พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
ปรารภ
พระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๑กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นปีที่ ๒๐ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการ- หมวด ๒ การเสียสัญชาติไทย10 มาตรา
- มาตรา ๑๓
ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าวและอาจถือ สัญชาติของภริยาหรือสามีได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของภริยาหรือสามี ถ้าประสงค์จะสละ สัญชาติไทยให้แสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- มาตรา ๑๔
ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวและได้ สัญชาติของบิดาหรือมารดาด้วยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติ ไทยตามมาตรา ๑๒วรรคสองหรือมาตรา ๑๒/๑(๒) และ(๓) ถ้ายังประสงค์จะถือสัญชาติอื่นอยู่ ต่อไป ให้แสดงความจำนงสละสัญชาติไทยตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เมื่อได้พิจารณาความจำนงดังกล่าวแล้ว เห็นว่ามีหลักฐานเชื่อถือได้ว่าผู้นั้นอาจถือ สัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่นได้จริงก็ให้ัฐมนตรีอนุญาตเว้นแต่ในระหว่ งประเทศไทย มีการรบหรืออยู่ในสถานะสงคราม รัฐมนตรีจะสั่งระงับการสละสัญชาติไทยรายใดก็ได้
- มาตรา ๑๕
นอกจากกรณีตามมาตรา ๑๔ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นหรือผู้ ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทยให้ยื่นคำขอต่อพนัมาตรา ๑๒/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง๒๔ การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้สละสัญชาติไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี
- มาตรา ๑๖
หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้ัญชาติไทยโดยการสมรส อาจถูกถอน สัญชาติไทยได้เมื่อปรากฏว่า (๑) การสมรสนั้นได้เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความเท็จอันเป็น สาระสำคัญ (๒) กระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อ ประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ (๓) กระทำการใด ๆอันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน การถอนสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรี๒๕
- มาตรา ๑๗
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาหรือ มารดาเป็นคนต่างด้าวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได้ เมื่อปรากฏว่า (๑) ไปอยู่ในต่างประเทศที่บิดาหรือมารดามีหรือเคยมีสัญชาติเป็นเวลาติดต่อกันเกิน ห้าปีนับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะ (๒) มีหลักฐานแสดงว่าใช้สัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่นหรือฝักใฝ่อยู่ใน สัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่น (๓) กระทำการใด ๆ อัเป็การกระทบกระเทือนต่อความมั่ คงหรือขัดต่อ ประโยชน์ของรัฐหรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ (๔) กระทำการใด ๆอันเป็การขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน การถอนสัญชาติไทยตาม (๑) หรือ (๒) ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง ส่วนการถอนสัญชาติ ไทยตาม(๓) หรือ (๔) เมื่อพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลเป็นผู้สั่ง
- มาตรา ๑๘
เมื่อมีพฤติการณ์อันเป็นการสมควรเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์ ของรัฐ รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยของผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๗ทวิ วรรคสอง
- มาตรา ๑๙
รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยแก่ผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลง สัญชาติเมื่อปรากฏว่า (๑) การแปลงสัญชาตินั้นได้เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความเท็จอัน เป็นสาระสำคัญ (๒) มีหลักฐานแสดงว่าผู้แปลงสัญชาตินั้นยังใช้สัญชาติเดิม มาตรา ๑๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๖วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) กระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อ ประโยชน์ของรัฐ หรือเป็การเหยียดหยามประเทศชาติ (๔) กระทำการใด ๆอันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน (๕) ไปอยู่ในต่างประเทศโดยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยเป็นเวลาเกินห้าปี (๖) ยังคงมีสัญชาติของประเทศที่ทำสงครามกับประเทศไทย การถอนสัญชาติไทยตามมาตรานี้ จะขยายไปถึงบุตรของผู้ถูกถอนสัญชาติไทยใน เมื่อบุตรนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะและได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒วรรคสองด้วยก็ได้ และเมื่อ รัฐมนตรีสั่งถอนสัญชาติไทยแล้วให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ
- มาตรา ๒๐
(ยกเลิ )
- มาตรา ๒๑
ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็คนต่างด้าวและ อาจถือสัญชาติของบิดาหรือมารดาได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดาถ้าได้รับ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้เสียสัญชาติไทย
- มาตรา ๒๒
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว หรือสละสัญชาติ ไทยหรือถูกถอนสัญชาติไทยย่อมเสียสัญชาติไทย
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
มาตรา ๒๕๓๒ ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ ประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ (๒) ผู้แทนกระทรวงกลาโหมผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศผู้แทนกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงแรงงาน ผู้แทน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินหกคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้และ ประสบการณ์ารทำงานด้านสัญชาติเป็ที่ประจักษ์ เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรมการ ปกครองแต่งตั้งข้าราชการของกรมการปกครองอีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ มาตรา ๒๖๓๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีและ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน มาตรา ๒๗๓๔ คณะกรรมการมีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็ต่อรัฐมนตรีในการ ใช้อำนาจตามมาตรา ๗ทวิ มาตรา ๙มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒มาตรา ๑๒/๑มาตรา ๑๔มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘มาตรา ๑๙และมาตรา ๒๔และการออกกฎกระทรวงตาม พระราชบัญญัตินี้ ในการใช้อำนาจและดำเนินการดังกล่าวให้รัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอแนะและ ความเห็นของคณะกรรมการประกอบด้วย มาตรา ๒๘๓๕ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา ๒๙๓๖ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณา ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ การพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการประชุมของคณะกรรมการและ หมวด ๔คณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ มาตรา ๒๕ถึงมาตรา ๒๙เพิ่มโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๙เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี [เอกสารแนบท้าย] ๑.๓๗ ค่าธรรมเนียม (แก้ไขเพิ่มเติม) (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) ค่าธรรมเนียมแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยสัญชาติได้ ตราออกบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕และได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาใน พ.ศ. ๒๔๙๖พ.ศ. ๒๔๙๙และ พ.ศ. ๒๕๐๓รวมเป็น ๔ฉบับทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ นอกจากนี้ยังมี หลักการบางประการที่ วรแก้ไขเพิ่ เติมให้เหมาะสมรัดกุ ยิ่ ขึ้ จึ เห็สมควรที่ จะปรับปรุง กฎหมายนี้และรวมให้เป็นฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕๓๘ มาตรา ๑๐ บทบัญญัติมาตรา ๗(๑) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย มาตรา ๑๑ บทบัญญัติมาตรา ๗ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้ได้รับสัญชาติไทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ลง วันที่ ๑๓ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๑๕ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแต่ไม่ได้สัญชาติ ไทยตามวรรคหนึ่ง อาจได้สัญชาติไทยได้ตามมาตรา ๗ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้รัฐมนตรีจะสั่งให้ได้สัญชาติไทยเป็นการ ทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะรายก็ได้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรให้บุตรของหญิงไทย สามารถมีสัญชาติไทยได้โดยหลักสายโลหิตด้วยตามหลักการเท่ เทียมกันระหว่างหญิงและชาย และ สมควรกำหนดหลักเกณฑ์การได้สัญชาติไทยของบุตรและหลานตลอดทั้งสายของคนต่างด้าวที่เป็นผู้ อพยพผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายผู้เข้าเมืองเพียงชั่วคราว และผู้ได้ับผ่อนผันให้พัก อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายเสียใหม่ให้เหมาะสมรัดกุม เพราะการยึด หลักการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้ที่โดยมากจะอยู่กินกันโดยไม่จด ทะเบียนสมรส จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๓๕๓๙ มาตรา ๔ ความในมาตรา ๑๔วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับกับบุคคลที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ดำเนินการตาม มาตรา ๑๕แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่๑๓/หน้า๓/๒๕กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๐๙/ตอนที่ ๔๒/หน้า๙๔/๘เมษายน๒๕๓๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติเกี่ยวกับการถือสัญชาติไทยของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และได้สัญชาติอื่นด้วยตามกฎหมาย ว่าด้วยสัญชาติของบิด หรือบุคคลที่ได้สัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติของบิดามารดา โดยให้ บุคคลดังกล่าวต้องแจ้งความจำนงสละสัญชาติไทย ในกรณีที่ประสงค์จะถือสัญชาติอื่นต่อไป จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑๔๐ มาตรา ๒๑ บทบัญญัติวรรคสองของมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ด้วย มาตรา ๒๒ บทบัญญัติวรรคสามของมาตรา ๗ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้ที่เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย มาตรา ๒๓ บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ถูก ถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ข้อ ๑และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ข้อ ๒ รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าว ที่เกิดใน ราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้ัญชาติไทยตามมาตรา ๗ทวิ วรรค หนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริ ในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันโดยมีหลัฐานทางทะเบียน ราษฎรและเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทย ให้ได้สัญชาติ ไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้เป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีคุณสมบัติตาม วรรคหนึ่งยื่นคำขอลงรายการสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎรต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนาย ทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาในปัจจุบัน มาตรา ๒๔ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘และพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ใช้บังคับ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติตาม พระราชบัญญัตินี้ จนกว่ จะมีกฎกระทรวงประกาศระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๒๕/ตอนที่ ๓๙ก/หน้า ๒๔/๒๗กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- http://www.law.moi.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- http://www.law.moi.go.th/pdf/nationality.pdf17 pp.
- checksum ของไฟล์
- sha256:5961cd9b0010972f4b745d21adf569dc01ba0ea059a66045b52e7916aa575853ดึงเมื่อ 2026-08-24T04:58:29.472Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR