มาตรา ๗๙/๓
ประมวลรัษฎากร · ๒๔๘๑
การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการ ให้บริการตามมาตรา ๗๙ให้ถือมูลค่าของฐานภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(๑) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่า ราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีให้ถือราคาตลาดของสินค้าหรือการให้บริการใน วันที่ วามรับผิดเกิดขึ้น
(๒) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีที่ผู้ประกอบการนำสินค้าไปใช้หรือได้ใช้ บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น โดยมิใช่เพื่อการประกอบกิจการโดยตรงตามมาตรา ๗๗/๑(๘) (ง) หรือ
(๑๐) มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าหรือบริการในวันที่ความรับผิด ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เกิดขึ้น
(๓) การขายสินค้าตามมาตรา ๗๗/๑(๘)
(จ) ที่เกิดจากสินค้าขาดจากรายงานสินค้า และวัตถุดิบตามมาตรา ๘๗(๓) หรือมาตรา ๘๗วรรคสองมูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาด ของสินค้าในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
(๔) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๐ตามมาตรา ๘๐/๑(๕) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา ๘๒/๑(๒) มูลค่าของฐานภาษีให้ถือราคาตลาดตามสภาพหรือปริมาณของสินค้าที่เป็นอยู่ใน วันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
(๕) การขายสินค้าในกรณีผู้ประกอบการมีสินค้าคงเหลือและหรือมีทรัพย์สินที่ ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณวันเลิกประกอบกิจการ มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตาม ราคาตลาดในวันเลิ ประกอบกิจ ราคาตลาดตามมาตรานี้ให้ถือราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริง ทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามที่ได้มีการตรวจสอบราคาตาม หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดและในกรณีที่ไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอนให้อธิบดีโดยอนุมัติ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาตลาดได้
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด