This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรคข้อ ๒๕๙about 4 min read · 1,428 charactersText only · no interpretation

Contents of this part

๑. ฉันทสูตร ที่ ๑ ๒. ราคสูตร ที่ ๑ ๓. ฉันทราคสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๕๗๔. ฉันทสูตร ที่ ๒ ๕. ราคสูตร ที่ ๒ ๖. ฉันทราคสูตร ที่ ๒ข้อ ๒๕๘๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๕๙๑๐. ฉันทสูตร ที่ ๔ ๑๑. ราคสูตร ที่ ๔ ๑๒. ฉันทราคสูตร ที่ ๔ข้อ ๒๖๐๑๓. ฉันทสูตร ที่ ๕ ๑๔. ราคสูตร ที่ ๕ ๑๕. ฉันทราคสูตร ที่ ๕ข้อ ๒๖๑๑๖. ฉันทสูตร ที่ ๖ ๑๗. ราคสูตร ที่ ๖ ๑๘. ฉันทราคสูตร ที่ ๖ข้อ ๒๖๒๑๙. อตีตสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๖๓๒๐. อนาคตสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๖๔๒๑. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๖๕๒๒. อตีตสูตร ที่ ๒ ๒๓. อนาคตสูตร ที่ ๒ ๒๔. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๒ข้อ ๒๖๖๒๕. อตีตสูตร ที่ ๓ ๒๖. อนาคตสูตร ที่ ๓ ๒๗. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๖๗๒๘. อตีตสูตร ที่ ๔ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๔ ๓๐. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๔ข้อ ๒๖๘๓๑. อตีตสูตร ที่ ๕ ๓๒. อนาคตสูตร ที่ ๕ ๓๓. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๕ข้อ ๒๖๙๓๔. อตีตสูตร ที่ ๖ ๓๕. อนาคตสูตร ที่ ๖ ๓๖. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๖ข้อ ๒๗๐๓๗. อนิจจสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๗๑๓๘. อนิจจสูตร ที่ ๒ข้อ ๒๗๒๓๙. อนิจจสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๗๓๔๐. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๔๑. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๔๒. ทุกขสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๗๔๔๓. อนัตตสูตร ที่ ๑ ๔๔. อนัตตสูตร ที่ ๒ ๔๕. อนัตตสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๗๕๔๖. อนิจจสูตร ที่ ๔ ๔๗. อนิจจสูตร ที่ ๕ ๔๘. อนิจจสูตร ที่ ๖ข้อ ๒๗๖๔๙. ทุกขสูตร ที่ ๔ ๕๐. ทุกขสูตร ที่ ๕ ๕๑. ทุกขสูตร ที่ ๖ข้อ ๒๗๗๕๒. อนัตตสูตร ที่ ๔ ๕๓. อนัตตสูตร ที่ ๕ ๕๔. อนัตตสูตร ที่ ๖ข้อ ๒๗๘๕๕. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๗๙๕๖. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๒ข้อ ๒๘๐๕๗. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๘๑๕๘. พาหิรายตนสูตร ที่ ๑ข้อ ๒๘๒๕๙. พาหิรายตนสูตร ที่ ๒ข้อ ๒๘๓๖๐. พาหิรายตนสูตร ที่ ๓ข้อ ๒๘๔

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ฉันทสูตรที่ ๓

259

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความ พอใจในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย จักษุเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในจักษุนั้นเสีย หูเป็น อนัตตา ... จมูกเป็นอนัตตา ... ลิ้นเป็นอนัตตา ... กายเป็นอนัตตา ... ใจเป็น อนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใด เป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๗ ราคสูตรที่ ๓ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ใน สิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุ เป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในจักษุนั้นเสีย หูเป็นอนัตตา ... จมูกเป็นอนัตตา ... ลิ้นเป็นอนัตตา ... กายเป็นอนัตตา ... ใจเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๘ ฉันทราคสูตรที่ ๓ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและ ความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นอนัตตา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย จักษุเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในจักษุนั้น เสีย หูเป็นอนัตตา ... จมูกเป็นอนัตตา ... ลิ้นเป็นอนัตตา ... กายเป็นอนัตตา ... ใจเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย สิ่งใดเป็นอนัตตา เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่ง นั้นเสีย ฯ จบสูตรที่ ๙

๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓