คลังกฎหมาย

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก2535115 มาตรา20 หมวดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)ต้นฉบับ PDF · 47 หน้า
ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๙มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็ปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ เป็การสมควรปรับปรุ กฎหมายว่ ด้วยการส่งเสริ และรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. บทเฉพาะกาล4 มาตรา
  2. มาตรา ๑๑๒

    ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตาม มาตรา ๑๒แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการที่ได้แต่งตั้ง ขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ มาตรา ๑๑๐/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๐/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคลพ.ศ. ๒๕๖๐ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  3. มาตรา ๑๑๓

    บรรดากฎกระทรวงข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งซึ่งได้ออก โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติส่งเสริ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ที่ใช้ บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้คงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีการออกกฎกระทรวงข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่ง ตามพระราชบัญญัตินี้

  4. มาตรา ๑๑๔

    ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาและ มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่ งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘เป็นผู้มีสิทธิทำรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัตินี้ได้ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่ารัฐมนตรีจะกำหนดให้ผู้นั้นมาดำเนินการขอ อนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

  5. มาตรา ๑๑๕

    บรรดารายงานเกี่ยวกับการศึกษา และมาตรการป้องกันและแก้ไข ผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการใดตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ที่ได้ยื่นไว้่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ดำเนินการ พิจารณาให้ความเห็นชอบได้ต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่ งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ ทั้งนี้ โดยให้อำนาจ หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการพิจารณาอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม* ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อัตราค่าธรรมเนียม ๑.๒๓ คำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิ ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ยกเลิก) ๒.๒๔ ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงาน ปีละ ๕,๐๐๐ บาท การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ๓. คำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุม ฉบับละ ๔๐ บาท ๔. ใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุม ปีละ ๔,๐๐๐ บาท ๕. คำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้รับจ้างให้บริการ ฉบับละ ๔๐ บาท ๖. ใบอนุญาตเป็นผู้รับจ้างให้บริการ ปีละ ๔,๐๐๐ บาท ๗.๒๕ การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต อัตราค่าธรรมเนียมคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมยกเลิก โดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๑ อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๑ อัตราค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตเพิ่มโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยัไม่มีมาตรการควบคุ และแก้ไข ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างพอเพียงสมควรปรับปรุงใหม่โดย (๑) ส่งเสริมประชาชนและองค์ รเอกชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและรัษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม (๒) จัดระบบการบริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามหลักการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม (๓) กำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถิ่น ให้เกิด การประสานงาน และมีหน้าที่ร่วมกันในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกำหนด แนวทางปฏิบัติในส่วนที่ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง (๔) กำหนดมาตรการควบคุมมลพิษด้วยการจัดให้ีระบบบำบัดอากาศเสีย ระบบบำบัด น้ำเสีย ระบบกำจัดของเสีย และเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับมลพิษ (๕) กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดมลพิ ให้เป็นไปโดย ชัดเจน (๖) กำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมด้านกองทุน และความช่วยเหลือด้านต่าง ๆเพื่อเป็น การจูงใจให้มีการยอมรับที่จะปฏิบัติ หน้าที่ในการรักษาคุณภาพสิ่ งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ *พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕๒๖ มาตรา ๑๑๔ ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ให้แก้ไขคำว่า “กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม” เป็น “กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม”คำว่า “สำนังานนโยบายและแผนสิ่ แวดล้อม”เป็ “สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”คำว่า “รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม”เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม”คำว่า “ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่ งแวดล้อม” เป็น “ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”คำว่า “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี”เป็น “อธิบดี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่”และคำว่า “อธิบดีกรมโยธาธิการ”เป็น “อธิบดีกรม โยธาธิการและผังเมือง” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มี การตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมนั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วน ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ก/หน้า ๖๖/๘ตุลาคม๒๕๔๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆให้สอดคล้องกับอำนาจ หน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็ไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติ และพระราช กฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการเพื่อให้ ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตาม กฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการ หรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของ หน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทน ส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วน ราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติ และพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙/๒๕๕๙เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ๒๗ ข้อ ๒ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทน นิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐๒๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงพ.ศ. ๒๕๔๕มาตรา ๕๔เฉพาะในส่วนที่สันนิษฐานให้ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษ ทางอาญาร่วมกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลโดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือเจตนาประการใด อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช๒๕๕๐มาตรา ๓๙วรรคสองเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๖และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในลัษณะดังกล่าวทำนอง เดียวกัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗มาตรา ๗๔พระราชบัญญัติการประกอบกิจการ โทรคมนาคมพ.ศ. ๒๕๔๔มาตรา ๗๘พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙มาตรา ๒๘/๔และ พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๗๒/๕ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช๒๕๕๐มาตรา ๓๙วรรคสองเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่มี บทบัญญัติในลักษณะเดียวกันมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ๕๙ง/หน้า ๔๖/๘มีนาคม๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๔/ตอนที่ ๑๘ก/หน้า ๑/๑๑กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๑๒๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้ กำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้แก้ไขคำว่า “รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม” ใน พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕เป็น “รายงานการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม”ทุกแห่ง มาตรา ๑๒ ให้ ณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รัษาคุ ภาพสิ่ แวดล้อมแห่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีารแต่ ตั้ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๓ บรรดารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือ กิจการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ได้ยื่นไว้ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้ดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรัษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่ มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้ายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่คณะกรรมการ ผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ให้ความเห็นชอบ หรือถือได้ว่าให้ ความเห็นชอบหรือที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นแล้ว สามารถนำไปใช้เพื่อ เสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีหรือประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้ ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๔ โครงการหรือกิจการที่ได้รับความยิ ยอมจากสำนังานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้อง จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรัษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โครงการหรือกิจการนั้น สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ได้แสดงความยินยอมนำไปปฏิบัติและส่ง ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๕/ตอนที่ ๒๗ก/หน้า ๒๙/๑๙เมษายน๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็ผู้มีิ ทธิทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕เป็นผู้รับ ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ได้ต่อไปจนกว่า ใบอนุญาตจะสิ้นอายุ มาตรา ๑๖ บรรดาคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุ ภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรัษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุ ภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ นี้ ทั้ งนี้ การใดที่ได้ดำเนินการไปตามขั้ นตอนโดยชอบตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕แล้ว ให้ถือว่าดำเนินการ โดยชอบตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๗ บรรดากฎกระทรวงข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งที่ออกตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรัษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕เฉพาะที่เกี่ยวกับการ จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวงหรือประกาศตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือประกาศตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕บัญญัติให้การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้าน คุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพให้เป็นตามที่ กำหนดในประกาศกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นการไม่สอดคล้องกับมาตรา ๕๘และมาตรา ๒๗๘ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่ บัญญัติให้มีการจัดทำกฎหมายที่จำเป็เพื่ อกำหนดให้การ ดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อ ทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยคุ ภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใด ของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผล กระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความ คิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ดำเนินการหรืออนุญาตตามกฎหมายประกอบกับกระบวนการและขั้นตอนการจัดทำการเสนอและ การพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานแล้ว และในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงบทบัญญัติ เกี่ยวกับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม และระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยและเพื่อให้มีมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่ จากทุกภาคส่วน ในการดำรงไว้ซึ่งการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ อย่างสมดุล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นุสรา/ปรับปรุง ๙มีนาคม๒๕๕๙ วริญา/เพิ่มเติม ๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ วิชพงษ์/ตรวจ ๒๐กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ชุติมา/ปรับปรุง ๓สิงหาคม๒๕๖๐ พรวิภา/เพิ่มเติม ๒๓เมษายน๒๕๖๑ ปริญสินีย์/ตรวจ ๒๕เมษายน๒๕๖๑

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A.%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1_2535.pdf47 pp.
checksum ของไฟล์
sha256:61d6f5cb9fc6ec7dad394e9fa806910cf63d6c48279b0a712e2d70d9ac95528fดึงเมื่อ 2026-08-24T07:45:25.653Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535