ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถแล้วหากปรากฏว่า
(๑) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๓วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗
(๒) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่ ด้วยการจราจรทางบก
(๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดฐานขับรถหรือกระทำการใด ๆอัน น่าจะเป็นภัยต่อประชาชน หรือ
(๔) มีผู้กล่าวโทษว่าทำลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง โดยขู่ เข็ญ ดูหมิ่น รังแก หรือรบกวนคนขับรถด้วยกันหรือผู้โดยสาร นายทะเบียนมีอำนาจเรียกใบอนุญาตขับรถมายึดไว้ได้ แต่ห้ามมิให้ยึดเกินหนึ่งปี ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) หรือ (๖/๑) เป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๙(๘) ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายยึด ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) หรือ (๖/๑) ตั้งแต่วันยื่นฟ้องต่อศาลจนถึงเวลาที่มีคำ พิพากษาถึงที่สุด และในระหว่างเวลานั้นห้ามมิให้นายทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว๖๕ ในการยึดใบอนุญาตขับรถให้ผู้ยึดบันทึกการยึดไว้ในใบอนุญาตขับรถด้วย