คลังกฎหมาย

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก2535341 มาตรา43 หมวดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)ต้นฉบับ PDF · 108 หน้า
ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

ปรารภ

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๒มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๔ หลัทรัพย์จดทะเบีย12 มาตรา
  2. มาตรา ๑๘๙

    บุ คลใดประสงค์จะนำหลัทรัพย์ที่ตนออกไปซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ จะต้องนำหลักทรัพย์นั้นไปจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอจดทะเบียนแล้วให้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อสั่งรับหรือไม่รับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

  3. มาตรา ๑๙๐

    ในกรณีที่ต้องมีการส่งมอบ การโอน การยึดถือหรือส่งคืน หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ใช้หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวม เดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน และจำนวนเท่ากันแทนกันได้

  4. มาตรา ๑๙๑

    ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด การจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะมอบให้ ตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๑เป็น ผู้ดำเนินการแทนก็ได้

  5. มาตรา ๑๙๒

    ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนใดซึ่งมี จำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นร้องขอ ต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าว ให้ตลาด หลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนตามคำขอนั้น และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดำเนินการส่งมอบเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งการรับเป็น นายทะเบียนต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าว จะทำหน้าที่นายทะเบียนต่อไปไม่ได้

  6. มาตรา ๑๙๓

    ในกรณีที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะงดรับการลงทะเบียน การโอนหลักทรัพย์ชนิดระบุชื่อผู้ถือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้มีผู้ถือหลักทรัพย์ขอลงทะเบียนการ โอนไว้ก่อนวันงดรับการลงทะเบียนดังกล่าว บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะต้องดำเนินการโอน หลักทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นนั้น

  7. มาตรา ๑๙๔

    ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลหรือ ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่บุคคลที่มิได้ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ และในกรณีที่ หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหุ้น ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวยอมให้บุคคลนั้นออก เสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น มาตรา ๑๙๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  8. มาตรา ๑๙๕

    ในกรณีที่เจ้ ของหลัทรัพย์มีสัญญาให้บริัทหลักทรัพย์ยึดถือ หลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีบัญชีหลักทรัพย์จดทะเบียนดักล่าวตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และต้องลงรายการให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริงและเป็นปัจจุบัน (๒) รักษาหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้ให้ตรงตามประเภท ชนิด และตามจำนวนสุทธิที่ ปรากฏในบัญชีหลักทรัพย์ตาม (๑) อยู่ตลอดเวลา เว้นแต่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะประกาศ กำหนดเป็นอย่างอื่น และต้องส่งคืนให้แก่ผู้กู้ได้ในทันทีที่ผู้กู้ได้ชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว การยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้ นำมาตรา ๗๕๒และมาตรา ๗๕๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ บังคับกับการให้ประกันตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้และมาตรา ๑๙๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกัการชำระหนี้เงินกู้ ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือหลักทรัพย์ดังกล่าวทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ

  9. มาตรา ๑๙๖

    การบังคับขายหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ยึดถือไว้เป็นประกันการ ชำระหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๑๙๕ผู้ใหู้้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้กู้และผู้ให้ประกันก่อนเพื่อให้มี การชำระหนี้ภายในเวลาอันควร ถ้าผู้กู้และผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวผู้ให้กู้มีสิทธินำ หลักทรัพย์ที่เป็ประกันนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด หรือขาย ทอดตลาดได้ ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการบังคับจำนำหลักทรัพย์จดทะเบียนที่จำนำไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย โดยอนุโลม

  10. มาตรา ๑๙๗

    ในการออกใบหลักทรัพย์ ให้นายทะเบียนหลักทรัพย์มีอำนาจลง ลายมือชื่อในใบหลักทรัพย์แทนการลงลายมือชื่อกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ จดทะเบียนได้ เมื่อได้รับมอบหมายจากบริษัทดังกล่าว

  11. มาตรา ๑๙๘

    บทบัญญัติมาตรา ๑๙๑มาตรา ๑๙๒มาตรา ๑๙๓มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๕และมาตรา ๑๙๖มิให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ดังต่อไปนี้ (๑) พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๒) ตั๋วเงิน (๓) หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด มาตรา ๑๙๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๙๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  12. มาตรา ๑๙๙

    ให้ ความในมาตรา ๕๑มาตรา ๕๒มาตรา ๕๓และมาตรา ๕๕ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การโอนและการจัดทำทะเบียนหลักทรัพย์จด ทะเบียนของบริัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่ตั๋วเงิ โดยอนุโลม ให้นำความในมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๑และ มาตรา ๖๒รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีของ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดโดยอนุโลมแต่ในกรณีที่บริษัทดังกล่าว ได้จัดทำและส่งรายงานการเปิดเผยข้อมูลต่อสำนักงานตามมาตรา ๕๖ไว้แล้ว บริษัทจะส่งสำเนา รายงานข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ สำนักงานหรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่ ของตลาดหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  13. มาตรา ๒๐๐

    ให้ บดุลและบัญชี ไรขาดทุนประจำงวดการบัญชีของบริษัท หลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดทำตามแบบที่กำหนด ไว้ตามมาตรา ๑๐๖วรรคหนึ่ง หรือกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินนั้น เป็น งบการเงินประจำงวดการบัญชีตามที่กำหนดในมาตรา ๑๙๙และให้ถือว่าผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับความ เห็นชอบตามมาตรา ๑๐๖หรือตามกฎหมายดังกล่าว เป็นผู้สอบบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความ เห็นชอบ

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ · 25,073 ตัวอักษร
ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Law-on-Savings-and-Investment-and-International-Ec/717/CNT0008799-1.pdf.aspx108 pp.
checksum ของไฟล์
sha256:c68c1e3c234f359c59a3d7c0e8116bacf93a21bd70d46975b3bf7baa1289c6edดึงเมื่อ 2026-08-24T08:00:04.227Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535