เมื่อลูกหนี้ประสงค์จะทำความตกลงในเรื่องหนี้สินโดยวิธีขอชำระหนี้ แต่เพียงบางส่วนหรือโดยวิธีอื่น ให้ทำคำขอประนอมหนี้ เป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินตามมาตรา ๓๐หรือภายใน เวลาตามที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดให้ คำขอประนอมหนี้ต้องแสดงข้อความแห่งการประนอมหนี้ หรือวิธีจัดกิจการหรือ ทรัพย์สินและรายละเอียดแห่งหลักประกัน หรือผู้ค้ำประกัน ถ้ามี และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ลำดับการชำระหนี้ตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) จำนวนเงินที่ขอประนอมหนี้

(๓) แนวทางและวิธีการในการปฏิบัติตามคำขอประนอมหนี้

(๔) กำหนดเวลาชำระหนี้

(๕) การจัดการกับทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ถ้ามี

(๖) ผู้ค้ำประกัน ถ้ามี ถ้าคำขอประนอมหนี้มีรายการไม่ครบถ้วนชัดเจนตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้ลูกหนี้แก้ไขให้ครบถ้วนชัดเจน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาลงมติพิเศษว่าจะยอมรับ คำขอประนอมหนี้นั้นหรือไม่

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2483 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:4db811fa914a · 2026-08-24

พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา ๔๕