This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก

ว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น

Text only · no interpretationข้อ ๑๐๐๐–๑๐๐๓พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร4 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร หมวด ๑๐ ว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น

๑๐๐๐

อาฆาตวัตถุมี ๑๐. อุบายกำจัดอาฆาตวัตถุมี ๑๐. วินีตวัตถุมี ๑๐. มิจฉา- *ทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐. สัมมาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐. อันตคาหิกทิฏฐิมี ๑๐. มิจฉัตตะมี ๑๐. สัมมัตตะมี ๑๐. อกุศลกรรมบถมี ๑๐. กุศลกรรมบถมี ๑๐. จับสลากไม่เป็นธรรมมี ๑๐. จับสลากเป็นธรรมมี ๑๐. สามเณรมีสิกขาบท ๑๐. สามเณรประกอบด้วยองค์ ๑๐ พึงให้สึกเสีย. ว่าด้วยองค์ของพระวินัยธร

ทส อาฆาตวตฺถูนิ ฯ ทส อาฆาตปฏิวินยา ฯ ทส วินีตวตฺถูนิ ฯ ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ ฯ ทสวตฺถุกา สมฺมาทิฏฺฐิ ฯ ทส อนฺตคฺคาหิกา ทิฏฺฐิ ฯ ทส มิจฺฉตฺตา ฯ ทส สมฺมตฺตา ฯ ทส อกุสลกมฺมปถา ฯ ทส กุสลกมฺมปถา ฯ ทส อธมฺมิกา สลากคาหา ฯ ทส อธมฺมิกา สลากคาหา ฯ สามเณรานํ ทส สิกฺขาปทานิ ฯ ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สามเณโร นาเสตพฺโพ ฯ

๑๐๐๑

พระวินัยธรประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้เขลา คือ ไม่กำหนดที่สุด ถ้อยคำของตน ๑ ไม่กำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่น ๑ ไม่กำหนดที่สุดถ้อยคำของตนและไม่ กำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่นแล้วปรับอาบัติ ๑ ปรับอาบัติโดยไม่เป็นธรรม ๑ ปรับอาบัติไม่ตาม ปฏิญญา ๑ ไม่รู้อาบัติ ๑ ไม่รู้มูลของอาบัติ ๑ ไม่รู้เหตุเกิดของอาบัติ ๑ ไม่รู้ความดับของอาบัติ ๑ ไม่รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งอาบัติ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ กำหนดที่สุดถ้อยคำของตน ๑ กำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่น ๑ กำหนดที่สุดถ้อยคำของตนและกำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่น แล้วปรับอาบัติ ๑ ปรับอาบัติตามธรรม ๑ ปรับอาบัติตามปฏิญญา ๑ รู้อาบัติ ๑ รู้มูลของอาบัติ ๑ รู้เหตุเกิดของอาบัติ ๑ รู้ความดับของอาบัติ ๑ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งอาบัติ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๑๐ นับว่า เป็นผู้เขลา คือ ไม่รู้อธิกรณ์ ๑ ไม่รู้มูลของอธิกรณ์ ๑ ไม่รู้เหตุเกิดของอธิกรณ์ ๑ ไม่รู้ความดับของอธิกรณ์ ๑ ไม่รู้ข้อปฏิบัติให้ ถึงความดับแห่งอธิกรณ์ ๑ ไม่รู้วัตถุ ๑ ไม่รู้เหตุเป็นเค้ามูล ๑ ไม่รู้บัญญัติ ๑ ไม่รู้อนุบัญญัติ ๑ ไม่รู้ทางแห่งถ้อยคำอันเข้าอนุสนธิกันได้ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ รู้อธิกรณ์ ๑ รู้มูลของ อธิกรณ์ ๑ รู้เหตุเกิดของอธิกรณ์ ๑ รู้ความดับของอธิกรณ์ ๑ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่ง อธิกรณ์ ๑ รู้วัตถุ ๑ รู้เหตุเป็นเค้ามูล ๑ รู้บัญญัติ ๑ รู้อนุบัญญัติ ๑ รู้ทางแห่งถ้อยคำอันเข้า อนุสนธิกันได้ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๑๐ นับว่าเป็นผู้เขลา คือ ไม่รู้ญัตติ ๑ ไม่รู้ การตั้งญัตติ ๑ ไม่ฉลาดในเบื้องต้น ๑ ไม่ฉลาดในเบื้องปลาย ๑ ไม่รู้กาล ๑ ไม่รู้อาบัติและ มิใช่อาบัติ ๑ ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๑ ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ ไม่ยึดถือ ไม่ใส่ใจ ไม่ใคร่ครวญถ้อยคำที่สืบต่อจาก อาจารย์ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ รู้ญัตติ ๑ รู้การตั้งญัตติ ๑ ฉลาดในเบื้องต้น ๑ ฉลาดในเบื้องปลาย ๑ รู้กาล ๑ รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ ๑ รู้อาบัติเบาและ อาบัติหนัก ๑ รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ ชั่วหยาบ ๑ เป็นผู้ยึดถือ ใส่ใจใคร่ครวญถ้อยคำที่สืบต่อจากอาจารย์ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๑๐ นับว่าเป็นผู้เขลา คือ ไม่รู้อาบัติและมิใช่ อาบัติ ๑ ไม่ผู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๑ ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ ไม่รู้ อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ จำปาติโมกข์ทั้งสองไม่ได้โดยพิสดาร จำแนกไม่ดี สวด ไม่คล่องแคล่ว วินิจฉัยไม่ถูกต้อง โดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ ๑ ไม่รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ ๑ ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๑ ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ ไม่รู้อาบัติ ชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ ไม่ฉลาดในการวินิจฉัยอธิกรณ์ ๑. พระวินัยธรประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ ๑ รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๑ รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ รู้อาบัติชั่วหยาบ และอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ จำปาติโมกข์ทั้งสองได้ โดยพิสดาร จำแนกดี สวดคล่องแคล่ว วินิจฉัยถูกต้อง โดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ ๑ รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ ๑ รู้อาบัติเบาและอาบัติ หนัก ๑ รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ ฉลาดในการวินิจฉัยอธิกรณ์ ๑. ว่าด้วยอุพพาหิกาเป็นต้น

ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร พาโลเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อตฺตโน ภาสปริยนฺตํ น อุคฺคณฺหาติ ปรสฺส ภาสปริยนฺตํ น อุคฺคณฺหาติ อตฺตโน ภาสปริยนฺตํ อนุคฺคเหตฺวา ปรสฺส ภาสปริยนฺตํ อนุคฺคเหตฺวา อธมฺเมน กาเรติ อปฺปฏิญฺญาย อาปตฺตึ น ชานาติ อาปตฺติยา มูลํ น ชานาติ อาปตฺติสมุทยํ น ชานาติ อาปตฺตินิโรธํ น ชานาติ อาปตฺตินิโรธคามินึ ปฏิปทํ น ชานาติ ฯ {๑๐๐๑.๑} ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร ปณฺฑิโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อตฺตโน ภาสปริยนฺตํ อุคฺคณฺหาติ ปรสฺส ภาสปริยนฺตํ อุคฺคณฺหาติ อตฺตโน ภาสปริยนฺตํ อุคฺคเหตฺวา ปรสฺส ภาสปริยนฺตํ อุคฺคเหตฺวา ธมฺเมน กาเรติ ปฏิญฺญาย อาปตฺตึ ชานาติ อาปตฺติยา มูลํ ชานาติ อาปตฺติสมุทยํ ชานาติ อาปตฺตินิโรธํ ชานาติ อาปตฺตินิโรธคามินึ ปฏิปทํ ชานาติ ฯ {๑๐๐๑.๒} อปเรหิปิ ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร พาโลเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อธิกรณํ น ชานาติ อธิกรณสฺส มูลํ น ชานาติ อธิกรณสมุทยํ น ชานาติ อธิกรณนิโรธํ น ชานาติ อธิกรณนิโรธคามินึ ปฏิปทํ น ชานาติ วตฺถุํ น ชานาติ นิทานํ น ชานาติ ปญฺญตฺตึ น ชานาติ อนุปฺปญฺญตฺตึ น ชานาติ อนุสนฺธิวจนปถํ น ชานาติ ฯ ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร ปณฺฑิโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อธิกรณํ ชานาติ อธิกรณสฺส มูลํ ชานาติ อธิกรณสมุทยํ ชานาติ อธิกรณนิโรธํ ชานาติ อธิกรณนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ชานาติ วตฺถุํ ชานาติ นิทานํ ชานาติ ปญฺญตฺตึ ชานาติ อนุปฺปญฺญตฺตึ ชานาติ อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ ฯ {๑๐๐๑.๓} อปเรหิปิ ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร พาโลเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ญตฺตึ น ชานาติ ญตฺติยา กรณํ น ชานาติ น ปุพฺพกุสโล โหติ น อปรกุสโล โหติ อกาลญฺญู จ โหติ อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ อาจริยปรมฺปรา โข ปนสฺส น สุคฺคหิตา โหติ น สุมนสิกตา น สูปธาริตา ฯ {๑๐๐๑.๔} ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร ปณฺฑิโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ญตฺตึ ชานาติ ญตฺติยา กรณํ ชานาติ ปุพฺพกุสโล โหติ อปรกุสโล โหติ กาลญฺญู จ โหติ อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ อาจริยปรมฺปรา โข ปนสฺส สุคฺคหิตา โหติ สุมนสิกตา สูปธาริตา ฯ {๑๐๐๑.๕} อปเรหิปิ ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร พาโลเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน น สฺวาคตานิ โหนฺติ น สุวิภตฺตานิ น สุปฺปวตฺตีนิ น สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส อนุพฺยญฺชนโส อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ อธิกรเณ จ น วินิจฺฉยกุสโล โหติ ฯ {๑๐๐๑.๖} ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต วินยธโร ปณฺฑิโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน สฺวาคตานิ โหนฺติ สุวิภตฺตานิ สุปฺปวตฺตีนิ สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส อนุพฺยญฺชนโส อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ อธิกรเณ จ วินิจฺฉยกุสโล โหติ ฯ

๑๐๐๒

ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๑๐ สงฆ์พึงสมมติด้วยอุพพาหิกา. พระตถาคตทรง บัญญัติสิกขาบทแก่พระสาวกทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐. การเข้าไปสู่ภายใน พระราชฐานมีโทษ ๑๐. ทานวัตถุมี ๑๐. รัตนะมี ๑๐. ภิกษุสงฆ์มีวรรค ๑๐. คณะสงฆ์มีวรรค ๑๐ พึงให้อุปสมบท. ผ้าบังสุกุลมี ๑๐. จีวรสำหรับใช้สอยมี ๑๐. ทรงอติเรกจีวรมี ๑๐ วัน เป็นอย่างยิ่ง. น้ำสุกกะมี ๑๐ สตรีมี ๑๐. ภรรยามี ๑๐. ภิกษุในพระนครเวสาลีแสดงวัตถุ ๑๐. บุคคลไม่ควรไหว้มี ๑๐. เรื่องสำหรับด่ามี ๑๐. กล่าวคำส่อเสียดด้วยอาการ ๑๐. เสนาสนะมี ๑๐. ขอพร ๑๐. งดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมมี ๑๐. งดปาติโมกข์เป็นธรรมมี ๑๐. ยาคูมีอานิสงส์ ๑๐. อกัปปิยะมังสะมี ๑๐. สิกขาบทว่าด้วยอย่างยิ่งมี ๑๐. ภิกษุมีพรรษา ๑๐ ฉลาด สามารถ ควรให้บรรพชา อุปสมบท ควรให้นิสัย ควรให้สามเณรอุปัฏฐาก. ภิกษุณีมีพรรษา ๑๐ ฉลาด สามารถ ควรให้บรรพชาอุปสมบท ควรให้นิสัย ควรให้สามเณรีอุปัฏฐาก. ภิกษุณีมีพรรษา ๑๐ ฉลาด สามารถ พึงยินดีการสมมติให้บวช. ภิกษุณีมีพรรษา ๑๐ ควรให้สิกขาแก่สตรี คฤหัสถ์. หมวด ๑๐ จบ ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำหมวด

ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อุพฺพาหิกาย สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ฯ ทส อาทีนวา ราชนฺเตปุรปฺปเวสเน ฯ ทส ทานวตฺถูนิ ฯ ทส รตนานิ ฯ ทสวคฺโค ภิกฺขุสงฺโฆ ฯ ทสวคฺเคน คเณน อุปสมฺปาเทตพฺพํ ฯ ทส ปํสุกูลานิ ฯ ทส จีวรธารณานิ ฯ ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ ฯ ทส สุกฺกานิ ฯ ทส อิตฺถิโย ฯ ทส ภริยาโย ฯ เวสาลิยํ ทส วตฺถูนิ ทีเปนฺติ ฯ ทส ปุคฺคลา อวนฺทิยา ฯ ทส อกฺโกสวตฺถูนิ ฯ ทสหากาเรหิ เปสุญฺญํ อุปสํหรติ ฯ ทส เสนาสนานิ ฯ ทส วรานิ ยาจึสุ ฯ ทส อธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานิ ฯ ทส ธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานิ ฯ ทสานิสํสา ยาคุยา ฯ ทส มํสา อกปฺปิยา ฯ ทส ปรมานิ ฯ ทสวสฺเสน ภิกฺขุนา พฺยตฺเตน ปฏิพเลน ปพฺพาเชตพฺพํ อุปสมฺปาเทตพฺพํ นิสฺสโย ทาตพฺโพ สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ ฯ ทสวสฺสาย ภิกฺขุนิยา พฺยตฺตาย ปฏิพลาย ปพฺพาเชตพฺพํ อุปสมฺปาเทตพฺพํ นิสฺสโย ทาตพฺโพ สามเณรี อุปฏฺฐาเปตพฺพา ฯ ทสวสฺสาย ภิกฺขุนิยา พฺยตฺตาย ปฏิพลาย วุฏฺฐาปนสมฺมติ สาทิตพฺพา ฯ ทสวสฺสาย คิหิคตาย สิกฺขา ทาตพฺพาติ ฯ ทสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ

๑๐๐๓

อาฆาตวัตถุ ๑ อุบายกำจัด ๑ วินีตวัตถุ ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑ สัมมาทิฏฐิ ๑ อันตคาหิกทิฏฐิ ๑ มิจฉัตตะ ๑ สัมมัตตะ ๑ อกุศลกรรมบถ ๑ กุศลธรรมบถ ๑ จับสลากเป็น ธรรม ๑ จับสลากไม่เป็นธรรม ๑ สามเณร ๑ นาสนะ ๑ ถ้อยคำ ๑ อธิกรณ์ ๑ ญัตติ ๑ อาบัติเบา ๑ อาบัติเบาอีก ๑ อาบัติหนัก ๑ จงรู้ฝ่ายดำ ฝ่ายขาว เหล่านี้ไว้ อุพพาหิกา ๑ สิกขาบท ๑ ภายในพระราชฐาน ๑ ทานวัตถุ ๑ รัตนะ ๑ คณะสงฆ์ทสวรรค ๑ คณะสงฆ์ทส- *วรรคให้อุปสมบท ๑ ผ้าบังสุกุล ๑ จีวรสำหรับใช้สอย ๑ สิบวัน ๑ น้ำสุกกะ ๑ สตรี ๑ ภรรยา ๑ วัตถุสิบ ๑ คนไม่ควรไหว้ ๑ เรื่องสำหรับด่า ๑ คำส่อเสียด ๑ เสนาสนะ ๑ พร ๑ งดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม ๑ งดปาติโมกข์เป็นธรรม ๑ ยาคู ๑ มังสะ ๑ อย่างยิ่ง ๑ ภิกษุ ๑ ภิกษุณี ๑ ให้บวช ๑ สตรีคฤหัสถ์ ๑ หมวดสิบ พระผู้มีพระภาค ทรงประกาศไว้ดีแล้วแล. หัวข้อประจำหมวด ๑๐ จบ -----------------------------------------------------

อาฆาตวินยา วตฺถุ มิจฺฉา สมฺมา จ อนฺตคา มิจฺฉตฺตา เจว สมฺมตฺตา อกุสลา กุสลาปิ จ สลากาธมฺมธมฺมา จ สามเณรา จ นาสนา ภาสาธิกรณญฺเจว ญตฺติ ลหุกเมว จ ลหุกา ครุกา เอเต กณฺหสุกฺกา วิชานถ อุพฺพาหิกา จ สิกฺขา จ อนฺเตปุรา จ วตฺถูนิ รตนํ ทสวคฺโค จ ตเถว อุปสมฺปทา ปํสุกูลธารณา จ ทสาหสุกฺกอิตฺถิโย ภริยา ทส วตฺถูนิ อวนฺทิยกฺโกเสน จ เปสุญฺญญฺเจว เสนา จ วรานิ จ อธมฺมิกา ธมฺมิกา ยาคุ มํสา จ ปรมา ภิกฺขุ ภิกฺขุนี วุฏฺฐาปนา คิหิคตา ทสกา สุปฺปกาสิตาติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย