คลังกฎหมาย

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก2534130 มาตรา12 หมวดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)ต้นฉบับ PDF · 43 หน้า
ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

ปรารภ

พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า15 มาตรา
  2. มาตรา ๕๓

    การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียน ตามมาตรา ๔๒และอาจต่ออายุได้ตามมาตรา ๕๔ อายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง มิให้นับรวมระยะเวลาใน ระหว่างการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๓๘ด้วย

  3. มาตรา ๕๔

    เจ้าของเครื่องหมายการค้าใดประสงค์จะต่ออายุการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ ของตนให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ ภายในสามเดือนก่อนวันสิ้นอายุ ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุตามวรรคหนึ่ง หากประสงค์ จะต่ออายุการจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ และค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นอายุการ จดทะเบียน ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคสอง หรือเมื่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอ ต่ออายุและชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ งหรือวรรคสองแล้ว แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้นยังคงจดทะเบียนอยู่จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งเป็น อย่างอื่น การขอต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  4. มาตรา ๕๕

    ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง และนาย ทะเบียนเห็นว่าการขอต่ออายุเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๔วรรคสี่ ให้นายทะเบียนต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอีกสิบปีนับแต่วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเดิม หรือนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียนที่ได้ต่อไว้ครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระค่าธรรมเนียมการ ต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แต่นายทะเบียนเห็นว่าการขอต่อ อายุไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๔วรรคสี่ ให้นาย ทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้ ถ้าเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้นมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นาย ทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น มาตรา ๕๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙

  5. มาตรา ๕๖

    ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคสองให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้น ได้ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว

  6. มาตรา ๕๗

    เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนเองได้ แต่ในกรณีที่มีการจดทะเบียน สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นต้อง ได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่สัญญาอนุญาตดังกล่าวจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  7. มาตรา ๕๘

    ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่า เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จด ทะเบียนแล้วฝ่ ฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่ อนไขหรือข้อจำกัดที่ายทะเบียนกำหนดในการรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้น

  8. มาตรา ๕๙

    ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว หรือตัวแทนเลิกตั้ง กงานหรือสถานที่ ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ในกรณีที่นายทะเบียนมีเหตุอัควรเชื่อว่ เจ้ ของเครื่องหมายการค้ ที่ได้จด ทะเบียนแล้วหรือตัวแทน เลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้นาย ทะเบียนแจ้งเป็นหนัสือไปยังเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน สำนักงานหรือสถานที่ที่ได้ จดทะเบียนไว้ให้ชี้แจงเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากนายทะเบียน ถ้านายทะเบียนไม่ได้รับคำตอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ประกาศ โฆษณาว่าจะเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้านายทะเบียนยังไม่ได้รับคำตอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตาม วรรคสามให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น

  9. มาตรา ๖๐

    เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๕๕วรรคสองมาตรา ๕๘หรือมาตรา ๕๙วรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้ คำสั่งดังกล่าว พร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้า เจ้ ของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิอุทธรณ์ สั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อ คณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๔๖ มาตรา ๕๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖๐วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด

  10. มาตรา ๖๑

    ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าเครื่องหมายการค้านั้นในขณะที่จด ทะเบียน (๑) มิได้เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ (๓)๔๘ เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน หรือ (๔)๔๙ เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้าธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็เจ้ ของของสินค้าหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่าง เดียวกัน

  11. มาตรา ๖๒

    บุคคลใดเห็นว่าเครื่องหมายการค้าใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย บุคคลนั้นอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิก ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้

  12. มาตรา ๖๓

    ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้เพิก ถอนการจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้ ใดได้ หากพิสูจน์ได้ว่ ในขณะที่ขอจดทะเบีย เจ้ ของ เครื่องหมายการค้านั้นมิได้ตั้งใจโดยสุจริตที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ และตามความจริ ก็ไม่เคยมีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับสินค้ ดังกล่าวเลย หรือใน ระหว่างสามปีก่อนที่จะมีคำร้องขอให้เพิกถอนมิได้มีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับ สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่เจ้ ของเครื่องหมายการค้านั้นจะพิสูจน์ได้ว่า การที่มิได้ใช้ เครื่องหมายการค้านั้นมีสาเหตุมาจากพฤติการณ์พิเศษในทางการค้า และมิได้มีสาเหตุมาจากความ ตั้งใจที่จะไม่ใช้หรือจะละทิ้งเครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

  13. มาตรา ๖๔

    เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒หรือมาตรา ๖๓ให้ คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและผู้ได้รับอนุญาตถ้ามี ทราบเพื่อยื่นคำ ชี้แจงของตน คำชี้แจงดังกล่าวให้ยื่นต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากคณะกรรมการ

  14. มาตรา ๖๕

    เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งเพิ ถอนหรือไม่เพิกถอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒หรือมาตรา ๖๓ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว พร้อม มาตรา ๖๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๑(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖๑(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ ด้วยเหตุผลให้ผู้ร้องขอให้เพิกถอนเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี ทราบโดย ไม่ชักช้า ผู้ร้องขอให้เพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของคณะกรรมการถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการ เป็นที่สุด

  15. มาตรา ๖๖

    ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าในขณะที่ร้องขอนั้ นเครื่องหมายการค้านั้นได้ กลายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก จนกระทั่งในวงการค้า หรือในสายตาของสาธารณชนเครื่องหมายการค้านั้นได้สูญเสียความหมายของการเป็เครื่องหมาย การค้าไปแล้ว

  16. มาตรา ๖๗

    ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าใดตามมาตรา ๔๐ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น ถ้าผู้ร้องแสดงได้แต่เพียงว่า ตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างในจำพวกของ สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ให้ศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิแห่งการจดทะเบียนให้อยู่เฉพาะสินค้าที่ผู้ร้องไม่ได้ แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

มาตรา ๘๙วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙

มาตรา ๑๐๖ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 pp.
checksum ของไฟล์
sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:31.980Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534