คลังกฎหมาย / พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 / หมวด ๑๓ บทเฉพาะกาล

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 · 2535

มาตรา ๓๔๔

ความผิดตามมาตรา ๓๔๓ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๓๑๗มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี - - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การพัฒนาตลาดทุนของ ประเทศที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการพัฒนาตลาดรองซึ่งเป็นตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังขาดการ พัฒนาตลาดแรกอันเป็นตลาดสำหรับหลักทรัพย์ออกใหม่ วบคู่กันไปด้วยทำให้บทบาทที่สำคัญของ ตลาดรองในการเป็นตลาดที่สนับสนุนตลาดแรกไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้จึงต้องเปิด โอกาสให้ารพัฒนาตลาดแรกได้ ว้ งขวางขึ้นและให้มีตราสารประเภทต่างๆได้ากขึ้นเพื่อใช้เป็น เครื่องมือในการระดมทุน นอกจากนี้โดยที่การควบคุมดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับตลาดทุนมีกฎหมายที่ เกี่ยวข้องหลายฉบับและอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานทำให้การกำกับและพัฒนา ตลาดทุนขาดความเป็นเอกภาพ ทั้งยังขาดมาตรการที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สมควรมีกฎหมายและหน่วยงานที่เป็นศูนย์รวมในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๔๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยง ชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจการจัดการลงทุน ประเภทหนึ่งซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วน บุคคล ดังนั้น เพื่อให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นไปตามมาตรฐานและหลักการเดียวกันกับ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล สมควรกำหนดให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้บังคับ บทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการกองทุนส่วนบุคคลให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน และเป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลได้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๖๑๔๗ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕บัญญัติห้ามบริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุนรวมก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่ทรัพย์สินของกองทุนรวม แต่การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นการบริหารการเงินที่สามารถ นำมาใช้ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์เพื่อให้กองทุนรวมสามารถบริหารความเสี่ยงโดยการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑๑๔๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่๑๓๗ก/หน้า ๑/๓๐ธันวาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๒๐/ตอนที่๖๕ก/หน้า ๔๘/๑๐กรกฎาคม๒๕๔๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่๔๒ก/หน้า ๑/๔มีนาคม๒๕๕๑ - - มาตรา ๕๖ ให้แก้ไขคำว่ “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” ในมาตรา ๖มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๐มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๖มาตรา ๕๖มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๗มาตรา ๖๙มาตรา ๗๐มาตรา ๗๑มาตรา ๘๐มาตรา ๘๘มาตรา ๙๒มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๐๐มาตรา ๑๐๓มาตรา ๑๐๙มาตรา ๑๑๒มาตรา ๑๑๔มาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๑๙มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๓๐มาตรา ๑๓๓มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕มาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๓วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๘๑มาตรา ๑๙๙มาตรา ๒๑๐มาตรา ๒๒๓มาตรา ๒๔๘มาตรา ๒๕๒มาตรา ๒๕๕และมาตรา ๒๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นคำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” มาตรา ๕๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอชื่อบุคคลต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ มีมติแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการก.ล.ต. ตามมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๕๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่าน กระบวนการคัดเลือกดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ นี้

(๑) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการก.ล.ต. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คัดเลือกกันเอง โดยวิธีการจับสลากให้เหลือจำนวนสามคน และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็น การพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

(๒) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับการแต่งตั้งตาม มาตรา ๕๗ให้ประธานกรรมการก.ล.ต. และกรรมการก.ล.ต. ที่มิใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกัน เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. จำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา ๓๑/๓แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติี้และให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเพื่อมีคำสั่งแต่งตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ เมื่อครบสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม

(๑) ออก จากตำแหน่งและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ มาตรา ๕๙ ให้คณะกรรมการก.ล.ต. ตามมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอยู่ใน ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๗ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๘ - - มาตรา ๖๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทำหน้าที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ร่วมกัเสนอรายชื่อผู้ทรงคุ วุฒิที่สมควรได้ บการแต่ ตั้ เป็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามมาตรา ๑๖/๑แห่งพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ต่อคณะกรรมการ คัดเลือกเพื่อดำเนินการตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๑ ให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวัก่อนวันที่พระราชบัญญัติี้ใช้บังคับ อยู่ในตำแหน่งและปฏิบัติ หน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๘วรรคหนึ่ง มิให้นำความในมาตรา ๒๒/๑แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจาก ตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้อีกวาระหนึ่ง มาตรา ๖๒ ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖๐แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ได้รับอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖๑แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าวไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไปได้จนเสร็จสิ้นตามประกาศหรือระเบียบที่ใช้บังคับแก่การพิจารณา และวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น มาตรา ๖๓ ให้บรรดาประกาศ ระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ยังใช้บังคับ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีประกาศระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบัคับเป็นอย่างอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง โครงสร้างขององค์กรกำกับดูแลตลาดทุนโดยปรับปรุงที่มา องค์ประกอบ คุณสมบัติ และวาระการ ดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพื่อทำหน้าที่ในการตรากฎเกณฑ์กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ และการทำธุรกรรมต่างๆในตลาดทุนปรับปรุงที่มาและการพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งเพิ่มข้อห้ามมิให้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิบัติหน้าที่หลังการพ้นจากตำแหน่งด้วย ตลอดจนสมควรปรับปรุงหลัเกณฑ์เกี่ยวกับการ - - กำกับดูแลการเสนอขายหลักทรัพย์เพื่อรองรับพัฒนาการของรูปแบบการจัดตั้งผู้ออกหลักทรัพย์ โดย กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการที่ดีของบริษัทที่มีการระดมทุนในตลาดทุน ในด้านหน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร และสิทธิของผู้ถือหุ้นของบริษัท ปรับปรุง หลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นสากล ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ ประกอบธุ กิจหลัทรัพย์และหลัเกณฑ์คุ้ ครองทรัพย์สิ ของลูกค้าของบริ ทหลัทรัพย์ให้ เหมาะสมกับสภาวการณ์ กำหนดบทบัญญัติรองรับการทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์อันได้แก่การ บังคับจำนำหลักทรัพย์จดทะเบียนเพื่อให้ธุรกรรมต่างๆสามารถดำเนินไปได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น กำหนดบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองระบบการส่งมอบและชำระบัญชีในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ เพื่อยกระดับการใช้ความ คุ้มครองผู้ลงทุนรวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติต่างๆเพื่อส่งเสริมให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2535 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:c68c1e3c234f · 2026-08-24

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา ๓๔๔