ว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้น
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร หมวด ๒ ว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้น
มีอยู่อาบัติเป็นสัญญาวิโมกข์ มีอยู่อาบัติมิใช่สัญญาวิโมกข์. มีอยู่อาบัติ ของภิกษุผู้ได้สมาบัติ มีอยู่อาบัติของภิกษุผู้ไม่ได้สมาบัติ. มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยสัทธรรม มีอยู่ อาบัติไม่เกี่ยวด้วยสัทธรรม. มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบริขารของตน มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบริขาร ของผู้อื่น. มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบุคคล คือตนเอง มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบุคคลอื่น. มีอยู่ ภิกษุพูดจริงต้องอาบัติหนัก มีอยู่ภิกษุพูดเท็จต้องอาบัติเบา. มีอยู่ภิกษุพูดเท็จต้องอาบัติหนัก มีอยู่ภิกษุพูดจริงต้องอาบัติเบา. มีอยู่อาบัติภิกษุอยู่บนแผ่นดินจึงต้อง อยู่ในอากาศไม่ต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุอยู่ในอากาศจึงต้อง อยู่บนแผ่นดินไม่ต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุออกไปจึงต้อง เข้าไปไม่ต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุเข้าไปจึงต้อง ออกไปไม่ต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุถือเอาจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ถือเอาจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุสมาทานจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่สมาทานจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุทำจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ทำจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุให้จึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุ ไม่ให้จึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุรับจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่รับจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุต้องเพราะ บริโภค มีอยู่อาบัติภิกษุต้อง เพราะไม่บริโภค. มีอยู่อาบัติภิกษุต้องในกลางคืนไม่ต้องในกลางวัน มีอยู่อาบัติภิกษุต้องในกลางวัน ไม่ต้องในกลางคืน. มีอยู่อาบัติภิกษุต้องเพราะอรุณขึ้น มีอยู่ อาบัติภิกษุต้องไม่ใช่เพราะอรุณขึ้น. มีอยู่อาบัติภิกษุตัดจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ตัดจึงต้อง. มีอยู่ อาบัติภิกษุปิดจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ปิดจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุทรงไว้จึงต้อง มีอยู่อาบัติ ภิกษุไม่ทรงไว้จึงต้อง. ว่าด้วยอุโบสถเป็นต้น
อตฺถาปตฺติ สญฺญาวิโมกฺขา อตฺถาปตฺติ น สญฺญาวิโมกฺขา ฯ อตฺถาปตฺติ ลทฺธสมาปตฺติกสฺส อตฺถาปตฺติ น ลทฺธสมาปตฺติกสฺส ฯ อตฺถาปตฺติ สทฺธมฺมปฏิสญฺญุตฺตา อตฺถาปตฺติ อสทฺธมฺมปฏิสญฺญุตฺตา ฯ อตฺถาปตฺติ สปริกฺขารปฏิสญฺญุตฺตา อตฺถาปตฺติ ปรปริกฺขารปฏิสญฺญุตฺตา ฯ อตฺถาปตฺติ สปุคฺคลปฏิสญฺญุตฺตา อตฺถาปตฺติ ปรปุคฺคลปฏิสญฺญุตฺตา ฯ อตฺถิ สจฺจํ ภณนฺโต ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อตฺถิ มุสา ภณนฺโต ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ อตฺถิ มุสา ภณนฺโต ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อตฺถิ สจฺจํ ภณนฺโต ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ภูมิคโต อาปชฺชติ โน เวหาสคโต อตฺถาปตฺติ เวหาสคโต อาปชฺชติ โน ภูมิคโต ฯ อตฺถาปตฺติ นิกฺขมนฺโต อาปชฺชติ โน ปวิสนฺโต อตฺถาปตฺติ ปวิสนฺโต อาปชฺชติ โน นิกฺขมนฺโต ฯ อตฺถาปตฺติ อาทิยนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ อนาทิยนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ สมาทิยนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น สมาทิยนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ กโรนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น กโรนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ เทนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น เทนฺโต อาปชฺชติ ฯ {๙๔๓.๑} อตฺถาปตฺติ ปฏิคฺคณฺหนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ปฏิคฺคณฺหนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ปริโภเคน อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ปริโภเคน อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ รตฺตึ อาปชฺชติ โน ทิวา อตฺถาปตฺติ ทิวา อาปชฺชติ โน รตฺตึ ฯ อตฺถาปตฺติ อรุณุคฺเค อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น อรุณุคฺเค อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ฉินฺทนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ฉินฺทนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ฉาเทนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ฉาเทนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ธาเรนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ธาเรนฺโต อาปชฺชติ ฯ
อุโบสถมี ๒ คืออุโบสถในวันสิบสี่ ๑ อุโบสถในวันสิบห้า ๑. ปวารณามี ๒ คือ ปวารณาในวันสิบสี่ ๑ ปวารณาในวันสิบห้า ๑. กรรมมี ๒ คือ อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑. กรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ ญัตติ- *ทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑. วัตถุแห่งกรรมมี ๒ คือวัตถุแห่งอปโลกนกรรม ๑ วัตถุแห่งญัตติกรรม ๑. วัตถุแห่ง กรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ วัตถุแห่งญัตติทุติยกรรม ๑ วัตถุแห่งญัตติจตุตถกรรม ๑. โทษแห่งกรรมมี ๒ คือ โทษแห่งอปโลกนกรรม ๑ โทษแห่งญัตติกรรม ๑. โทษแห่ง กรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ โทษแห่งญัตติทุติยกรรม ๑ โทษแห่งญัตติจตุตถกรรม ๑. สมบัติแห่งกรรมมี ๒ คือ สมบัติแห่งอปโลกนกรรม ๑ สมบัติแห่งญัตติกรรม ๑. สมบัติแห่งกรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ สมบัติแห่งญัตติทุติยกรรม ๑ สมบัติแห่งญัตติจตุตถกรรม ๑. ภูมิของภิกษุนานาสังวาสมี ๒ คือ ตนเองทำตนให้มีสังวาสต่างกัน ๑ สงฆ์ผู้พร้อม เพรียงกันยกภิกษุนั้นเสีย เพราะไม่เห็นอาบัติ เพราะไม่ทำคืนอาบัติ หรือเพราะไม่สละทิฏฐิ ๑. ภูมิของภิกษุสมานสังวาสมี ๒ คือ ตนเองทำตนให้มีสังวาสเสมอกัน ๑ สงฆ์พร้อม เพรียงกันเรียกภิกษุนั้นผู้ถูกยกวัตร เพราะไม่เห็นอาบัติ เพราะไม่ทำคืนอาบัติ หรือเพราะไม่สละ ทิฏฐิ เข้าหมู่ ๑. ว่าด้วยปาราชิกเป็นต้น
เทฺว อุโปสถา จาตุทฺทสิโก จ ปณฺณรสิโก จ ฯ เทฺว ปวารณา จาตุทฺทสิกา จ ปณฺณรสิกา จ ฯ เทฺว กมฺมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ฯ อปรานิปิ เทฺว กมฺมานิ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ฯ เทฺว กมฺมวตฺถูนิ อปโลกนกมฺมสฺส วตฺถุ ญตฺติกมฺมสฺส วตฺถุ ฯ อปรานิปิ เทฺว กมฺมวตฺถูนิ ญตฺติทุติยกมฺมสฺส วตฺถุ ญตฺติจตุตฺถกมฺมสฺส วตฺถุ ฯ เทฺว กมฺมโทสา อปโลกนกมฺมสฺส โทโส ญตฺติกมฺมสฺส โทโส ฯ อปเรปิ เทฺว กมฺมโทสา ญตฺติทุติยกมฺมสฺส โทโส ญตฺติจตุตฺถกมฺมสฺส โทโส ฯ เทฺว กมฺมสมฺปตฺติโย อปโลกนกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ญตฺติกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ฯ อปราปิ เทฺว กมฺมสมฺปตฺติโย ญตฺติทุติยกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ฯ เทฺว นานาสํวาสกภูมิโย อตฺตนา วา อตฺตานํ นานาสํวาสกํ กโรติ สมคฺโค วา นํ สงฺโฆ อุกฺขิปติ อทสฺสเน วา อปฺปฏิกมฺเม วา อปฺปฏินิสฺสคฺเค วา ฯ เทฺว สมานสํวาสกภูมิโย อตฺตนา วา อตฺตานํ สมานสํวาสกํ กโรติ สมคฺโค วา นํ สงฺโฆ อุกฺขิตฺตํ โอสาเรติ อทสฺสเน วา อปฺปฏิกมฺเม วา อปฺปฏินิสฺสคฺเค วา ฯ
ปาราชิกมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. สังฆาทิเสสมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. ถุลลัจจัยมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. ปาจิตตีย์มี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. ปาฏิเทสนียะมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. ทุกกฏมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. ทุพภาสิตมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑. อาบัติของภิกษุมี ๗ ของภิกษุณีก็มี ๗. กองอาบัติของภิกษุมี ๗ ของภิกษุณีก็มี ๗. สงฆ์แตกกันด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยกรรม ๑ ด้วยให้จับสลาก ๑. ว่าด้วยบุคคล
เทฺว ปาราชิกา ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ ฯ เทฺว สงฺฆาทิเสสา เทฺว ถุลฺลจฺจยา เทฺว ปาจิตฺติยา เทฺว ปาฏิเทสนียา เทฺว ทุกฺกฏา เทฺว ทุพฺภาสิตา ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ สตฺต อาปตฺติโย สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ฯ ทฺวีหากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ กมฺเมน วา สลากคาเหน วา ฯ
บุคคล ๒ พวก สงฆ์ไม่พึงอุปสมบท คือ ผู้มีกาลบกพร่อง ๑ ผู้มีอวัยวะ บกพร่อง ๑. บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก สงฆ์ไม่พึงอุปสมบท คือ ผู้มีวัตถุวิบัติ ๑ ผู้มีการกระทำ เสียหาย ๑. บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก สงฆ์ไม่พึงอุปสมบท คือ ผู้ไม่บริบูรณ์ ๑ ผู้บริบูรณ์ แต่ ไม่ขออุปสมบท ๑. ไม่ควรอาศัยบุคคล ๒ พวกอยู่ คือ ผู้อลัชชี ๑ ผู้พาล ๑. ไม่ควรให้นิสัย แก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้อลัชชี ๑ ผู้ลัชชีแต่ไม่ขอ ๑. ควรให้นิสัย แก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้โง่ ๑ ผู้ลัชชีแต่ขอ ๑. บุคคล ๒ พวก ไม่ควรต้องอาบัติ คือ พระพุทธเจ้า ๑ พระปัจเจกพุทธเจ้า ๑. บุคคล ๒ พวก รวมต้องอาบัติ คือ ภิกษุ ๑ ภิกษุณี ๑. บุคคล ๒ พวก ไม่ควรแกล้งต้องอาบัติ คือ ภิกษุชั้นอริยบุคคล ๑ ภิกษุณีชั้น อริยบุคคล ๑. บุคคล ๒ พวก ควรแกล้งต้องอาบัติ คือ ภิกษุปุถุชน ๑ ภิกษุณีปุถุชน ๑. บุคคล ๒ พวก ไม่ควรแกล้งประพฤติล่วงวัตถุเป็นไปกับด้วยโทษ คือ ภิกษุชั้น อริยบุคคล ๑ ภิกษุณีชั้นอริยบุคคล ๑. บุคคล ๒ พวก ควรแกล้งประพฤติล่วงวัตถุเป็นไปกับด้วยโทษ คือ ภิกษุปุถุชน ๑ ภิกษุณีปุถุชน ๑. ว่าด้วยคัดค้านเป็นต้น
เทฺว ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา อทฺธานหีโน องฺคหีโน ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา วตฺถุวิปนฺโน กรณทุกฺกฏโก ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา อปริปูโร ปริปูโร โน จ ยาจติ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ นิสฺสาย น วตฺถพฺพํ อลชฺชิสฺส จ พาลสฺส จ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ น นิสฺสโย ทาตพฺโพ อลชฺชิสฺส จ ลชฺชิโน จ น ยาจติ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ นิสฺสโย ทาตพฺโพ พาลสฺส จ ลชฺชิสฺส จ ยาจติ ฯ เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ฯ เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ฯ เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ อริยปุคฺคลา ฯ เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ปุถุชฺชนา ฯ เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา สญฺจิจฺจ สาติสารํ วตฺถุํ อชฺฌาจริตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ อริยปุคฺคลา ฯ เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา สญฺจิจฺจ สาติสารํ วตฺถุํ อชฺฌาจริตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ปุถุชฺชนา ฯ
การคัดค้านมี ๒ คือ คัดค้านด้วยกาย ๑ คัดค้านด้วยวาจา ๑. การขับออกจากหมู่มี ๒ คือ มีอยู่ บุคคลยังไม่ถึงการขับออก ถ้าสงฆ์ขับบุคคล นั้นออก บางคนเป็นอันขับออกดีแล้ว ๑ บางคนเป็นอันขับออกไม่ดี ๑. การเรียกเข้าหมู่มี ๒ คือ มีอยู่ บุคคลยังไม่ถึงการเรียกเข้าหมู่ ถ้าสงฆ์เรียกบุคคล นั้นเข้าหมู่ บางคนเป็นอันเรียกเข้าหมู่ดีแล้ว ๑ บางคนเป็นอันเรียกเข้าหมู่ไม่ดี ๑. ปฏิญญามี ๒ คือ ปฏิญญาด้วยกาย ๑ ปฏิญญาด้วยวาจา ๑. การรับมี ๒ คือ รับด้วยกาย ๑ รับด้วยของเนื่องด้วยกาย ๑. การห้ามมี ๒ คือ ห้ามด้วยกาย ๑ ห้ามด้วยวาจา ๑. การลบล้างมี ๒ คือ ลบล้างสิกขา ๑ ลบล้างโภคะ ๑. โจทมี ๒ คือ โจทด้วยกาย ๑ โจทด้วยวาจา ๑. ว่าด้วยความกังวลเป็นต้น
เทฺว ปฏิกฺโกสนา กาเยน วา ปฏิกฺโกสติ วาจาย วา ปฏิกฺโกสติ ฯ เทฺว นิสฺสารณา อตฺถิ ปุคฺคโล อปฺปตฺโต นิสฺสารณํ ตญฺเจ สงฺโฆ นิสฺสาเรติ เอกจฺโจ สุนิสฺสาริโต เอกจฺโจ ทุนฺนิสฺสาริโต ฯ เทฺว โอสารณา อตฺถิ ปุคฺคโล อปฺปตฺโต โอสารณํ ตญฺเจ สงฺโฆ โอสาเรติ เอกจฺโจ โสสาริโต เอกจฺโจ โทสาริโต ฯ เทฺว ปฏิญฺญา กาเยน วา ปฏิชานาติ วาจาย วา ปฏิชานาติ ฯ เทฺว ปฏิคฺคหา กาเยน วา ปฏิคฺคณฺหาติ กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ ฯ เทฺว ปฏิกฺเขปา กาเยน วา ปฏิกฺขิปติ วาจาย วา ปฏิกฺขิปติ ฯ เทฺว อุปฆาติกา สิกฺขูปฆาติกา จ โภคุปฆาติกา จ ฯ เทฺว โจทนา กาเยน วา โจเทติ วาจาย วา โจเทติ ฯ
กฐินมีปลิโพธ ๒ คือ ปลิโพธในอาวาส ๑ ปลิโพธในจีวร ๑. กฐินไม่มีปลิโพธ ๒ คือ ไม่มีปลิโพธในอาวาส ๑ ไม่มีปลิโพธในจีวร ๑. จีวรมี ๒ คือ คหบดีจีวร ๑ บังสุกุลจีวร ๑. บาตรมี ๒ คือ บาตรเหล็ก ๑ บาตรดิน ๑. เชิงบาตรมี ๒ คือ เชิงบาตรทำด้วยดีบุก ๑ เชิงบาตรทำด้วยตะกั่ว ๑ อธิษฐานบาตรมี ๒ คือ อธิษฐานด้วยกาย ๑ อธิษฐานด้วยวาจา ๑. อธิษฐานจีวรมี ๒ คือ อธิษฐานด้วยกาย ๑ อธิษฐานด้วยวาจา ๑. วิกัปมี ๒ คือ วิกัปต่อหน้า ๑ วิกัปลับหลัง ๑. วินัยมี ๒ คือ วินัยของภิกษุ ๑ วินัยของภิกษุณี ๑. อรรถที่สำเร็จในวินัยมี ๒ คือ ข้อบัญญัติ ๑ ข้ออนุโลมบัญญัติ ๑. วินัยมีความขัดเกลา ๒ คือ กำจัดสิ่งไม่ควรด้วยอริยมรรค ๑ ความทำพอประมาณใน สิ่งที่ควร ๑ฯ ว่าด้วยต้องอาบัติด้วยอาการ ๒ อย่างเป็นต้น
เทฺว กฐินสฺส ปลิโพธา อาวาสปลิโพโธ จ จีวรปลิโพโธ จ ฯ เทฺว กฐินสฺส อปลิโพธา อาวาสาปลิโพโธ จ จีวราปลิโพโธ จ ฯ เทฺว จีวรานิ คหปติกญฺจ ปํสุกูลิกญฺจ ฯ เทฺว ปตฺตา อโยปตฺโต จ มตฺติกาปตฺโต จ ฯ เทฺว มณฺฑลานิ ติปุมยญฺจ สิสมยญฺจ ฯ เทฺว ปตฺตสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ วาจาย วา อธิฏฺเฐติ ฯ เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ วาจาย วา อธิฏฺเฐติ ฯ เทฺว วิกปฺปนา สมฺมุขาวิกปฺปนา จ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ ฯ เทฺว วินยา ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ ฯ เทฺว เวนยิกา ปญฺญตฺตญฺจ ปญฺญตฺตานุโลมญฺจ ฯ เทฺว วินยสฺส สลฺเลขา อกปฺปิเย เสตุฆาโต กปฺปิเย มตฺตการิตา ฯ
ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๒ คือ ต้องด้วยกาย ๑ ต้องด้วยวาจา ๑. ภิกษุออกจากอาบัติด้วยอาการ ๒ คือ ออกด้วยกาย ๑ ออกด้วยวาจา ๑. ปริวาสมี ๒ คือ ปฏิจฉันนปริวาส ๑ อัปปฏิจฉันนปริวาส ๑. ปริวาสแม้อย่างอื่นมีอีก ๒ คือ สุทธันตปริวาส ๑ สโมธานปริวาส ๑. มานัตมี ๒ คือ ปฏิจฉันนมานัต ๑ อัปปฏิจฉันนมานัต ๑. มานัตแม้อย่างอื่นมีอีก ๒ คือ ปักขมานัต ๑ สโมธานมานัต ๑. รัตติเฉทของบุคคล ๒ คือ ของปริวาสิกภิกษุ ๑ ของมานัตจาริกภิกษุ ๑. ว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อเป็นต้น
ทฺวีหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ กาเยน วา อาปชฺชติ วาจาย วา อาปชฺชติ ฯ ทฺวีหากาเรหิ อาปตฺติยา วุฏฺฐาติ กาเยน วา วุฏฺฐาติ วาจาย วา วุฏฺฐาติ ฯ เทฺว ปริวาสา ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส จ อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส จ ฯ อปเรปิ เทฺว ปริวาสา สุทฺธนฺตปริวาโส จ สโมธานปริวาโส จ ฯ เทฺว มานนฺตา ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตญฺจ อปฺปฏิจฺฉนฺนมานตฺตญฺจ ฯ อปเรปิ เทฺว มานตฺตา ปกฺขมานตฺตญฺจ สโมธานมานตฺตญฺจ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ รตฺติจฺเฉโท ปาริวาสิกสฺส จ มานตฺตจาริกสฺส จ ฯ
ความไม่เอื้อเฟื้อมี ๒ คือ ไม่เอื้อเฟื้อต่อบุคคล ๑ ไม่เอื้อเฟื้อต่อธรรม ๑. เกลือมี ๒ ชนิด คือ เกลือเกิดแต่กำเนิด ๑ เกลือแต่น้ำด่าง ๑. เกลือแม้อื่นอีก ๒ ชนิด คือ เกลือทะเล ๑ เกลือดำ ๑. เกลือแม้อื่นอีก ๒ ชนิด คือ เกลือสินเธาว์ ๑ เกลือดินโปร่ง ๑. เกลือแม้อื่นอีก ๒ ชนิด คือ เกลือโรมกะ ๑ เกลือปักขัลลกะ ๑. บริโภคมี ๒ คือ บริโภคภายใน ๑ บริโภคภายนอก ๑. ด่ามี ๒ คือ ด่าอย่างคนเลว ๑ ด่าอย่างผู้ดี ๑. ส่อเสียดด้วยอาการ ๒ คือ เพื่อทำตนให้เป็นที่รัก ๑ เพื่อมุ่งทำลาย ๑. ภิกษุร่วมฉันเป็นหมู่ด้วยอาการ ๒ คือ เพราะเขานิมนต์ ๑ เพราะขอเขา ๑. วันเข้าพรรษามี ๒ คือ วันเข้าพรรษาต้น ๑ วันเข้าพรรษาหลัง ๑. งดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมมี ๒ งดปาติโมกข์เป็นธรรมมี ๒ ฯ ว่าด้วยบุคคลพาลและบัณฑิต
เทฺว อนาทริยานิ ปุคฺคลานาทริยญฺจ ธมฺมานาทริยญฺจ ฯ เทฺว โลณานิ ชาติมยญฺจ ขาริมยญฺจ ฯ อปรานิปิ เทฺว โลณานิ สามุทฺทญฺจ กาฬโลณญฺจ ฯ อปรานิปิ เทฺว โลณานิ สินฺธวญฺจ อุพฺภิทญฺจ ฯ อปรานิปิ เทฺว โลณานิ โรมกญฺจ ปกฺขลฺลกญฺจ ฯ เทฺว ปริโภคา อพฺภนฺตรปริโภโค จ พาหิรปริโภโค จ ฯ เทฺว อกฺโกสา หีโน จ อกฺโกโส อุกฺกฏฺโฐ จ อกฺโกโส ฯ ทฺวีหากาเรหิ เปสุญฺญํ โหติ ปิยกมฺยสฺส วา เภทาธิปฺปายสฺส วา ฯ ทฺวีหากาเรหิ คณโภชนํ ปสวติ นิมนฺตนโต วา วิญฺญตฺติโต วา ฯ เทฺว วสฺสุปนายิกา ปุริมิกา จ ปจฺฉิมิกา จ ฯ เทฺว อธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานิ เทฺว ธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานิ ฯ
บุคคลพาลมี ๒ คือ ผู้รับภาระที่ยังไม่มาถึง ๑ ผู้ไม่รับภาระที่มาถึงแล้ว ๑ บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้ไม่รับภาระที่ยังไม่มาถึง ๑ ผู้รับภาระที่มาถึงแล้ว ๑ บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญว่าควรในสิ่งที่ไม่ควร ๑ ผู้สำคัญว่าไม่ควรในสิ่ง ที่ควร ๑ บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญว่าไม่ควรในสิ่งที่ไม่ควร ๑ ผู้สำคัญว่าควรในสิ่งควร ๑ บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญในอนาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอาบัติว่า เป็นอนาบัติ ๑ บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอนาบัติว่าเป็น อนาบัติ ๑ บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่า เป็นอธรรม ๑ บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็น ธรรม ๑ บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัย ว่าสภาพมิใช่วินัย ๑ บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าสภาพมิใช่วินัย ๑ ผู้สำคัญใน วินัยว่าวินัย ๑ ฯ ว่าด้วยอาสวะ
เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อนาคตํ ภารํ วหติ โย จ อาคตํ ภารํ น วหติ ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อนาคตํ ภารํ น วหติ โย จ อาคตํ ภารํ วหติ ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โน จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี ฯ
อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ ไม่ควรประพฤติรังเกียจ ๑ ผู้ไม่ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ควรประพฤติรังเกียจ ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้ไม่ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ไม่ควร ประพฤติรังเกียจ ๑ ผู้ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ควรประพฤติรังเกียจ ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสิ่งไม่ควร ว่าควร ๑ ผู้สำคัญในสิ่งที่ควรว่าไม่ควร ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสิ่งไม่ควรว่าไม่ควร ๑ ผู้สำคัญในสิ่งที่ควรว่าควร ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอนาบัติว่าเป็น อาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็น ธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็นอธรรม ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็นธรรม ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัย ว่าวินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัยว่าสภาพมิใช่วินัย ๑. อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าสภาพ มิใช่วินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัยว่าวินัย ๑. หมวด ๒ จบ. ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำหมวด
ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี ฯ ทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ
สัญญา ๑ ศรัทธา ๑ สัทธรรม ๑ บริขาร ๑ บุคคล ๑ จริง ๑ ภูมิ ๑ ออกไป ๑ ถือเอา ๑ สมาทาน ๑ ทำ ๑ ให้ ๑ รับ ๑ บริโภค ๑ กลางคืน ๑ อรุณ ๑ ตัด ๑ ปกปิด ๑ ทรงไว้ ๑ อุโบสถ ๑ ปวารณา ๑ กรรม ๑ กรรมอื่นอีก ๑ วัตถุ ๑ วัตถุอื่นอีก ๑ โทษ ๑ โทษอื่นอีก ๑ สมบัติสองอย่าง ๑ นานาสังวาสก์ ๑ สมานสังวาสก์ ปาราชิก ๑ สังฆาทิเสส ๑ ถุลลัจจัย ๑ ปาจิตตีย์ ๑ ปาฏิเทสนียะ ๑ ทุกกฏ ๑ ทุพภาสิต ๑ อาบัติเจ็ด ๑ กองอาบัติเจ็ด ๑ สงฆ์แตกกัน ๑ อุปสมบท ๑ อุปสมบทอีกสอง ๑ ไม่อาศัยอยู่ ๑ ไม่ให้ ๑ อภัพบุคคล ๑ ภัพบุคคล ๑ แกล้ง ๑ มีโทษ ๑ คัดค้าน ๑ ขับออกจากหมู่ ๑ เรียกเข้าหมู่ ๑ ปฏิญญา ๑ รับ ๑ ห้าม ๑ ลบล้าง ๑ โจท ๑ กฐิน ๒ อย่าง ๑ จีวร ๑ บาตร ๑ เชิงบาตร ๑ อธิษฐาน ๒ อย่าง ๑ วิกัป ๑ วินัย ๑ อรรถที่สำเร็จในวินัย ๑ ความขัดเกลา ๑ ต้อง ๑ ออก ๑ ปริวาส ๒ อย่าง ๑ มานัต ๒ อย่าง ๑ รัตติเฉท ๑ ไม่เอื้อเฟื้อ ๑ เกลือ ๒ ชนิด ๑ เกลืออื่นอีก ๓ ชนิด ๑ บริโภค ๑ ด่า ๑ ส่อเสียด ๑ ฉันหมู่ ๑ วันจำพรรษา ๑ งดปาติโมกข์ ๑ ภาระ ๑ สมควร ๑ อนาบัติ ๑ อธรรม ๑ วินัย ๑ อาสวะ ๑. หัวข้อประจำหมวด จบ -----------------------------------------------------
สญฺญา ลทฺธา จ สทฺธมฺมา ปริกฺขารา จ ปุคฺคลา สจฺจํ ภูมิ นิกฺขมนฺโต อาทิยนฺโต สมาทิยํ กโรนฺโต เทนฺโต คณฺหนฺโต ปริโภเคน รตฺติ จ อรุณา ฉินฺทํ ฉาเทนฺโต ธาเรนฺโต จ อุโปสถา ปวารณา กมฺมาปรา วตฺถุ อปรา โทสา จ อปรา เทฺว จ สมฺปตฺติ นานา สมานเมว จ ปาราชิ สงฺฆา ถุลฺลจฺจํ ปาจิตฺติ ปาฏิเทสนี ทุกฺกฏา ภาสิตญฺเจว สตฺต อาปตฺติขนฺธกา ภิชฺชติ อุปสมฺปทา ตเถว อปเร ทุเว น วตฺถพฺพํ น ทาตพฺพํ อภพฺพาภพฺพเมว จ สญฺจิจฺจ สาติสารา จ ปฏิกฺโกสา นิสารณา โอสารณา ปฏิญฺญา จ ปฏิคฺคหา ปฏิกฺขิปา อุปฆาติ โจทนา จ กฐินา จ ทุเว ตถา จีวรา ปตฺตมณฺฑลา อธิฏฺฐานา ตถา ทุเว วิกปฺปนา จ วินยา เวนยิกา สเลกฺขกา อาปชฺชติ จ วุฏฺฐาติ ปริวาสาปเร ทุเว เทฺว มานตฺตา อปเร จ รตฺติจฺเฉโท อนาทริ เทฺว โลณา ตโย อปเร ปริโภคา อกฺโกสนา เปสุญฺญํ จ คณา วสฺสํ ฐปนา ภารกปฺปิยา อนาปตฺติ อธมฺเม จ วินเย อาสเว ตถาติ ฯ