This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๔. มาตุคามสูตร
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรคข้อ ๔๖๗about 2 min read · 526 charactersText only · no interpretation
Contents of this part
๑. อมนาปสูตรข้อ ๔๕๘–๔๕๙๒. มนาปสูตรข้อ ๔๖๐–๔๖๑๓. อาเวณิกสูตรข้อ ๔๖๒–๔๖๖๔. มาตุคามสูตรข้อ ๔๖๗๕. อนุรุทธสูตรข้อ ๔๖๘–๔๖๙๖. อุปนาหีสูตรข้อ ๔๗๐๗. อิสสุกีสูตรข้อ ๔๗๑๘. มัจฉรีสูตรข้อ ๔๗๒๙. อติจารีสูตรข้อ ๔๗๓๑๐. ทุสสีลสูตรข้อ ๔๗๔๑๑. อัปปัสสุตสูตรข้อ ๔๗๕๑๒. กุสีตสูตรข้อ ๔๗๖๑๓. มุฏฐัสสติสูตรข้อ ๔๗๗๑๔. ปัญจเวรสูตรข้อ ๔๗๘
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสูตร
467
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ โดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ มาตุคามในโลกนี้ เวลาเช้ามีใจอันมลทิน คือความตระหนี่ กลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน เวลาเที่ยงมีใจอันความริษยากลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน เวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล โดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ จบสูตรที่ ๔