ภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณี
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ ภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณี
สมัยนั้น ภิกษุฉัพพัคคีย์เปิดกายอวดภิกษุณี เปิดขาอ่อนอวด ภิกษุณี เปิดองค์กำเนิดอวดภิกษุณี พูดเกี้ยวภิกษุณี ชักจูงบุรุษให้สมสู่กับภิกษุณี ด้วยหวังว่า แม้ไฉน ภิกษุณีพึงรักใคร่ในพวกเรา ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเปิดกายอวดภิกษุณี ไม่พึงเปิดขาอ่อนอวดภิกษุณี ไม่พึงเปิดองค์กำเนิดอวดภิกษุณี ไม่พึงพูดเกี้ยว ภิกษุณี ไม่พึงชักจูงบุรุษให้สมสู่กับภิกษุณี รูปใดชักจูง ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาตให้ลงทัณฑกรรมแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พวกเราพึง ลงทัณฑกรรมอย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์ พึงทำภิกษุนั้นให้เป็นผู้ไม่ควรไหว้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กายํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ อูรุํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ ภิกฺขุนิโย โอภาเสนฺติ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชนฺติ อปฺเปวนาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กาโย วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสตพฺโพ น อูรุ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสตพฺพา น องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสตพฺพํ น ภิกฺขุนิโย โอภาสิตพฺพา น ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชตพฺพํ โย สมฺปโยเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺส ภิกฺขุโน ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กินฺนุ โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อวนฺทิโย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน กาตพฺโพติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุ ด้วยหวังว่า แม้ไฉน ภิกษุพึงรักใคร่ในพวกเรา ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี- *พระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้น้ำโคลนรดภิกษุ รูปใด รด ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาตให้ลงทัณฑกรรมแก่ภิกษุณีนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พวกเรา พึงลงทัณฑกรรมอย่างไร แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำการห้ามปราม เมื่อภิกษุห้ามปรามแล้ว ภิกษุณีทั้งหลายไม่เชื่อฟัง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้งดโอวาท ฯ ภิกษุณีแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขู กทฺทโมทเกน โอสิญฺจนฺติ อปฺเปวนาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ภิกฺขู กทฺทโมทเกน โอสิญฺจิตพฺพา ยา โอสิญฺเจยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺสา ภิกฺขุนิยา ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กินฺนุ โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาวรณํ กาตุนฺติ ฯ อาวรเณ กเต น อาทิยนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอวาทํ ฐเปตุนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุณีฉัพพัคคีย์เปิดกายอวดภิกษุ เปิดถันอวด ภิกษุ เปิดขาอ่อนอวดภิกษุ เปิดองค์กำเนิดอวดภิกษุ พูดเกี้ยวภิกษุ ชักจูงสตรี ให้สมสู่กับภิกษุด้วยหวังว่า แม้ไฉนภิกษุพึงรักใคร่ในพวกเรา ... ภิกษุเหล่านั้น กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึง เปิดกายอวดภิกษุ ไม่พึงเปิดถันอวดภิกษุ ไม่พึงเปิดขาอ่อนอวดภิกษุ ไม่พึงเปิด องค์กำเนิดอวดภิกษุ ไม่พึงพูดเกี้ยวภิกษุ ไม่พึงชักจูงสตรีให้สมสู่กับภิกษุ รูปใด ชักจูง ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาตให้ลงทัณฑกรรมแก่ภิกษุณีนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พวกเรา พึงลงทัณฑกรรมอย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มี พระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำการห้ามปราม เมื่อภิกษุ ทำการห้ามปรามแล้วภิกษุณีทั้งหลายไม่เชื่อฟัง ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้งดโอวาท ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย กายํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ ถนํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ อูรุํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ ภิกฺขู โอภาเสนฺติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมฺปโยเชนฺติ อปฺเปวนาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯเปฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา กาโย วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺโพ น ถนํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺพํ น อูรุ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺพา น องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺพํ น ภิกฺขู โอภาสิตพฺพา น ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมฺปโยเชตพฺพํ ยา สมฺปโยเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺสา ภิกฺขุนิยา ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กินฺนุ โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาวรณํ กาตุนฺติ ฯ อาวรเณ กเต น อาทิยนฺติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอวาทํ ฐเปตุนฺติ ฯ
ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า การทำอุโบสถร่วมกับภิกษุณีที่ถูก งดโอวาทแล้ว ควรหรือไม่ควรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงทำอุโบสถร่วมกับภิกษุณีที่ถูกงดโอวาทแล้ว จนกว่าอธิกรณ์นั้นจะระงับ ฯ
อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กปฺปติ นุ โข โอวาทฏฺฐปิตาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ อุโปสถํ กาตุํ น นุ โข กปฺปตีติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว โอวาทฏฺฐปิตาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ อุโปสโถ กาตพฺโพ ยาว น ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมตีติ ฯ