มัคคกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ มัคคกถา
สกวาที มรรคมีองค์ ๕ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิไว้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสมรรคมีองค์ ๘ คือสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิไว้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า มรรคมีองค์ ๕ ส. มรรคมีองค์ ๕ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บรรดาทาง ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐที่สุด บรรดาสัจจะ สัจจะ ๔ ประเสริฐที่สุด บรรดาธรรม วิราคธรรม ประเสริฐที่สุด บรรดาทวิบท พระตถาคตผู้มีจักษุ ประเสริฐที่สุด ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น มรรคก็มีองค์ ๘ น่ะสิ
ส. สัมมาวาจาเป็นองค์แห่งมรรค แต่สัมมาวาจานั้นไม่เป็นมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมาทิฏฐิเป็นองค์แห่งมรรค แต่สัมมาทิฏฐินั้นไม่เป็นมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัมมาวาจาเป็นองค์แห่งมรรค แต่สัมมาวาจานั้นไม่เป็นมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นองค์แห่งมรรค แต่สัมมาสมาธินั้นไม่เป็นมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะ เป็นองค์แห่งมรรค แต่สัมมาอาชีวะ นั้น ไม่เป็นมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิเป็นองค์แห่งมรรค แต่สัมมาสมาธินั้นไม่ เป็นมรรค หรือ? @ ขุ. ธ. ข้อ ๓๐ หน้า ๕๑ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัมมาทิฏฐิเป็นองค์แห่งมรรค และสัมมาทิฏฐินั้นเป็นมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมาวาจาเป็นองค์แห่งมรรค และสัมมาวาจานั้นเป็นมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัมมาทิฏฐิเป็นองค์แห่งมรรค และสัมมาทิฏฐินั้นเป็นมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะเป็นองค์แห่งมรรค และสัมมาอาชีวะ นั้นเป็นมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัมมาสังกัปปะ ฯลฯ สัมมาวายามะ ฯลฯ สัมมาสติ ฯลฯ สัมมาสมาธิ- เป็นองค์แห่งมรรค และสัมมาสมาธินั้นเป็นมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมาวาจา ฯลฯ สัมมากัมมันตะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะเป็นองค์แห่งมรรค และสัมมาอาชีวะนั้นเป็นมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. อริยมรรคมีองค์ ๘ หรือ ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ก็กายกรรม วจีกรรม อาชีวะของบุคคล นั้น เป็นอาการบริสุทธิ์ ในกาลก่อนเทียวแล อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ ย่อมถึงความบริบูรณ์ด้วยภาวนา แก่บุคคลนั้น ด้วยประการฉะนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? @ ที. ม. ข้อ ๑๓๘ หน้า ๑๗๕ ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น มรรคก็มีองค์ ๕ น่ะสิ
ส. มรรคมีองค์ ๕ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรสุภัททะ อริยมรรคมีองค์ ๘ หาไม่ได้ ในธรรมวินัยใดแล แม้สมณะก็หามิได้ในธรรมวินัยนั้น แม้สมณะ ที่ ๒ ก็หาไม่ได้ในธรรมวินัยนั้น แม้สมณะที่ ๓ ก็หาไม่ได้ใน ธรรมวินัยนั้น แม้สมณะที่ ๔ ก็หาไม่ได้ในธรรมวินัยนั้น ก็อริยมรรค มีองค์ ๘ หาได้ในธรรมวินัยใดแล แม้สมณะก็หาได้ในธรรมวินัย นั้น แม้สมณะที่ ๒ ฯลฯ แม้สมณะที่ ๓ ฯลฯ แม้สมณะที่ ๔ ก็ หาได้ในธรรมวินัยนั้น ดูกรสุภัททะอริยมรรคมีองค์ ๘ ย่อมหาได้ ในธรรมวินัยนี้แล สมณะย่อมหาได้ในธรรมวินัยนี้แล สมณะ ที่ ๒ สมณะที่ ๓ สมณะที่ ๔ ย่อมหาได้ในธรรมวินัยนี้ ปรัปวาท โดยเจ้าลัทธิอื่นๆ ว่างจากสมณะทั้งหลาย ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น มรรคก็มีองค์ ๘ น่ะสิ มัคคกถา จบ -----------------------------------------------------
Editions used and their licences
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง
th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24
ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย