรจนสมุฏฐาน ย่อมเกิดแต่สมุฏฐาน ๓. ภูตาโรจนสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน

ภูตํ กาเยน ชายติ น วาจาย น จิตฺตโต วาจโต จ สมุฏฺฐาติ น กายา น จ จิตฺตโต กายวาจาย ชายติ น จ ชายติ จิตฺตโต ภูตาโรจนกนฺนาม ตีหิ ฐาเนหิ ชายติ ฯ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๓๘

สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับหญิงโจรให้บวช เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่ กาย และเกิดโดยทวารทั้ง ๓ โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐานนี้ พระพุทธเจ้าผู้ธรรมราชาทรงตั้งไว้ว่า มี สมุฏฐาน ๒ ไม่ซ้ำกัน. โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน จบ ----------------------------------------------------- อนนุญาตสมุฏฐาน

โจรี วาจาย จิตฺเตน น ตํ ชายติ กายโต ชายติ ตีหิ ทฺวาเรหิ โจรีวุฏฺฐาปนํ อิทํ อกตํ ทฺวิสมุฏฺฐานํ ธมฺมราเชน ฐปิตํ ฯ โจรีวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ

๘๓๙

สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีมิได้อนุญาต เกิดแต่ วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่กาย เกิดแต่กายวาจาจิต ๓ สถาน จึงมีสมุฏฐาน ๔ ไม่ซ้ำกัน. อนนุญาตสมุฏฐาน จบ -----------------------------------------------------

อนนุญฺญาตํ วาจาย น กายา น จ จิตฺตโต ชายติ กายวาจาย น ตํ ชายติ จิตฺตโต ชายติ วาจาจิตฺเตน น ตํ ชายติ กายโต ชายติ ตีหิ ฐาเนหิ อกตํ จตุฏฺฐานิกํ ฯ อนนุญฺญาตสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๘๔๐

ก็สมุฏฐาน ๑๓ ทรงแสดงไว้ดีแล้วโดยย่อๆ เป็นเหตุทำความไม่หลง อนุโลม แก่ธรรมที่เป็นแบบ วิญญูชนเมื่อทรงจำสมุฏฐานนี้ไว้ได้ ย่อมไม่หลงในสมุฏฐานแล. ย่อหัวข้อสมุฏฐาน จบ -----------------------------------------------------

สมุฏฺฐานํ หิ สงฺเขปํ ทส ตีณิ สุเทสิตํ อสมฺโมหกรณฏฺฐานํ เนตฺติธมฺมานุโลมิกํ ธารยนฺโต อิมํ วิญฺญู สมุฏฺฐาเน น มุยฺหตีติ ฯ สมุฏฺฐานสีสสงฺเขปํ นิฏฺฐิตํ ฯ ----------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย