ข้อบังคับสภากาชาดไทย ฉบับปรับปรุง ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 cf5c1944… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์มาตรา ๑๑–๑๒ · 2 มาตรา
- หมวดที่ ๓ ทรัพย์สิน และเงินทุนมาตรา ๑๓–๑๔ · 2 มาตรา
- หมวดที่ ๔ สมาชิกมาตรา ๑๕–๒๐ · 7 มาตรา
- หมวดที่ ๕ คณะกรรมการสภากาชาดมาตรา ๒๑–๒๔ · 4 มาตรา
- หมวดที่ ๖ กรรมการบริหารกรรมการอำนวยการกรรมการจัดการและกรรมการตรวจสอบ๑๕0 มาตรา
- หมวดที่ ๗ ๒๑0 มาตรา
- หมวดที่ ๘ เหล่ากาชาดจังหวัด๔๘0 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด๔๙0 มาตรา
- ส่วนที่ ๒0 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด๕๕0 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ ข้อ ๔๗ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช0 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การปฏิบัติหน้าที่ของเหล่ากาชาดจังหวัด๗๔0 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ ผู้แทนภาค ๗๙0 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ กิ่งกาชาดอำเภอ0 มาตรา
- ส่วนที่ ๘ บทเบ็ดเตล็ด๑๐๖0 มาตรา
- หมวดที่ ๙ ๑๐๕0 มาตรา
- หมวดที่ ๑๐ อาสากาชาด0 มาตรา
- หมวดที่ ๑๑ เหรียญกาชาด0 มาตรา
- หมวดที่ ๑๒ เหรียญกาชาดสรรเสริญ0 มาตรา
- หมวดที่ ๑๓ เหรียญกาชาดสดุดี๑๘๔0 มาตรา
- บทเฉพาะกาล ๑. การนับวาระการดำรงตำแหน่งของรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด และกรรมการ0 มาตรา
ปรารภ
ข้อบังคับสภากาชาดไทย๑ อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยสภากาชาดไทย พระ พุทธศักราช ๒๔๖๓สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกา สภากาชาดไทย ทรง พระราชดำริว่า ข้อบังคับสภากาชาดไทยได้มีการแก้ไขมาหลายคราว สมควรจะปรับปรุงออกใช้ใหม่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกบรรดาข้อบังคับที่ใช้อยู่ และให้ตราข้อบังคับนี้ขึ้นใช้แทน โดยอนุมัติและ ความยินยอมของคณะกรรมการสภากาชาดไทย ดังต่อไปนี้ หมวดที่ ๑ ข้อความทั่วไป
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
สมาคมนี้มีชื่อว่า “สภากาชาดไทย”
- ๒
สภากาชาดไทย เป็นสมาคมซึ่ งได้ตั้ งขึ้ นตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วย สภากาชาดไทยพระพุทธศักราช๒๔๖๑ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาด ไทยเพิ่มเติม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓อนุโลมตามบรรดาอนุสัญญาเจนีวาที่ประเทศไทยเป็นภาคี และ ตามหลักแห่งข้อตกลงของการประชุมสากลกาชาด
- ๓
สภากาชาดนี้ เป็นสภากาชาดประจำชาติไทยและเป็นองค์การอาสา สงเคราะห์ที่ช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลและบรรเทาทุกข์ในเหตุสาธารณภัย และโดยเฉพาะ ช่วยเหลือราชการทหารในการรักษาพยาบาลตามอนุสัญญาเจนีวา
- ๔
สำนักงานใหญ่ของสภากาชาดตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ
- ๕
สภากาชาดไทยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ ทรงแต่งตั้งสภานายก หรือสภานายิกา และอุปนายกผู้อำนวยการ คำว่า สภากาชาด หรือ สภาในข้อบังคับนี้ หมายถึงสภากาชาดไทย และคำว่า สภานายกหมายถึงสภานายิกาด้วย
- ๖
กิจการทั้งปวง ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่สภานายกนั้น อุปนายกผู้อำนวยการจะ ปฏิบัติแทนก็ได้
- ๗
สภากาชาดยึดถือหลักสามัคคีธรรม ซึ่งผูกพันสภากาชาดประจำชาติทั้งหลาย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่เนืองนิตย์ และรักษาความสัมพันธ์อันถาวรกับสภากาชาดประจำชาติ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๗๔/ตอนที่๕๔/หน้า๑๐๘๑/๑๘มิถุนายน ๒๕๐๐ เหล่านั้น ตลอดทั้งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและสันนิบาตสภากาชาดด้วย
- ๘
สภากาชาดมีเครื่องหมายเป็นรูปกาชาดบนพื้นขาวตามความในข้อตกลงแห่ง อนุสัญญาเจนีวา ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจออกข้อระเบียบคณะกรรมการบริหารว่าด้วย เครื่องหมายสมาชิก กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสภากาชาดสำหรับประดับเพื่อแสดงว่าเป็นสมาชิก กรรมการ เจ้าหน้าที่และข้อระเบียบคณะกรรมการบริหารว่าด้วยการนำเครื่องหมายกาชาดไปใช้ เพื่อ การดำเนินกิจการและการหารายได้ของสภากาชาด
- ๙
สภากาชาดจะเลิกไม่ได้ เว้นไว้แต่ในกรณีที่จะต้องเลิกตามกฎหมาย หรือตาม มติของกรรมการสภากาชาดโดยเอกฉันท์
- ๑๐
ห้ามมิให้ตราข้อบังคับขึ้นใหม่ และห้ามมิให้เพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อบังคับเว้น ไว้แต่ตามพิเศษของคณะกรรมการสภากาชาด
หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์
2 มาตรา- ๑๑
วัตถุประสงค์ของสภากาชาดคือ รักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้และบาดเจ็บใน เวลาสงคราม ทั้งอาจทำการบรรเทาทุกข์ในเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศ โดยไม่เลือกเชื้อชาติ สัญชาติ ลัทธิ ศาสนาหรือความเห็นในทางการเมืองของผู้ประสบภัย
- ๑๒
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวในข้อก่อน สภากาชาดจักดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในยามสงบศึก ฝึกเจ้าหน้าที่ ทำการรักษาพยาบาลและสะสมพัสดุยาและ เวชภัณฑ์ เตรียมไว้ตามสมควรสำหรับการบรรเทาทุกข์ เพื่อให้อยู่ในความพร้อมเพรียงที่จะเผชิญกับ เหตุการณ์ใด ๆแห่งสงครามหรือเหตุการณ์ปัจจุบันอื่น ๆได้
(๒) ในเวลาสงคราม รักษาพยาบาลผู้ บาดเจ็บและป่วยไข้ ตามข้อตกลงแห่ง อนุสัญญาเจนีวา
(๓) ในเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศจัดการอนุเคราะห์แก่ผู้บาดเจ็บป่วยไข้และได้ ทุกข์ตามควรแก่กรณี ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องในการนั้น
(๔) จัดตั้งยุวกาชาด* เพื่อรับเด็กเข้าฝึกอบรมเป็นอนุสมาชิก
(๕) จัดให้มีเหรียญหรือเครื่องหมายไว้สมนาคุณสรรเสริญผู้ที่ให้อุปการะอันเป็น ๒๕๕๒ ๒๕๑๕ ๒ ข้อ ๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๑)พุทธศักราช ๓ ข้อ ๑๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๗)พุทธศักราช ประโยชน์แก่สภากาชาดหรือแก่ประชาชน เพื่อเป็นที่ระลึกแห่งอุปการคุณนั้น ๆ
(๖) อาจจะทำการเผยแพร่อุดมคติของกาชาด ส่งเสริมเมตตาจิตและกุศลสงเคราะห์ เพื่ อให้มี การร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความเข้าใจอันดีร่วมกันในหมู่ ชนและนานา ประชาชาติทั่วไป
(๗) จัดงานกาชาด จำหน่ายเครื่องหมายหรือธงกาชาด หรือทำการอื่นใดเพื่อเก็บเงิน บำรุงสภาและในการนี้ จะบอกบุญทำการเรี่ยไรด้วยก็ได้ ให้คณะกรรมการบริหาร*มีอำนาจออกข้อระเบียบในเรื่องเหล่านี้ได้
หมวดที่ ๓ ทรัพย์สิน และเงินทุน
2 มาตรา- ๑๓
ทรัพย์สินและเงินทุนของสภากาชาดประกอบด้วย
(๑) สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์
(๒) เงินบำรุงจากรัฐบาล
(๓) เงินบำรุงจากสมาชิกและทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคให้
(๔) รายได้เนื่องจากกิจการและทรัพย์สินของสภา
- ๑๔
ให้คณะกรรมการบริหาร*ออกข้อระเบียบอันเกี่ยวกับการปกครอง และการ ใช้จ่ายทรัพย์สินและเงินทุนของสภา โดยอนุมัติของคณะกรรมการสภากาชาด
หมวดที่ ๔ สมาชิก
7 มาตรา- ๑๕
บุคคลไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ สัญชาติ ลัทธิ ศาสนา หรืออุดมการณ์ทาง การเมืองอย่างใดย่อมมีโอกาสเป็นสมาชิกสภากาชาดไทยได้
- ๑๖
สมาชิกสภากาชาดไทยมี ๓ประเภท
(๑) สมาชิกพิเศษ ได้แก่ ผู้ซึ่งได้เป็นสมาชิกตามคำเชิญของอุปนายกผู้อำนวยการ โดยอนุมัติของคณะกรรมการสภากาชาดไทย
(๒) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่
(ก) ผู้ซึ่งให้เงินคราวเดียวไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐บาทหรือให้ทรัพย์สินคราวเดียวมี ราคาไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐บาทแก่สภากาชาดไทย ๒๕๓๓ ๒๕๕๒ ๔ ข้อ ๑๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๖)พุทธศักราช ๕ ข้อ ๑๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๙)พุทธศักราช
(ข) ผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กรรมการ หรือเทียบเท่า ของนิติบุคคล ซึ่งให้เงิน หรือทรัพย์สินคราวเดียว เกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐บาท
(ค) ทายาทหนึ่งคนของผู้บริจาคดวงตา และหรืออวัยวะอื่น ๆที่นำไปปลูกถ่าย ได้ตามที่แจ้งแก่สภากาชาดไทย
(๓) สมาชิกสามัญได้แก่ ผู้ซึ่งให้เงินคราวเดียวเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐บาท รวมทั้งผู้ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้แก่สภากาชาดไทย ให้เป็นสมาชิกสามัญด้วย โดยได้รับลดหย่อนค่าห้อง ๑๐%ของอัตราที่เรียกเก็บตามปกติ
- ๑๖ ทวิ
(ยกเลิก)
- ๑๗
การตีราคาทรัพย์สิ นเพื่ อรับสมาชิกกิตติมศักดิ์ และการรับผู้ ซึ่ งทำ คุณประโยชน์ให้แก่สภากาชาดไทยเป็นสมาชิกสามัญให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ สภากาชาดไทยกำหนด
- ๑๘
ประโยชน์ของสมาชิกสภากาชาดไทยมีดังนี้
(๑) สมาชิกสภากาชาดไทยทุกประเภทที่ เข้ารักษาตัวอยู่ ในโรงพยาบาลของ สภากาชาดไทยหรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับการลดหย่อนค่าธรรมเนียมตามที่ สภากาชาดไทยกำหนดหรือตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขกำหนดการลดหล่อนค่าธรรมเนียม ตามความในวรรคก่อนจะมีผลต่อเมื่อมีชื่ออยู่ในทะเบียนสมาชิก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓เดือน
(๒) สมาชิกสภากาชาดไทยทุกประเภทมีสิทธิประดับเข็มเครื่องหมายกาชาด เพื่อ แสดงว่าตนเป็นสมาชิกสภากาชาดไทยได้
- ๑๙
ประโยชน์ตามข้อ ๑๘(๑) ให้รวมถึงบุตรที่มีอายุต่ำกว่า ๑๒ปี ของบิดา และมารดาซึ่งเป็นสมาชิกสภากาชาดไทย
- ๒๐
คณะกรรมการสภากาชาดไทยสงวนสิทธิไม่รับผู้หนึ่งผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ของสภากาชาดไทยได้ ข้อ ๑๖ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๙)พุทธศักราช ๒๕๕๒ ข้อ ๑๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๙)พุทธศักราช ๒๕๕๒ ข้อ ๑๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๙)พุทธศักราช ๒๕๕๒ ข้อ ๑๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๖)พุทธศักราช ๒๕๓๓ ข้อ ๒๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๖)พุทธศักราช ๒๕๓๓ ข้อ ๒๑๑๑ สมาชิกภาพของสมาชิกแห่งสภากาชาดไทยย่อมสิ้นสุดด้วยเหตุใดเหตุ หนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีเหตุอย่างร้ายแรง ซึ่งคณะกรรมการสภากาชาดไทยพิจารณาเห็นสมควรให้ออก โดยลงมติพิเศษ
หมวดที่ ๕ คณะกรรมการสภากาชาด
4 มาตรา- ๒๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๙)พุทธศักราช ๑๒ ๑๓
- ๒๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๔)พ.ศ. ๒๕๖๕
- ๒๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๓)พุทธศักราช ๑๔
- ๒๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๓)พุทธศักราช ข้อ ๒๖ ในการประชุมคณะกรรมการสภานายกเป็นประธานถ้าสภานายกไม่อยู่ อุปนายกผู้อำนวยการเป็นประธาน และถ้าทั้งสองคนนี้ไม่อยู่ ให้กรรมการซึ่งอยู่ ณที่นั้น เลือกผู้ใดผู้ หนึ่งในหมู่ของตนเป็นประธาน ข้อ ๒๗ การลงมติในที่ประชุม ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีเสียง ลงคะแนนเท่ากัน ประธานเป็นผู้ชี้ขาด ในเรื่องที่จะต้องลงมติพิเศษ ต้องมีคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า ๒ใน ๓ของ จำนวนกรรมการที่มาประชุม จึงจะเป็นมติอันสมบูรณ์ ข้อ ๒๘ การประชุมทุกคราว ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดคน จึงจะเป็น องค์ประชุมได้ ถ้ากรรมการมาไม่ครบองค์ประชุม สภานายกจะเรียกประชุมอีกครั้ง ซึ่งจะได้ประชุม กันภายใน๑๕วัน ข้อ ๒๙ เมื่อได้เลื่อนการประชุมไปแล้ว และได้เรียกประชุมใหม่อีกตามความในข้อ ก่อนก็ดี เมื่อได้เรียกประชุมในเวลาที่มีเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศก็ดี หรือในยามสงครามก็ดี ถ้ามี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าห้าคน ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมได้ ข้อ ๓๐ ถ้ามีเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศหรือสงครามปรากฏว่าจะเรียกประชุม คณะกรรมการไม่ทันกับเหตุการณ์ อันเป็นเรื่องฉุกเฉิน สภานายกจะสั่งจัดการบรรเทาทุกข์ไปก่อนได้ แต่ต้องเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติในเวลาเร็วที่สุดที่จะทำได้ ถ้าคณะกรรมการให้อนุมัติ ก็เป็นอันใช้ได้ แต่ถ้าไม่อนุมัติ จะดำเนินกิจการนั้นต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงกิจการ ที่ได้ดำเนินมาแล้ว
หมวดที่ ๖ กรรมการบริหารกรรมการอำนวยการกรรมการจัดการและกรรมการตรวจสอบ๑๕
หมวดที่ ๗ ๒๑
หมวดที่ ๘ เหล่ากาชาดจังหวัด๔๘
ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด๔๙
ส่วนที่ ๒
ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด๕๕
ส่วนที่ ๔ ข้อ ๔๗ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช
ส่วนที่ ๕ การปฏิบัติหน้าที่ของเหล่ากาชาดจังหวัด๗๔
ส่วนที่ ๖ ผู้แทนภาค ๗๙
ส่วนที่ ๗ กิ่งกาชาดอำเภอ
ส่วนที่ ๘ บทเบ็ดเตล็ด๑๐๖
หมวดที่ ๙ ๑๐๕
หมวดที่ ๑๐ อาสากาชาด
หมวดที่ ๑๑ เหรียญกาชาด
หมวดที่ ๑๒ เหรียญกาชาดสรรเสริญ
หมวดที่ ๑๓ เหรียญกาชาดสดุดี๑๘๔
บทเฉพาะกาล ๑. การนับวาระการดำรงตำแหน่งของรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด และกรรมการ
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ข้อ ๒๒๑๒ สภากาชาดไทยอยู่ในความควบคุมและกำกับทั่วไปของกรรมการคณะ หนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการสภากาชาดประกอบด้วยสภานายกอุปนายกผู้อำนวยการกรรมการซึ่ง สภานายกเป็นผู้แต่งตั้งมีจำนวนไม่เกิน ๓๐คนและกรรมการผู้แทนภาคแห่งเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเลขาธิการ ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการอาจเข้าร่วมใน ที่ประชุมคณะกรรมการและออกความเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ข้อ ๒๓๑๓ กรรมการซึ่งสภานายกเป็นผู้แต่งตั้ง ตามข้อ ๒๒วรรคหนึ่ง ต้องเป็น สมาชิกสภากาชาดไทยและให้ประกาศชื่อกรรมการนั้นในราชกิจจานุเบกษา ข้อ ๒๔๑๔ ตำแหน่งกรรมการที่แต่งตั้งนั้นเป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ มีกำหนด๔ปี และทุก ๆ๒ปี กรรมการต้องเวียนกันออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่ง และให้แต่งตั้งกรรมการ ใหม่แทนผู้ที่ออกไป แต่กรรมการผู้ออกแล้วนั้น อาจได้รับแต่งตั้งเข้าเป็นกรรมการต่อไปอีกได้ เมื่ อตำแหน่งกรรมการว่างลง โดยมิใช่เพราะถึงคราวออกตามวาระให้แต่งตั้ง กรรมการใหม่แทน แต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการใหม่นี้จะอยู่ในตำแหน่งเพียงกำหนดเวลาของผู้ซึ่ง ตนแทนเท่านั้น ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการมีการประชุมสามัญปีละ ๓ครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อ ปรึกษาหารือและทำความตกลงในกิจการของสภา การประชุมวิสามัญของคณะกรรมการอาจนัดได้ทุกเมื่อถ้ากรรมการตั้งแต่ห้าคนขึ้น ไปร้องขอ หรือถ้าสภานายกเห็นเป็นการสมควร ๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๓ ๑๑
ข้อ ๓๑๑๖ ให้มีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย ๑)อุปนายกผู้อำนวยการ เป็นประธานกรรมการ ๒)เลขาธิการ ๓)เหรัญญิก ๔)ประธานคณะกรรมการนโยบายยุทธศาสตร์ และงบประมาณสภากาชาดไทย ๕)ประธานคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลของสภากาชาดไทย ๑๕ หมวดที่ ๖กรรมการบริหาร กรรมการอำนวยการกรรมการจัดการ และกรรมการตรวจสอบ แก้ไขเพิ่มเติมชื่อหมวดโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๖ ข้อ ๓๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๖) กรรมการสภากาชาดไทยจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งอุปนายก ผู้อำนวยการเป็นผู้แต่งตั้ง ข้อ ๓๒๑๗ คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินกิจการของ สภากาชาดไทยตามที่คณะกรรมการสภากาชาดไทยมอบหมาย และในระหว่างที่ไม่มีการประชุม คณะกรรมการสภากาชาดไทยให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจอนุมัติแทนคณะกรรมการสภากาชาด ไทยด้วยในกรณีที่อุปนายกผู้อำนวยการไม่อยู่ให้กรรมการบริหารซึ่งอุปนายกผู้อำนวยการมอบหมาย ทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารแทน กรรมการบริหารตามข้อ ๓๑(๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจ ได้รับแต่งตั้งอีกได้ ข้อ ๓๓๑๘ ให้คณะกรรมการบริหารมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และ ต้องรายงานเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันเป็นสาระสำคัญให้คณะกรรมการสภากาชาดไทยทราบทุกคราว ที่มีการประชุม ข้อ ๓๓/๑๑๙ ให้มีคณะกรรมการอำนวยการกลุ่มบริการทางการแพทย์ สภากาชาด ไทย ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการจำนวนไม่เกิน ๑๗คน ซึ่ งคณะกรรมการ สภากาชาดไทยแต่งตั้ง มีอำนาจหน้าที่ตามที่อุปนายกผู้อำนวยการกำหนด ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการสภากาชาดไทยจะแต่งตั้งคณะกรรมการอื่น ตามที่เห็นว่าจำเป็น โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดก็ได้ ข้อ ๓๓/๒๒๐ ให้มีคณะกรรมการจัดการ ประกอบด้วย ๑)เลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ ๒)ผู้ช่วยเลขาธิการ (ถ้ามี) ๓)เหรัญญิก ๔)ผู้ช่วยเหรัญญิก (ถ้ามี) ๕)ผู้บริหารหน่วยงานทุกหน่วยงานตามข้อ ๓๖วรรคสอง คณะกรรมการจัดการมีหน้าที่ดูแลและควบคุมการดำเนินกิจการของหน่วยงานต่าง ๆของสภากาชาดไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย สถาบันการพยาบาล ศรีสวรินทิราสภากาชาดไทย และหน่วยงานที่มีคณะกรรมการอำนวยการดูแลและควบคุมแล้ว และให้ มีอำนาจอนุมัติแทนคณะกรรมการบริหารได้ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ตลอดจนมีหน้าที่ประสานการ ทำงานและสื่อสารระหว่างหน่วยงานในสภากาชาดไทย ในกรณีที่เลขาธิการไม่อยู่ให้เหรัญญิกทำหน้าที่ ประธานกรรมการจัดการแทน ๑๗ ข้อ ๓๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๓๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๙ ข้อ ๓๓ทวิ เป็นมาตรา ๓๓/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒๐ ข้อ ๓๓/๒เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๘ เลขาธิการหรือเหรัญญิกมีสิทธิเสนอชื่อผู้สมควรแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย เลขาธิการหรือผู้ช่วยเหรัญญิก แล้วแต่กรณี จากบรรดาสมาชิกตั้งแต่ประเภทสามัญขึ้นไปเพื่อ สภานายกแต่งตั้งผู้ช่วยเลขาธิการหรือผู้ช่วยเหรัญญิกนี้ ย่อมพ้นหน้าที่ไปพร้อมกับเลขาธิการหรือ เหรัญญิก ผู้อำนวยการสำนักงานและรองผู้อำนวยการสำนักงานสภานายกเป็นผู้แต่งตั้งโดย อนุมัติของคณะกรรมการสภากาชาดไทย รองผู้อำนวยการสำนักงานอาจเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการจัดการและชี้แจงหรือ แสดงความคิดเห็นได้แต่จะออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าร่วมประชุมในฐานะที่เป็น ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงาน ข้อ ๓๔๒๑ กรรมการบริหาร*ต้องเสนองบประมาณเงินรายได้และรายจ่ายประจำปี พร้อมกับคำแถลงประกอบงบประมาณต่อคณะกรรมการสภากาชาด เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนสิ้น ปีงบประมาณสำหรับถือจ่ายในปีงบประมาณต่อไป ถ้างบประมาณประจำปียังมิได้รับอนุมัติของคณะกรรมการสภากาชาดทันใช้ในปีใหม่ ก็ให้ใช้งบประมาณประจำปีเก่าไปพลางก่อน ข้อ ๓๕๒๒ คณะกรรมการบริหารต้องเสนอรายงานกิจการประจำปีที่ล่วงมาพร้อม กับบัญชีงบดุล ต่อคณะกรรมการสภากาชาดไทยภายในหกเดือนแรกของปีงบประมาณถัดไป บัญชีงบ ดุลนั้นต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้มาตรฐาน ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องด้วย ข้อ ๓๕/๑๒๓ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้า คนที่คณะกรรมการสภากาชาดไทยแต่งตั้ง กรรมการตรวจสอบต้องไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ที่มีนัยสำคัญที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความเห็นที่เป็นอิสระ กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ ข้อ ๓๕/๒๒๔ คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ตามกฎบัตรคณะกรรมการ ตรวจสอบที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการสภากาชาดไทย
ข้อ ๓๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๓๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒๓ ข้อ ๓๕ทวิ เป็นมาตรา ๓๕/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒๔ ข้อ ๓๕ตรี เป็นมาตรา ๓๕/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒๒ กิจการของสภากาชาดไทย๒๕ ข้อ ๓๖๒๖ กิจการของสภากาชาดไทยแบ่งออกเป็น ๔กลุ่มพันธกิจหลัก ดังนี้ ๑)การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย ๒)การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ๓)การบริการโลหิต ๔)การส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อให้ตอบสนองต่อกิจการของสภากาชาดไทยตามพันธกิจหลักตามวรรคหนึ่งให้มี หน่วยงานต่าง ๆดังนี้ ๑. สำนักงานบริหาร ๒. สำนักงานกลาง ๓. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ๔. โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวีณศรีราชา ๕. สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ๖. สถานเสาวภา ๗. สำนักงานยุวกาชาด ๘. สำนักงานอาสากาชาด ๙. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ๑๐.สำนักงานจัดหารายได้ ๑๑.สำนักงานการคลัง ๑๒.สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคล ๑๓.สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ๑๔.สำนักเลขานุการคณะกรรมการ ๑๕.สำนักยุทธศาสตร์ ๑๖.สำนักแผนและงบประมาณ ๑๗.สำนักบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน ๑๘.หน่วยงานชำนัญพิเศษต่าง ๆดังนี้ ๑)ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ๒)ศูนย์ดวงตา ๓)ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ๔)ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ๕)ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ๖)ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย ๑๙.หน่วยงานพิเศษอื่น ๆดังนี้ ๒๕ หมวดที่ ๗กิจการของสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๖)พระพุทธศักราช๒๕๕๔ ๒๖ ข้อ ๓๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑)สำนักงานจัดการทรัพย์สินสภากาชาดไทย ๒)มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ๓)สำนักงานโภชนาการสวนจิตรลดา ๔)สำนักงานตรวจสอบ ๕)สำนักงานบริหารระบบกายภาพ ๒๐.สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ในกรณีที่ สภากาชาดไทยเห็นว่าจำเป็นจะต้องมีการจัดระเบียบกิจการโดยมี หน่วยงานระดับสำนักงานหน่วยงานระดับชำนัญพิเศษหรือหน่วยงานพิเศษอื่นเพิ่มขึ้น หรือเห็นควร ยุบเลิก หรือควบรวมหน่วยงานเดิม ให้เป็นไปโดยอนุมัติของคณะกรรมการสภากาชาดไทย และ ระเบียบของสภากาชาดไทยว่าด้วยการนั้น การจัดแบ่งส่วนงานในหน่วยงานต่าง ๆให้ออกเป็นระเบียบสภากาชาดไทยว่าด้วย การแบ่งส่วนงานภายในของแต่ละหน่วยงาน โดยอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร ข้อ ๓๖ทวิ๒๗ สภากาชาดไทยมีผู้รับผิดชอบในการบริหารงาน ดังนี้ (๑) สภานายกเป็นประธาน (๒) อุปนายกผู้อำนวยการ (๓) เลขาธิการ (๔) เหรัญญิก (๕) ผู้ช่วยเลขาธิการ (ถ้ามี) (๖) ผู้ช่วยเหรัญญิก (ถ้ามี) ในสำนักงานต่าง ๆมีผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบ และจะให้มีรองผู้อำนวยการ และหรือผู้ช่วยผู้อำนวยการด้วยก็ได้ ผู้อำนวยการจะมอบหมายให้รองผู้อำนวยการหรือผู้ช่ วย ผู้อำนวยการปฏิบัติงานหรือรับผิดชอบแทนก็ได้ โดยทำเป็นหนังสือ ข้อ ๓๗๒๘ สำนักงานบริหาร มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารงานของสภากาชาด ไทยกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสภากาชาดไทยประสานกำกับ ติดตามประเมินผลการ ปฏิบัติงานตามแผนงานและรับผิดชอบงานด้านสารนิเทศและสื่อสัมพันธ์ งานด้านความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ และงานกฎหมาย ข้อ ๓๗ทวิ๒๙ กิจการในสำนักบริหาร แยกเป็น (๑) ฝ่ายเลขานุการกิจ (๒) ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ (๓) ฝ่ายตรวจสอบภายใน (๔) ฝ่ายนโยบายและแผน ๒๗ ข้อ ๓๖ทวิ เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๓๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๗)พ.ศ. ๒๕๕๕ ๒๙ ข้อ ๓๗ทวิ แก้ไขเพิ่ มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม(ฉบับที่ ๕๘) ๒๘ พุทธศักราช ๒๕๔๑ (๕) ฝ่ายประสานงานเหล่ากาชาดภูมิภาค (๖) ฝ่ายกฎหมาย (๗) หน่วยงานชำนาญพิเศษต่าง ๆ การบริหารและการจัดดำเนินการในสำนักบริหารและสำนักงานต่าง ๆให้เป็นไปตาม ข้อบังคับ ข้อระเบียบ และแบบแผนของสภากาชาดไทย ข้อ ๓๘๓๐ สำนักงานกลางมีหน้าที่ให้บริการและช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ หน่วยงานต่าง ๆของสภากาชาดไทย รวมทั้งงานพิธีการทางศุลกากร การให้บริการยานพาหนะ ภายในสภากาชาดไทยกำกับดูแลหน่วยงานที่ให้บริการสังคมของสภากาชาดไทย ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทยและสถานที่พักผู้สูงอายุสวางคนิเวศ ข้อ ๓๘ทวิ๓๑ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีหน้าที่รักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ ทั่วไปทั้งในยามสงครามและยามปกติ ฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้ง สนับสนุนการฝึกอบรม ค้นคว้า วิจัย และบริการวิชาการทางการแพทย์ต่อสังคม ข้อ ๓๘ตรี๓๒ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณศรีราชา มีหน้าที่ทำการ รักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ทั่วไป ในยามสงครามและในยามปกติให้การฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งสนับสนุนการฝึกอบรมและกิจการทางสุขภาพอนามัย ตลอดจนภารกิจของสภากาชาดไทยภายในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง ข้อ ๓๙๓๓ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ มีหน้าที่ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยอย่างครบวงจรทั้งการเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย การจัดการในภาวะฉุกเฉินขณะเกิดภัย และการฟื้นฟูบูรณะสู่ภาวะปกติ บรรเทาทุกข์ผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนการประชานามัยพิทักษ์ เพื่อ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้มั่นคง ทัดเทียมและยั่งยืน ข้อ ๔๐๓๔ สถานเสาวภามีหน้าที่ผลิต แบ่ง บรรจุ วัคซีน เซรุ่ม ชีววัตถุอื่น ๆและ น้ำยาปราศจากเชื้อ วิจัย และตรวจบริการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการบริการเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ให้คำแนะนำในเรื่องสัตว์มีพิษกัดและโรคเมืองร้อน รวมทั้งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ข้อ ๓๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๓๘ทวิ แก้ไขเพิ่ มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม(ฉบับที่ ๖๖) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๓๘ตรี เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๓๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๑๓๕ สำนักงานยุวกาชาด มีหน้าที่ปลูกฝังและเผยแพร่ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาดในด้านมนุษยธรรม การดูแลสุขภาพอนามัย การ บริการอาสาสมัครและการส่งเสริมการมีสัมพันธภาพที่ดี มีศรัทธาต่อกาชาดและเข้าร่วมกิจกรรมของ สภากาชาดไทยได้อย่างต่อเนื่อง ข้อ ๔๒๓๖ สำนักงานอาสากาชาดมีหน้าที่พัฒนาฝึกอบรมอาสากาชาดให้เป็น อาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพ สามารถระดมอาสากาชาดให้ปฏิบัติภารกิจโดยทันท่วงที ตลอดจน ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณค่าชีวิตและความมั่นคงมนุษย์ของผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบ อุทกภัย ข้อ ๔๒ทวิ๓๗ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีหน้าที่จัดหา และให้บริการโลหิตและ ส่วนประกอบของโลหิตที่มีความปลอดภัยเป็นมาตรฐานเดียวกันแก่ผู้ป่วยอย่างเพียงพอทั่วทั้งประเทศ ให้บริการผลิตภัณฑ์โลหิตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานบริการโลหิต รวมทั้งบริการเสริมพิเศษแก่ ผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม โดยส่งเสริมงานด้านบริการโลหิตให้ได้มาตรฐานในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ข้อ ๔๒ตรี๓๘ สำนักงานจัดหารายได้ มีหน้าที่จัดหาเงินรายได้โดยวิธีการต่าง ๆเพื่อ ใช้จ่ายในกิจการของสภากาชาดไทยรวมทั้งการดูแลผู้บริจาค ผู้มีอุปการคุณและสมาชิกประเภทต่าง ๆของสภากาชาดไทย ข้อ ๔๒จัตวา๓๙ สำนักงานการคลัง มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ งานงบประมาณ งานการเงิน งานการบัญชีการกำกับดูแลมาตรฐานทางด้านกฎระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ ด้านการเงิน การบัญชีและการพัสดุ รวมทั้งการจัดหาผลตอบแทนทางการเงิน อันเกี่ยวด้วยเงินของ สภากาชาดไทยตลอดจนเป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศทางการเงินและการคลังของสภากาชาดไทย ข้อ ๔๒เบญจ๔๐ (ยกเลิก) ข้อ ๔๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๒ทวิ แก้ไขเพิ่ มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม(ฉบับที่ ๖๖) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๒ตรี แก้ไขเพิ่ มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม(ฉบับที่ ๖๖) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๒จัตวา แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๒เบญจยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๒ฉ๔๑ สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคล มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการ บริหารงานบุคคลของสภากาชาดไทย โดยดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การพัฒนา โครงสร้างองค์กร การพัฒนาระบบงานการประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรการ พัฒนาระบบข้อมูล การจัดทำแผนกำลังคน การจัดทำยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล งาน ด้านระเบียบวินัยที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และการดำเนินงานเกี่ยวกับสวัสดิการสำหรับ บุคลากรสภากาชาดไทย ข้อ ๔๒สัตต๔๒ หน่วยงานชำนัญพิเศษ เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามภารกิจของ สภากาชาดไทยดังนี้ (๑) ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู มีหน้าที่ให้บริการรักษาพยาบาลฟื้นฟู สมรรถภาพของ ร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจแก่ผู้ป่วยทุพลภาพให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมี คุณภาพตลอดจนการส่งเสริมวิชาการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (๒) ศูนย์ดวงตา มีหน้าที่จัดเก็บและรวบรวมดวงตาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้วด้วย เทคนิคมาตรฐานสากลเพื่อมอบให้จักษุแพทย์นำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ตลอดจนการส่งเสริมการให้บริการทางการแพทย์ (๓) ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทยมีหน้าที่ในการดำเนินงานด้านการป้องกัน และรักษาเอดส์โดยอาศัยขบวนการวิจัยเพื่อสร้างรูปแบบที่เหมาะสมกับสังคม โดยอาศัยมิติทางด้าน สังคม ระบาดวิทยาการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ติดเชื้อ รวมทั้งการบริหารจัดการแบบครบวงจร (๔) ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ มีหน้าที่รับบริจาคอวัยวะและเนื้อเยื่อที่ปลอดภัยจากผู้ บริจาค เพื่อนำมารักษาผู้ป่วยทั่วประเทศอย่างเพียงพอ โดยมีบทบาท กำกับ ดูแล ควบคุมการบริจาค และการปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานทำการศึกษาวิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้ ใหม่ในเรื่องการบริจาคการปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณชน ทั่วไป (๕) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน้าที่พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ สภากาชาดไทย เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง ให้คำปรึกษา และร่วมพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของหน่วยงานอื่นๆรวมทั้งมีหน้าที่พัฒนาบุคลากรและผู้บริหารให้มีศักยภาพในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน และสามารถใช้เป็นสื่อ การประชาสัมพันธ์ได้ ทั้งภายในและภายนอกรวมถึงต่างประเทศ (๖) ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย มีหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรม และเผยแพร่ความรู้ด้านปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย รวมทั้งเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการแก่ สังคมในด้านดังกล่าว ๔๑ ๔๒ พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อ ๔๒ฉแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๗)พ.ศ.๒๕๕๖ ข้อ ๔๒สัตต แก้ไขเพิ่ มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่ มเติม(ฉบับที่ ๖๖) ข้อ ๔๒อัฏฐ๔๓ หน่วยงานพิเศษ เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทยดังนี้ (๑) สำนักงานจัดการทรัพย์สิ นมีหน้าที่ บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของ สภากาชาดไทยเพื่อประโยชน์สูงสุด (๒) มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย มีหน้าที่ให้การสงเคราะห์แก่เด็กและ ผู้เยาว์ที่ถูกทอดทิ้งไว้กับสภากาชาดไทย รวมทั้งเด็กและผู้เยาว์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ (๓) สำนักงานโภชนาการ สวนจิตรลดา มีหน้าที่ ในการจัดโภชนาการให้แก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุข สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรม วงศานุวงศ์ ตลอดจนการให้บริการโภชนบำบัดตามพระราชบัญชาอย่างถูกต้องตามหลักโภชนวิทยา และโภชนบำบัด (๔) สำนักงานตรวจสอบ มีหน้าที่ช่วยกรรมการสภากาชาดไทยในการสร้างระบบ กำกับดูแลกิจการที่ดี ให้ได้มาตรฐานและเป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้องอันจะช่วยให้สภากาชาดไทย ดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายอย่างโปร่งใส (๕) สำนักงานบริหารระบบกายภาพ มีหน้าที่ในการกำกับ ดูแล และสนับสนุนการ ดำเนินงานด้านบริหารจัดการอาคารสถานที่ และระบบสาธารณูปโภคให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเอื้อต่อ งานบริการของหน่วยงานต่าง ๆให้บรรลุผลตามภารกิจและวัตถุประสงค์ของสภากาชาดไทย ข้อ ๔๒นว๔๔ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการ ประสานงานการดำเนินกิจการเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ของงานเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอในภูมิภาคให้สามารถสนับสนุนภารกิจของสภากาชาด ไทย ข้อ ๔๒ ทศ๔๕ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เป็น สถาบันอุดมศึกษาด้านการพยาบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษา วิจัย ส่งเสริม และพัฒนาวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง ด้านการพยาบาลตลอดจนศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และ ทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมตามพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษา ดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสภากาชาดไทย เพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมซึ่งนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ข้อ ๔๓๔๖ สภานายกโดยอนุมัติคณะกรรมการสภากาชาดจะเชิญผู้ทรงคุณธรรมซึ่ง สามารถช่วยเหลืออย่างดียิ่ง เป็นผู้อุปถัมภ์ของสำนักงานใดสำนักงานหนึ่งของสภากาชาดไทย ก็ได้ ๔๓ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ๔๔ ข้อ ๔๒อัฏฐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๖)พระ ข้อ ๔๒นวเพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๗)พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๔๒ทศเพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๔๖ ข้อ ๔๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๔๕ ๒๕๔๙ ข้อ ๔๔๔๗ ให้คณะกรรมการบริหารออกระเบียบ ว่าด้วยกิจการของสำนักงานต่าง ๆ และเหล่ากาชาดจังหวัด
ข้อ ๔๕๕๐ เพื่อให้บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตามจังหวัดในภูมิภาคได้มีส่วนดำริ และดำเนินกิจการกาชาดได้ตามความต้องการ ให้จัดการกาชาดในจังหวัดขึ้นเป็นองค์การเรียกว่า “เหล่ากาชาดจังหวัด” นำหน้านามของจังหวัดนั้น ข้อ ๔๕/๑๕๑ จังหวัดหนึ่งให้มีเหล่ากาชาดจังหวัดได้เพียงแห่งเดียว การขอจัดตั้ง เหล่ากาชาดจังหวัดสามารถดำเนินการได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร้องขอ หรือ (๒) บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตั้งแต่ประเภทสามัญขึ้นไปซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน จังหวัดไม่น้อยกว่าสามสิบคนรวมกันทำเรื่องราวเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความเห็นชอบการ ขอให้จัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยื่นเรื่องราวแสดงความจำนงการขอจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด ต่ออุปนายกผู้อำนวยการพิจารณาพร้อมด้วยแผนงาน รายละเอียดของงบประมาณรายได้และรายจ่าย ให้ชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด ให้คณะกรรมการบริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย พิจารณากลั่นกรองการขอจัดตั้ง เหล่ากาชาดจังหวัด หากเห็นสมควรที่จะตั้งเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น ให้นำเสนอสภานายกพิจารณา อนุญาต
ข้อ ๔๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๑การจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๕/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ วัตถุประสงค์ของเหล่ากาชาดจังหวัด๕๒ ข้อ ๔๖๕๓ วัตถุประสงค์การจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัดมีดังต่อไปนี้ (๑) ทำการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย (๒) ให้การสังคมสงเคราะห์แก่ราษฎรที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน และ ผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร ตลอดทั้งในท้องที่ทั่วไปและในชุมชนตามความจำเป็น (๓) รับบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะอื่น (๔) ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต (๕) สนับสนุนและส่งเสริม กิจการยุวกาชาด อาสากาชาด จิตอาสาสภากาชาดไทย และกิจการต่าง ๆของสภากาชาดไทย (๖) ดำเนินการตามโครงการในพระราชดำริ (๗) เป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของเหล่ากาชาดจังหวัด ตามที่สภากาชาดไทยมอบหมาย (๘) ส่งเสริมการเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาดและการสร้างจิตสำนึกใน เมตตาธรรมและมนุษยธรรม ข้อ ๔๖ทวิ๕๔ (ยกเลิก)
ข้อ ๔๗๕๖ เหล่ากาชาดจังหวัดหนึ่งให้มีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดได้ จำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคน แต่ไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบด้วย (๑) นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นประธาน (๒) รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด จำนวนไม่เกินสี่คน เป็นรองประธาน (๓) เหรัญญิก (๔) เลขานุการ (๕) กรรมการอื่น ๆจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่คนแต่ไม่เกินยี่สิบแปดคน หมวดที่๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๒วัตถุประสงค์ของเหล่ากาชาดจังหวัด แก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๖ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๓คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด แก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอชื่อผู้สมควรดำรง ตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก และเลขานุการ ให้ สภากาชาดไทยแต่งตั้ง สภากาชาดไทยเป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด กรรมการอื่น ๆตามวรรคหนึ่ง (๕) ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้งได้จำนวน กึ่งหนึ่งและให้สมาชิกประเภทสามัญขึ้นไปในจังหวัดนั้น ซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจากสภากาชาดไทย เรียบร้อยแล้วเป็นผู้เลือกได้อีกจำนวนกึ่งหนึ่ง แล้วให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง ถ้ามีเหตุจำเป็น ไม่สามารถทำการเลือกได้ให้รายงานสภากาชาดไทยทราบและขอขยายเวลาออกไปได้เท่าที่จำเป็น การเลือกให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทยกำหนด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการตามที่เห็นสมควร จำนวนไม่เกินตำแหน่งละสามคน ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดโดยความเห็นชอบของประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัดอาจแต่งตั้งผู้ที่ได้เคยช่วยเหลือหรือกำลังทำการช่วยเหลือในกิจการกาชาดเป็นที่ ปรึกษาได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ช่วยนายกเหล่า กาชาดจังหวัด หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการ ของเหล่ากาชาดจังหวัด ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดรายงานการแต่งตั้งกรรมการอื่น ๆผู้ช่วยนายกเหล่า กาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการหรือที่ปรึกษา ให้สภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๔๗/๑๕๗ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ตามข้อ ๔๗(๒) และกรรมการอื่น ๆ ตามข้อ ๔๗(๕) ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่ง ติดต่อกันเกินสามวาระไม่ได้ กรณีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือกรรมการอื่นๆดำรงตำแหน่งติดต่อกันครบ สามวาระให้เว้นการดำรงตำแหน่งหนึ่งวาระ กรณีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดดำรงตำแหน่งครบวาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งให้สภากาชาดไทยแต่งตั้ง ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ กรณีกรรมการอื่น ๆดำรงตำแหน่งครบวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือก แล้วแต่ กรณี แทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ครบวาระ กรณีที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการอื่น ๆให้กรรมการชุดเดิมรักษาการจนกว่าจะมี การแต่งตั้งใหม่ ข้อ ๔๗/๒๕๘ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๕๗ ข้อ ๔๗/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๕๘ ข้อ ๔๗/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ก. คุณสมบัติทั่วไป (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย (๒) เป็นสมาชิกประเภทสามัญขึ้นไปในจังหวัดนั้นซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจาก สภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว และกรณีเป็นสมาชิกประเภทสามัญรายปีต้องไม่ขาดส่งเงินบำรุงรายปี (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในหลักการกาชาด (๔) เป็นผู้มีจิตศรัทธาในการกุศล เป็นที่ยอมรับของประชาชนและสนใจในกิจการ ของสภากาชาดไทย (๕) เป็นผู้ที่อุทิศเวลาและสามารถปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดจังหวัดได้ (๖) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๗) ไม่เป็นกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอผู้ ช่ วยนายกกิ่งกาชาดอำเภอผู้ ช่วย เหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ และที่ปรึกษาของกิ่งกาชาดอำเภอ (๘) ไม่เป็นบุคลากรของสภากาชาดไทย ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่ รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองที่รับผิดชอบในการบริหาร พรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (๒) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือข้าราชการการเมือง (๓) เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๔) เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๕) เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเสียชื่อในทางพาลหรือทางทุจริตหรือบกพร่องในศีลธรรม อันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม (๖) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ข้อ ๔๗/๓๕๙ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔๗/๒ (๔) พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๔๗/๕ (๕) พ้นวาระตามข้อ ๔๗/๑ (๖) สมาชิกภาพของสมาชิกสภากาชาดไทยสิ้นสุดลงตามข้อ ๒๑(๓) (๗) ขาดจากสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย ๕๙ ๒๕๖๐ ข้อ ๔๗/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. (๘) กระทำการหรือละเว้นกระทำการอื่นใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดย อาศัยอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือในทาง การเมือง (๙) ขาดประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผล อันสมควรหรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดใดพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายก เหรัญญิก เลขานุการ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ประธานและที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่า กาชาดจังหวัดนั้น พ้นจากตำแหน่งด้วย กรณีเหรัญญิกหรือเลขานุการพ้นจากตำแหน่งให้ผู้ ช่ วยเหรัญญิกหรือ ผู้ช่วยเลขานุการ แล้วแต่กรณี พ้นจากตำแหน่งด้วย การสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตาม (๓) (๔) (๘) และ(๙) ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ตรวจสอบและพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง แล้วรายงานสภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๔๗/๔๖๐ เมื่อตำแหน่งกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ตามข้อ ๔๗ว่างลงเพราะ เหตุต้องพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๔๗/๓เว้นแต่การพ้นจากตำแหน่งแล้วมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง แทนเหลือไม่ถึงสามสิบวันให้ดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ภายในหกสิบวัน นับแต่วันว่าง ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือ เหรัญญิก หรือเลขานุการว่างลง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอ ชื่อ ผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือเหรัญญิก หรือเลขานุการให้สภากาชาดไทยแต่งตั้ง (๒) กรณีตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดว่างลง เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดพ้น จากตำแหน่งและยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งแทน ให้ผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้งผู้ รักษาการแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก และเลขานุการ แล้วรายงานให้สภากาชาดไทย ทราบจนกว่าจะมีการดำเนินการตามข้อ ๔๗วรรคสอง (๓) กรณีตำแหน่งกรรมการอื่นๆว่างลง ให้ดำเนินการเลือกกรรมการตามข้อ ๔๗ วรรคสี่ แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลือของผู้ซึ่งตนแทน กรณีตำแหน่งผู้ ช่ วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หรือผู้ ช่ วยเหรัญญิก หรือ ผู้ช่วยเลขานุการว่างลง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอาจแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ กรณีไม่มีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่สภากาชาด ไทยมอบหมายปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ข้อ ๔๗/๕๖๑ กรณีสภากาชาดไทยได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า นายกเหล่า กาชาดจังหวัด รองนายกเหรัญญิก และเลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดผู้ใด บกพร่องทางความ ๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๖๐ ข้อ ๔๗/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๖๑ ข้อ ๔๗/๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ประพฤติหรือความสามารถไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ สภานายกจะสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อใดก็ได้ตามที่เห็นสมควร กรณีเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอ ได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า กรรมการอื่น ๆผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษาของเหล่า กาชาดจังหวัด หรือนายกกิ่งกาชาด รองนายก เหรัญญิก เลขานุการ กรรมการอื่น ๆผู้ช่วยนายกกิ่ง กาชาดอำเภอ ผู้ช่วยเหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษาของกิ่งกาชาดอำเภอผู้ใด บกพร่องทางความ ประพฤติหรือความสามารถไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสั่งให้พ้นจาก ตำแหน่งแล้วรายงานสภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๔๗ทวิ๖๒ (ยกเลิก) ข้อ ๔๗ตรี๖๓ (ยกเลิก) ข้อ ๔๗จัตวา๖๔ (ยกเลิก) ข้อ ๔๗เบญจ๖๕ (ยกเลิก) ข้อ ๔๗ฉ๖๖ (ยกเลิก) ข้อ ๔๗สัตต๖๗ (ยกเลิก) ข้อ ๔๗อัฏฐ๖๘ (ยกเลิก)
๒๕๕๓ ข้อ ๔๗ตรี ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ข้อ ๔๗จัตวา ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ข้อ ๔๗เบญจยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ข้อ ๔๗ฉ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ข้อ ๔๗สัตต ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ข้อ ๔๗อัฏฐ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ การจัดการทรัพย์สินของเหล่ากาชาดจังหวัด๖๙ ข้อ ๔๘๗๐ ทรัพย์สินซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในเหล่ากาชาดจังหวัดย่อมเป็นทรัพย์สินของ สภากาชาดไทยทั้งสิ้น ทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพื่อประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น หรือซึ่ง สภากาชาดไทยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดครอบครองใช้เก็บดอกผลและจัดหาประโยชน์ได้ ภายใต้ข้อบังคับและข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ต้องได้รับ อนุมัติจากสภากาชาดไทย ข้อ ๔๘/๑๗๑ บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบำรุงและเงินรายได้อื่น ซึ่งเหล่ากาชาด จังหวัดเป็นผู้จัดหาหรือได้มา ให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น โดยมอบหมายให้เหล่ากาชาด จังหวัดไว้เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยในจังหวัดนั้น เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีจำเป็นสภากาชาดไทยอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือเหล่ากาชาด จังหวัด และเหล่ากาชาดจังหวัดอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือกิ่งกาชาดอำเภอได้ ตามแต่ เห็นสมควร ข้อ ๔๘ทวิ๗๒ (ยกเลิก) ข้อ ๔๘ตรี๗๓ (ยกเลิก)
ข้อ ๔๙๗๕ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดมีภาระหน้าที่ภายในจังหวัดของตน ตามพระราชบัญญัติข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสภากาชาดไทยและแนวทางปฏิบัติสำหรับเหล่า หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๔การจัดการทรัพย์สินของเหล่ากาชาดจังหวัด แก้ไข เพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๘/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๘ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ข้อ ๔๘ตรี ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๕การปฏิบัติหน้าที่ของเหล่ากาชาดจังหวัด แก้ไข เพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ กาชาดจังหวัด ทั้งนี้ จะต้องกำหนดนโยบายและดำเนินการตามแผนงานที่สภากาชาดไทยได้อนุมัติ แล้ว ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสามครั้ง ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจัดให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และ คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอมีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ข้อ ๔๙/๑๗๖ ให้บรรดาเหล่ากาชาดจังหวัดรับสมัครสมาชิกในนามของสภากาชาด ไทย โดยเงินบำรุงค่าสมาชิกให้เป็นรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัด และให้ส่งรายนามผู้สมัครสมาชิก พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน ให้สภากาชาดไทยขึ้นทะเบียน ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่รับสมัคร ข้อ ๔๙/๒๗๗ การปฏิบัติงานของนายกเหล่ากาชาดจังหวัดซึ่งข้อบังคับนี้มิได้ห้าม เรื่องการมอบอำนาจไว้ หรือมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น นายกเหล่ากาชาดจังหวัด อาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือกรรมการอื่นเป็นผู้ปฏิบัติงานแทนได้ และให้อยู่ในความรับผิดชอบของนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนั้น ข้อ ๔๙/๓๗๘ ในกรณีที่นายกเหล่ากาชาดจังหวัดไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองนายก เหล่ากาชาดจังหวัดคนที่หนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่หนึ่งหรือมี แต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่สองเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่สอง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่ สามเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่สามหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดคนที่สี่เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดหรือมี แต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานสภากาชาดไทยแต่งตั้งกรรมการอื่นคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้รักษาการแทน
๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๗๖ ข้อ ๔๙/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๗๗ ข้อ ๔๙/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๗๘ ข้อ ๔๙/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๗๙ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๖ผู้แทนภาค แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาด ไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๐๘๐ เพื่อที่จะให้มีนายกเหล่ากาชาดจังหวัดได้เข้าร่วมเป็นกรรมการใน คณะกรรมการสภากาชาดไทย ให้รวมเหล่ากาชาดจังหวัดเข้าเป็นภาค ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ สภากาชาดไทย ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดในแต่ละภาคดำเนินการเลือกกันเอง ภาคละหนึ่งคน เพื่อเป็นผู้แทนภาคเข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการสภากาชาดไทย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ จัดให้มีการเลือกเป็นผู้เสนอชื่อให้สภากาชาดไทยประกาศแต่งตั้งเป็นกรรมการสภากาชาดไทย การเลือกนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพื่อเป็นผู้แทนภาค ให้เป็นไปตามระเบียบ สภากาชาดไทยกำหนด ให้ผู้แทนภาคแต่งตั้งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคเป็นรองผู้แทนภาคภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนภาค เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้แทนภาคได้ไม่เกินสองคน ในกรณีผู้แทนภาคไม่แต่งตั้งรองผู้แทนภาคภายในสามสิบวันให้สภากาชาดไทยเป็น ผู้พิจารณาแต่งตั้งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดในภาคเป็นรองผู้แทนภาคได้ไม่เกินสองคน ข้อ ๕๐/๑๘๑ ผู้แทนภาค มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี แต่อาจได้รับเลือก อีกได้ ข้อ ๕๐/๒๘๒ ผู้แทนภาคต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) พ้นจากตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดและไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกเหล่า กาชาดจังหวัดซึ่งอยู่ในภาคเดียวกัน (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔๗/๒ (๕) สภานายกเห็นสมควรให้พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๔๗/๕ (๖) พ้นวาระตามข้อ ๕๐/๑ (๗) สมาชิกภาพของสมาชิกสภากาชาดไทยสิ้นสุดลงตามข้อ ๒๑(๓) (๘) ขาดจากสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย เมื่อผู้แทนภาคพ้นจากตำแหน่งให้ดำเนินการเลือกนายกเหล่ากาชาดจังหวัดขึ้นเป็น ผู้แทนภาคตามข้อ ๕๐ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันว่างและให้ตำแหน่งรองผู้แทนภาค สิ้นสุดลงเมื่อสภากาชาดไทยได้ประกาศแต่งตั้งผู้แทนภาคตามข้อ ๕๐วรรคสองแล้ว กรณีผู้แทนภาคได้พ้นจากตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดและได้รับแต่งตั้งให้เป็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอีกจังหวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในภาคเดียวกันต่อเนื่องกัน ให้ถือว่ายังคงเป็นผู้แทนภาค ในคณะกรรมการสภากาชาดไทยตามวาระเดิม ทั้งนี้ ให้ตำแหน่งรองผู้แทนภาคยังคงอยู่เช่นเดิม ๘๐ ๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๘๑ ข้อ ๕๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๐/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๘๒ ข้อ ๕๐/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. การสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตาม (๔) และ(๕) ให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทย กำหนด ข้อ ๕๐/๓๘๓ ผู้แทนภาค มีภาระหน้าที่ภายในภาคของตน ดังนี้ (๑) เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการปฏิบัติงานของเหล่า กาชาดจังหวัดภายในภาค ตามพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสภากาชาดไทย และ แนวทางการปฏิบัติสำหรับเหล่ากาชาดจังหวัด (๒) จัดให้มีการประชุมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่าสาม ครั้ง (๓) แจ้งผลการประชุมกับคณะกรรมการสภากาชาดไทยที่ตนได้เข้าร่วมประชุมหรือ เรื่องอื่นใดที่ควรแจ้งให้เหล่ากาชาดจังหวัดทราบ (๔) ต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสภากาชาดไทยอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่ ไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้ ให้มีหนังสือมอบหมายรองผู้แทนภาคคนใดคนหนึ่งภายในภาคเข้าประชุม แทน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้แทนภาคอาจตกลงร่วมกันจัดให้ มีการประชุมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดระหว่างภาคร่วมกันได้หรือตามที่สภากาชาดไทยเห็นเป็นการ สมควรให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระหว่างภาคได้มีการประชุมร่วมกัน ข้อ ๕๐/๔๘๔ การปฏิบัติงานของผู้แทนภาค ซึ่งข้อบังคับนี้มิได้ห้ามเรื่องการมอบ อำนาจไว้หรือมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น ผู้แทนภาคอาจมอบอำนาจเป็นหนังสือ ให้รองผู้แทนภาคหรือนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภายในภาคของตนเป็นผู้ปฏิบัติงานแทนได้และให้อยู่ ในความรับผิดชอบของผู้แทนภาคนั้น ข้อ ๕๐/๕๘๕ ในกรณีที่ผู้แทนภาคไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองผู้แทนภาคคนที่หนึ่ง เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้แทนภาคคนที่หนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองผู้แทนภาคคนที่ สองเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้แทนภาคหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้นายกเหล่ากาชาด จังหวัดภายในภาคที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้แทนภาคหรือไม่มีนายกเหล่า กาชาดจังหวัดภายในภาคหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้สภากาชาดไทยมอบหมายนายกเหล่า กาชาดจังหวัดคนใดคนหนึ่งในภาคอื่นเป็นผู้รักษาการแทน
๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๘๓ ข้อ ๕๐/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๘๔ ข้อ ๕๐/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๘๕ ข้อ ๕๐/๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๑. การจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอ๘๖ ข้อ ๕๑๘๗ เพื่อให้บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตามอำเภอในภูมิภาคได้มีส่วนดำริ และดำเนินกิจการกาชาดได้ตามความต้องการเพื่อช่วยประสานงานและแบ่งเบาภารกิจของเหล่า กาชาดจังหวัดให้จัดการกาชาดในอำเภอนั้นขึ้นเป็นองค์การเรียกว่า “กิ่งกาชาดอำเภอ”นำหน้านาม ของอำเภอนั้น ข้อ ๕๑/๑๘๘ อำเภอหนึ่งให้มีกิ่งกาชาดอำเภอได้เพียงแห่งเดียว การขอจัดตั้งกิ่ง กาชาดอำเภอสามารถดำเนินการได้ ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดเห็นสมควรให้มีการจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอ ขึ้น ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแจ้งให้นายอำเภอแห่งท้องที่นั้น ยื่นเรื่องราวแสดงความจำนงจัดตั้ง กิ่งกาชาดอำเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือ (๒) นายอำเภอยื่นเรื่องราวแสดงความจำนงขอจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือ (๓) บรรดาสมาชิกสภากาชาดไทยตั้งแต่ประเภทสามัญขึ้นไปซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน อำเภอนั้น ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนรวมกันทำเรื่องราวเสนอต่อนายอำเภอเพื่อยื่นเรื่องราวแสดงความ จำนงขอจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ การยื่นเรื่องราวแสดงความจำนงการขอจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอจะต้องเสนอแผนงาน พร้อมด้วยรายละเอียดของงบประมาณรายได้และรายจ่ายให้ชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะปฏิบัติ หน้าที่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอเรื่องการขอจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอต่อสภากาชาดไทย พิจารณาอนุมัติ ๒. วัตถุประสงค์ของกิ่งกาชาดอำเภอ๘๙ ข้อ ๕๒๙๐ วัตถุประสงค์การจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอมีดังต่อไปนี้ (๑) ทำการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย (๒) ให้การสังคมสงเคราะห์แก่ราษฎรที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน และ ผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร ตลอดทั้งในท้องที่ทั่วไปและในชุมชนตามความจำเป็น หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๗กิ่งกาชาดอำเภอ ๑. การจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๑/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๗กิ่งกาชาดอำเภอ ๒. วัตถุประสงค์ของกิ่งกาชาด อำเภอแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ (๓) รับบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะอื่น (๔) ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต (๕) สนับสนุนและส่งเสริม กิจการยุวกาชาด อาสากาชาด จิตอาสาสภากาชาดไทย และกิจการต่าง ๆของสภากาชาดไทย (๖) ดำเนินการตามโครงการในพระราชดำริ (๗) เป็นตัวแทนของสภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดในอำเภอของตนตามที่ ได้รับมอบหมาย (๘) ส่งเสริมเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาด และการสร้างจิตสำนึกในเมตตา ธรรมและมนุษยธรรม ๓. คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ๙๑ ข้อ ๕๓๙๒ กิ่งกาชาดอำเภอหนึ่งให้มีคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอได้จำนวนไม่ น้อยกว่าสิบสี่คน แต่ไม่เกินสามสิบคน ประกอบด้วย (๑) นายกกิ่งกาชาดอำเภอ เป็นประธาน (๒) รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอ จำนวนไม่เกินสามคนเป็นรองประธาน (๓) เหรัญญิก (๔) เลขานุการ (๕) กรรมการอื่น ๆจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนแต่ไม่เกินยี่สิบสี่คน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้ แต่งตั้ งนายอำเภอ เป็นประธานที่ ปรึกษา คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ ให้นายอำเภอหรือผู้ ที่ สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอชื่อผู้สมควรดำรง ตำแหน่งนายกกิ่งกาชาดอำเภอ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอ เหรัญญิก และเลขานุการ ให้นายกเหล่า กาชาดจังหวัดพิจารณานำเสนอให้สภากาชาดไทยพิจารณา เมื่อสภากาชาดไทยเห็นชอบแล้ว ให้นายก เหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง กรรมการอื่น ๆตามวรรคหนึ่ง (๕) ให้นายกกิ่งกาชาดอำเภอแต่งตั้งได้จำนวนกึ่งหนึ่ง และให้สมาชิกประเภทสามัญขึ้นไปในอำเภอนั้น ซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจากสภากาชาดไทย เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้เลือกอีกจำนวนกึ่งหนึ่ง แล้วเสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง และรายงานให้ สภากาชาดไทยทราบ กรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถทำการเลือกได้ ให้รายงานเหล่ากาชาดจังหวัดขอขยาย เวลาออกไปได้เท่าที่จำเป็น การเลือกให้เป็นไปตามระเบียบสภากาชาดไทยกำหนด นายกกิ่งกาชาดอำเภออาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายกกิ่งกาชาดอำเภอ ผู้ช่วยเหรัญญิกหรือ ผู้ช่วยเลขานุการตามที่เห็นสมควรจำนวนไม่เกินตำแหน่งละสามคน ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกรรมการกิ่ง กาชาดอำเภอ ๙๑ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๗กิ่งกาชาดอำเภอ ๓. คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๙๒ ข้อ ๕๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ นายกกิ่งกาชาดอำเภอโดยความเห็นชอบของประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการกิ่ง กาชาดอำเภออาจแต่งตั้งผู้ที่ได้เคยช่วยเหลือหรือกำลังทำการช่วยเหลือในกิจการกาชาดเป็นที่ปรึกษา ได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ หรือผู้ช่วยนายกกิ่งกาชาดอำเภอ หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการ ของกิ่งกาชาดอำเภอ ให้นายกกิ่งกาชาดอำเภอรายงานการแต่งตั้งผู้ช่วยนายกกิ่งกาชาดอำเภอ ผู้ช่วย เหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการหรือที่ปรึกษาไปยังเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อรายงานให้สภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๕๓/๑๙๓ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอตามข้อ ๕๓(๒) และกรรมการอื่น ๆตาม ข้อ ๕๓(๕) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกัน เกินสามวาระไม่ได้ กรณีรองนายกกิ่งกาชาดอำเภอ หรือกรรมการอื่น ๆดำรงตำแหน่งติดต่อกันครบ สามวาระให้เว้นการดำรงตำแหน่งหนึ่งวาระ กรณีรองนายกกิ่งกาชาดอำเภอดำรงตำแหน่งครบวาระให้นายอำเภอเสนอชื่อผู้ สมควรดำรงตำแหน่งให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิจารณาเสนอให้สภากาชาดไทยพิจารณา ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ เมื่อสภากาชาดไทยเห็นชอบแล้ว ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด แต่งตั้ง กรณีกรรมการตามวรรคหนึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือก กรรมการแล้วแต่กรณี แทนตำแหน่งที่ว่าง ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ กรณีที่ ยังมิได้มี การแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๕๓วรรคสี่ ให้กรรมการชุดเดิม รักษาการจนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่ ข้อ ๕๓/๒๙๔ คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติทั่วไป (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย (๒) เป็นสมาชิกประเภทสามัญขึ้นไปในอำเภอนั้นซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจาก สภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว และกรณีเป็นสมาชิกประเภทสามัญรายปีต้องไม่ขาดส่งเงินบำรุงรายปี (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในหลักการกาชาด (๔) เป็นผู้มีจิตศรัทธาในการกุศล เป็นที่ยอมรับของประชาชนและสนใจในกิจการ ของสภากาชาดไทย (๕) เป็นผู้ที่อุทิศเวลาและสามารถปฏิบัติงานของกิ่งกาชาดอำเภอได้ (๖) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๗) ไม่เป็นกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้ช่วย เหรัญญิก ผู้ช่วยเลขานุการ หรือที่ปรึกษาของเหล่ากาชาดจังหวัด ๒๕๖๐ ๒๕๖๐ ๙๓ ข้อ ๕๓/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๙๔ ข้อ ๕๓/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. (๘) ไม่เป็นบุคลากรของสภากาชาดไทย ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่ รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองที่รับผิดชอบในการบริหาร พรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (๒) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่น หรือข้าราชการการเมือง (๓) เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๔) เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๕) เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเสียชื่อในทางพาลหรือทางทุจริตหรือบกพร่องในศีลธรรม อันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม (๖) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ข้อ ๕๓/๓๙๕ กรรมการกิ่งกาชาดอำเภอต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕๓/๒ (๔) พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๔๗/๕ (๕) พ้นวาระตามข้อ ๕๓/๑ (๖) สมาชิกภาพของสมาชิกสภากาชาดไทยสิ้นสุดลงตามข้อ ๒๑(๓) (๗) ขาดจากสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย (๘) กระทำการหรือละเว้นกระทำการอื่นใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดย อาศัยอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือในทางการเมือง (๙) ขาดประชุมคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอัน สมควรหรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย นายอำเภอใดพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกกิ่งกาชาดอำเภอ รองนายก เหรัญญิก เลขานุการ ผู้ช่วยนายกกิ่งกาชาดอำเภอ ประธานและที่ปรึกษาคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอนั้น พ้น จากตำแหน่งด้วย กรณีเหรัญญิกหรือเลขานุการพ้นจากตำแหน่งให้ผู้ ช่ วยเหรัญญิกหรือ ผู้ช่วยเลขานุการ แล้วแต่กรณี พ้นจากตำแหน่งด้วย การสั่ งให้พ้ นจากตำแหน่งตาม (๓) (๔) (๘) และ (๙) ให้เป็นไปตามระเบียบ สภากาชาดไทยกำหนด ๙๕ ๒๕๖๐ ข้อ ๕๓/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ข้อ ๕๓/๔๙๖ เมื่อตำแหน่งกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอตามข้อ ๕๓ว่างลงเพราะเหตุ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๕๓/๓เว้นแต่การพ้นจากตำแหน่งแล้วมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง แทนเหลือไม่ถึงสามสิบวัน ให้ดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบ วันนับแต่วันว่าง ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีตำแหน่งนายกกิ่ งกาชาดอำเภอ หรือรองนายก หรือเหรัญญิก หรือ เลขานุการกิ่งกาชาดอำเภอว่างลง ให้นายอำเภอ หรือผู้ที่สภากาชาดไทยมอบหมายเป็นผู้เสนอชื่อผู้ สมควรดำรงตำแหน่งนายกกิ่งกาชาดอำเภอหรือรองนายก หรือเหรัญญิก หรือเลขานุการ กิ่งกาชาด อำเภอ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเสนอสภากาชาดไทยพิจารณา เมื่อสภากาชาดไทยเห็นชอบแล้ว ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง (๒) กรณีตำแหน่งนายกกิ่งกาชาดอำเภอว่างลง เนื่องจากนายอำเภอพ้นจากตำแหน่ง และยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งแทน ให้ผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอเสนอชื่อผู้รักษาการแทนนายก กิ่งกาชาดอำเภอ เหรัญญิก และเลขานุการ ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิจารณาแต่งตั้ง แล้วรายงาน สภากาชาดไทยทราบ (๓) กรณีตำแหน่งกรรมการอื่น ๆว่างลงให้ดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือกกรรมการ แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๕๓วรรคสี่ แทนตำแหน่งที่ว่างและให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลือของ ผู้ซึ่งตนแทน เสนอนายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ง กรณีตำแหน่งผู้ช่วยนายกกิ่งกาชาดอำเภอ หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเลขานุการ ว่างลง นายกกิ่งกาชาดอำเภออาจแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ กรณีไม่มีคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอให้นายอำเภอหรือผู้ที่สภากาชาดไทย มอบหมายเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ ๔. การจัดการทรัพย์สินของกิ่งกาชาดอำเภอ๙๗ ข้อ ๕๔๙๘ ทรัพย์สินซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในกิ่งกาชาดอำเภอย่อมเป็นทรัพย์สินของ สภากาชาดไทยทั้งสิ้น ทรัพย์สินซึ่งผู้บริจาคระบุให้ใช้เพื่อประโยชน์ของกิ่งกาชาดอำเภอนั้น หรือซึ่ง สภากาชาดไทยมอบหมายให้กิ่งกาชาดอำเภอครอบครองใช้เก็บดอกผลและจัดหาประโยชน์ได้ภายใต้ ข้อบังคับและข้อระเบียบว่าด้วยการนั้น กรณีการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ต้องได้รับอนุมัติ จากสภากาชาดไทย ๙๖ ๒๕๖๐ ๙๗ ข้อ ๕๓/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๗กิ่งกาชาดอำเภอ ๔. การจัดการทรัพย์สินของกิ่ง กาชาดอำเภอแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๙๘ ข้อ ๕๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๔/๑๙๙ บรรดารายรับ เงินอุดหนุน เงินบำรุงและเงินรายได้อื่น ซึ่งกิ่งกาชาด อำเภอเป็นผู้จัดหาหรือได้มา ให้ถือเป็นเงินของสภากาชาดไทยทั้งสิ้น โดยมอบหมายให้กิ่งกาชาด อำเภอไว้เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยในอำเภอนั้น เว้นแต่สภากาชาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีจำเป็นสภากาชาดไทยอาจส่งเงินและหรือทรัพย์สินช่วยเหลือกิ่งกาชาด อำเภอได้ตามแต่เห็นสมควร ๕. การปฏิบัติหน้าที่ของกิ่งกาชาดอำเภอ๑๐๐ ข้อ ๕๕๑๐๑ คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ มีภาระ หน้าที่ภายในอำเภอของตนตาม พระราชบัญญัติข้อบังคับ ระเบียบคำสั่งของสภากาชาดไทยแนวทางปฏิบัติสำหรับกิ่งกาชาดอำเภอ นโยบายของเหล่ากาชาดจังหวัดและดำเนินการตามแผนงานที่สภากาชาดไทยได้อนุมัติแล้ว ให้นายกกิ่งกาชาดอำเภอจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอปีหนึ่งไม่ น้อยกว่าสามครั้ง ให้คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการเหล่ากาชาด จังหวัดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ข้อ ๕๕/๑๑๐๒ ให้บรรดากิ่งกาชาดอำเภอรับสมัครสมาชิกในนามของสภากาชาด ไทยโดยเงินบำรุงค่าสมาชิกให้เป็นรายได้ของกิ่งกาชาดอำเภอ และให้ส่งรายนามผู้สมัครให้สภากาชาด ไทยขึ้นทะเบียนสมาชิกภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่รับสมัคร ข้อ ๕๕/๒๑๐๓ การปฏิบัติงานของกิ่งกาชาดอำเภอ ซึ่งข้อบังคับนี้มิได้ห้ามเรื่องการ มอบอำนาจไว้ หรือมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น นายกกิ่งกาชาดอำเภออาจมอบ อำนาจเป็นหนังสือให้รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอหรือกรรมการอื่นเป็นผู้ปฏิบัติงานแทนได้ และให้อยู่ ในความรับผิดชอบของนายกกิ่งกาชาดอำเภอนั้น ข้อ ๕๕/๓๑๐๔ ในกรณีที่นายกกิ่งกาชาดอำเภอไม่อาจปฏิบัติงานได้ให้รองนายกกิ่ง กาชาดอำเภอคนที่หนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกกิ่งกาชาดอำเภอคนที่หนึ่งหรือมีแต่ไม่ ข้อ ๕๔/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัดส่วนที่ ๗กิ่งกาชาดอำเภอ๕.การปฏิบัติหน้าที่ของกิ่งกาชาด อำเภอแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๕/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๕/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๕๕/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอคนที่สองเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกกิ่ง กาชาดอำเภอคนที่สองหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอคนที่สามเป็นผู้ รักษาการแทน ถ้าไม่มีรองนายกกิ่งกาชาดอำเภอหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้นายอำเภอรายงาน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแต่งตั้ งกรรมการอื่ นคนใดคนหนึ่ งเป็นผู้ รักษาการแทนและรายงาน สภากาชาดไทยทราบ ข้อ ๕๕/๔๑๐๕ เมื่อได้จัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอขึ้นในท้องที่ใดแล้ว ให้คณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัดกำกับดูแลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ ให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์การจัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอ พระราชบัญญัติข้อบังคับ ระเบียบคำสั่งของสภากาชาดไทย แนวทางการปฏิบัติ สำหรับกิ่ งกาชาดอำเภอ นโยบายของเหล่ากาชาดจังหวัด และแผนงานที่ สภากาชาดไทยอนุมัติหากมีความจำเป็นจะต้องมอบหมายงานหรือมอบอำนาจหน้าที่ให้กิ่งกาชาด อำเภอก็ให้ดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร หรือตามระเบียบว่าด้วยการนั้น
ข้อ ๕๖๑๐๗ ให้คณะกรรมการบริหารวางระเบียบว่าด้วย อำนาจหน้าที่ การเข้าดำรง ตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การดำเนินงาน และการอื่ นที่ เกี่ ยวข้องกับภาระหน้าที่ ของ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ และผู้แทนภาคได้ ข้อ ๕๖/๑๑๐๘ กรณีเหล่ากาชาดจังหวัดใดไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามวัตถุประสงค์ การจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด พระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ของสภากาชาดไทย สภากาชาดไทยจะเข้าดำเนินกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัดนั้นเอง หรือจะสั่งยุบเหล่ากาชาดจังหวัด นั้นเสียก็ได้ตามมติคณะกรรมการสภากาชาดไทย กรณีกิ่งกาชาดอำเภอใดไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งกิ่งกาชาด อำเภอ พระราชบัญญัติข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสภากาชาดไทยสภากาชาดไทยจะเข้าดำเนิน กิจการของกิ่งกาชาดอำเภอนั้นเองหรือมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดเข้าดำเนินการในกิ่งกาชาดอำเภอ นั้นหรือจะสั่งยุบกิ่งกาชาดอำเภอนั้นเสียก็ได้ ตามมติคณะกรรมการบริหารสภากาชาดไทย
๒๕๖๐ ๑๐๖ ข้อ ๕๕/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. หมวดที่ ๘เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนที่ ๘บทเบ็ดเตล็ด แก้ไขเพิ่ มเติมโดยข้อบังคับ สภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๐๗ ข้อ ๕๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๐๘ ข้อ ๕๖/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐ ยุวกาชาด๑๐๙ ข้อ ๕๗๑๑๐ ยุวกาชาดมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมให้เด็กและเยาวชนชายและหญิง (๑) มีอุดมคติในศานติสุข มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ (๒) มีความรู้ ความชำนาญในการรักษาอนามัยของตนเองและของผู้อื่น ตลอดจน การพัฒนาตนเองทางร่างกาย จิตใจ คุณธรรมและธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ (๓) มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์กาชาด มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ (๔) บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ชุมชนสังคม และประเทศชาติ (๕) มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๖) มีสัมพันธภาพและมิตรภาพที่ดีต่อบุคคลทั่วไป ข้อ ๕๘๑๑๑ กิจการยุวกาชาดอยู่ในความดูแลและกำกับทั่วไปของสภากาชาดไทย โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนโดยการจัดหน่วยงาน รองรับ ข้อ ๕๘/๑๑๑๒ ยุวกาชาดแบ่งออกเป็น ๒ประเภทดังนี้ (๑) สมาชิกยุวกาชาด ได้แก่ เด็กและเยาวชนอายุย่างเข้าปีที่ ๗ถึง ๑๘ปี และหรือ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (ยุวกาชาด ระดับ๑- ยุวกาชาดระดับ๔) และเลือกเรียนยุวกาชาดตามหลักสูตรกิจกรรมยุวกาชาด (๒) อาสายุวกาชาด ได้แก่ เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง ๑๕ปี ถึง ๓๐ปี ที่กำลัง ศึกษาทั้งในระบบ และนอกระบบการศึกษาสำเร็จการอบรมหลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาดและสังกัด ชมรมอาสายุวกาชาดรวมทั้งบุคคลที่มีความสนใจสมัครเป็นอาสายุวกาชาด ข้อ ๕๙๑๑๓ ให้จัดระเบียบการบริหารยุวกาชาด ดังนี้ (๑) คณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) คณะกรรมการยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร (๓) คณะกรรมการยุวกาชาดจังหวัด หมวดที่ ๙ยุวกาชาด แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒) พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๕๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๕๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๕๘/๑เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๕๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ (๔) คณะกรรมการยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานคร (๕) คณะกรรมการยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด (๖) คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (๗) คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด (๘) คณะกรรมการยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (๙) คณะกรรมการยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (๑๐)คณะกรรมการยุวกาชาดเมืองพัทยา (๑๑)คณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา (๑๒)คณะกรรมการอาสายุวกาชาด ข้อ ๕๙ทวิ๑๑๔ (ยกเลิก) ข้อ ๕๙ตรี๑๑๕ (ยกเลิก) ข้อ ๕๙จตุ๑๑๖ (ยกเลิก) ข้อ ๕๙เบญจ๑๑๗ (ยกเลิก) ข้อ ๖๐๑๑๘ คณะกรรมการบริหารยุวกาชาดตามข้อ ๕๙(๑) ประกอบด้วย (๑) เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานกรรมการ (๒) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินสิบคน เป็นกรรมการ (๔) ผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็นผู้แทนของหน่วยงานและส่วนราชการที่สภากาชาดไทย เห็นว่าเกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยเป็นกรรมการและเลขานุการ (๖) ผู้ อำนวยการสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและรองผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยเป็นกรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ สภานายกสภากาชาดไทยมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด ข้อ ๕๙ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๕๙ตรี ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๕๙จตุ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๕๙เบญจยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๐ทวิ๑๑๙ (ยกเลิก) ข้อ ๖๐ตรี๑๒๐ (ยกเลิก) ข้อ ๖๐จตุ๑๒๑ (ยกเลิก) ข้อ ๖๐เบญจ๑๒๒ (ยกเลิก) ข้อ ๖๑๑๒๓ คณะกรรมการบริหารยุวกาชาดตามข้อ ๖๐มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดนโยบายและบริหารงานยุวกาชาดให้เป็นไปตามนโยบายของสภากาชาด ไทยแผนการศึกษาแห่งชาติและวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๒) กำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับยุวกาชาดให้เหมาะสมกับกาลสมัย และให้ สอดคล้องกับข้อบังคับนี้ (๓) พิจารณาและกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และ ผู้บังคับบัญชายุวกาชาด สมาชิกยุวกาชาดและอาสายุวกาชาด (๔) กำกับดูแลการดำเนินงานและส่งเสริมสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๕) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของยุวกาชาด (๖) ดำเนินการอื่ นตามที่ กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หรือระเบียบ หรือตามที่ คณะกรรมการสภากาชาดไทยมอบหมาย ข้อ ๖๑ทวิ๑๒๔ (ยกเลิก) ข้อ ๖๐ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๐ตรี ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๐จตุ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๐เบญจยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๑ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๒๑๒๕ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นนายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นรองนายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร สภานายกสภากาชาดไทยมีอำนาจแต่งตั้งนายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร นายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้ งรองนายกยุวกาชาด กรุงเทพมหานครและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๒/๑๑๒๖ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด เป็นนายกยุวกาชาดจังหวัด มี อำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในจังหวัด ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด เป็นรองนายกยุวกาชาดจังหวัด สภานายกสภากาชาดไทยมีอำนาจแต่งตั้งนายกยุวกาชาดจังหวัด นายกยุวกาชาดจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกยุวกาชาดจังหวัด และแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๓๑๒๗ คณะกรรมการยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๕๙ (๒) ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ (๒) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการสำนัก การศึกษา เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) ข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานครซึ่ งนายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร เห็นสมควรให้แต่งตั้งจำนวนห้าคน เป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการกองพัฒนาข้าราชการครูกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและ เลขานุการ (๖) หัวหน้ากลุ่ มงานพัฒนาผู้ นำลูกเสือและยุวกาชาด เป็นกรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้ งคณะกรรมการยุวกาชาด กรุงเทพมหานคร ข้อ ๖๓ทวิ๑๒๘ (ยกเลิก) ๒๕๖๒ ๒๕๖๒ ๒๕๕๐ ๑๒๕ ข้อ ๖๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๒๖ ๑๒๗ ข้อ ๖๒/๑เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๒๘ ข้อ ๖๓ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ข้อ ๖๓ตรี๑๒๙ (ยกเลิก) ข้อ ๖๓จตุ๑๓๐ (ยกเลิก) ข้อ ๖๔๑๓๑ ในแต่ละจังหวัดให้มีคณะกรรมการยุวกาชาดจังหวัด ตามข้อ ๕๙(๓) ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดจังหวัด เป็นประธานกรรมการ (๒) นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัดและศึกษาธิการ ภาคเป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด นายกสภา มหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัด อธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัด ประธานอาชีวศึกษา จังหวัด ผู้บัญชาการเรือนจำกลางผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด ผู้อำนวยการทัณฑสถานนายอำเภอ ท้องถิ่นจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชน เป็นกรรมการ (๕) ศึกษาธิการจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ (๖) ผู้อำนวยการกลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียนสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดและเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปประจำสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด สำนักงานบริหารกิจการ เหล่ากาชาดสภากาชาดไทยเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดจังหวัด ข้อ ๖๔ทวิ๑๓๒ (ยกเลิก) ข้อ ๖๕๑๓๓ คณะกรรมการยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการยุวกาชาด จังหวัด ตามข้อ ๖๓และข้อ ๖๔แล้วแต่กรณี มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในสังกัดกรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด ข้อ ๖๓ตรี ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๓จตุ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๔ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๖๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของกรุงเทพมหานครหรือ จังหวัดนั้น (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปีของยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานครหรือยุวกาชาด ศึกษาธิการจังหวัด แล้วแต่กรณี (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๖) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาด (๗) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดมอบหมาย ข้อ ๖๕ทวิ๑๓๔ (ยกเลิก) ข้อ ๖๖๑๓๕ ให้ผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานคร เป็นนายกยุวกาชาดเขต มี อำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในเขตที่รับผิดชอบ นายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งนายกยุวกาชาดเขต ให้ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานคร เป็นรองนายกยุวกาชาดเขต นายกยุวกาชาดเขต มีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต เป็นรองนายกยุวกาชาดเขต และแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๖ทวิ๑๓๖ (ยกเลิก) ข้อ ๖๗๑๓๗ คณะกรรมการยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๕๙(๔) ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดเขตเป็นประธานกรรมการ (๒) ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) นายกหมู่ยุวกาชาดและ/หรือประธานกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด ที่นายกยุวกาชาดเขตเห็นสมควรให้แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๕) หัวหน้าฝ่ายการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ ๒๕๕๐ ๒๕๖๒ ๒๕๓๖ ๒๕๖๒ ๑๓๔ ข้อ ๖๕ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๑๓๕ ข้อ ๖๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๓๖ ข้อ ๖๖ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๐)พุทธศักราช ๑๓๗ ข้อ ๖๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช (๖) ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าฝ่ายการศึกษาจำนวนไม่เกินสองคนเป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดเขตมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานคร ข้อ ๖๗ทวิ๑๓๘ (ยกเลิก) ข้อ ๖๘๑๓๙ คณะกรรมการยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๖๗มีอำนาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในเขตที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด และนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของเขตที่รับผิดชอบ (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในเขตของกรุงเทพมหานคร (๕) จัดทำรายงานประจำปียุวกาชาดในสังกัดเสนอต่อนายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาดในเขตที่รับผิดชอบ (๘) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดหรือคณะกรรมการยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร มอบหมาย ข้อ ๖๘/๑๑๔๐ ให้ท้องถิ่นจังหวัด เป็นนายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัดนั้น มีอำนาจ หน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในเขตของท้องถิ่นจังหวัด นายกยุวกาชาดจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้งนายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นรองนายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด นายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นรองนายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด และแต่งตั้ง คณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๘/๒๑๔๑ คณะกรรมการยุวกาชาดท้องถิ่ นจังหวัด ตามข้อ ๕๙ (๕) ประกอบด้วย ๒๕๕๐ ๒๕๖๒ ๑๓๘ ข้อ ๖๗ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๑๓๙ ข้อ ๖๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๔๐ ข้อ ๖๘/๑เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๘/๒เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๔๑ (๑) นายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด เป็นประธานกรรมการ (๒) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนายกเทศมนตรี(เทศบาลนครเทศบาลเมือง เทศบาลตำบล)นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาลปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการสำนัก/กองการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้ทำหน้าที่ศึกษานิเทศก์ นายกหมู่ยุวกาชาด หรือ ผู้แทน ครู ที่ได้รับมอบหมายเป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด เป็นกรรมการและ เลขานุการ (๖) เจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดศึกษานิเทศก์ หรือ ผู้ทำหน้าที่ศึกษานิเทศก์ จำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดท้องถิ่น จังหวัด ข้อ ๖๘/๓๑๔๒ คณะกรรมการยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด ตามข้อ ๖๘/๒มีอำนาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในเขตของท้องถิ่นจังหวัดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นจังหวัดนั้น (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในสังกัดท้องถิ่นจังหวัด (๕) จัดทำรายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในสังกัดเสนอต่อนายกยุวกาชาด ศึกษาธิการจังหวัด (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาด (๘) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หรือระเบียบ หรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดมอบหมาย ข้อ ๖๘/๔๑๔๓ ให้ศึ กษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นนายกยุวกาชาด ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดกรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบ รองประธานกรรมการบริหารยุวกาชาด เป็นผู้แต่งตั้งนายกยุวกาชาดศึกษาธิการ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้รองศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองนายกยุวกาชาดศึกษาธิการ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ๑๔๒ ๑๔๓ ข้อ ๖๘/๓เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๘/๔เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้ง รองศึกษาธิการ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองนายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานครและแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๘/๕๑๔๔ คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๕๙(๖) ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ (๒) ผู้ อำนวยการสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กรุงเทพมหานคร (๓) รองศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นรอง ประธานกรรมการผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) นายกหมู่ยุวกาชาด และ/หรือประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการกลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน เป็นกรรมการและ เลขานุการ (๖) ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการกลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน จำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ ยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ข้อ ๖๘/๖๑๔๕ คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานครตามข้อ ๖๘/ ๕มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบ (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบ (๕) จัดทำรายงานประจำปียุวกาชาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบเสนอต่อ สำนักการลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบ ๑๔๔ ๑๔๕ ข้อ ๖๘/๕เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๘/๖เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ (๘)ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือตามที่คณะกรรมการสภากาชาดไทย หรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดมอบหมาย ข้อ ๖๘/๗๑๔๖ ให้ศึกษาธิการจังหวัด เป็นนายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด มี อำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดที่รับผิดชอบ นายกยุวกาชาดจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้งนายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด ให้รองศึกษาธิการจังหวัด เป็นรองนายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งรองศึกษาธิการจังหวัด เป็นรอง นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๘/๘๑๔๗ คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด ตามข้อ ๕๙(๗) ในแต่ละ จังหวัด ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ (๒) รองศึกษาธิการจังหวัด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) นายกหมู่ยุวกาชาดและ/หรือประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการกลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน เป็นกรรมการและ เลขานุการ (๖) ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการกลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน จำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการ จังหวัด ข้อ ๖๘/๙๑๔๘ คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดตามข้อ ๖๘/๘มีอำนาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในจังหวัดที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของจังหวัดที่รับผิดชอบ (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาดของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา และท้องถิ่นจังหวัด (๕) จัดทำรายงานประจำปีของยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา และท้องถิ่นจังหวัด เสนอต่อนายกยุวกาชาดจังหวัด ๑๔๖ ข้อ ๖๘/๗เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๖๘/๘เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๔๘ ข้อ ๖๘/๙เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๔๗ (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาดในจังหวัดที่รับผิดชอบ (๘) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดหรือคณะกรรมการยุวกาชาดจังหวัดมอบหมาย ข้อ ๖๙๑๔๙ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เป็นนายกยุว กาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มีอำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาที่รับผิดชอบ นายกยุวกาชาดจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้งนายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เป็นรองนายกยุวกาชาด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามีอำนาจแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเป็น รองนายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๖๙ทวิ๑๕๐ (ยกเลิก) ข้อ ๗๐๑๕๑ คณะกรรมการยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตามข้อ ๕๙ (๘) ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เป็นประธานกรรมการ (๒) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) นายกหมู่ยุวกาชาด และ/หรือประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๕) ผู้ อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำนักงานเขตพื้ นที่การศึกษา ประถมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ (๖) ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ ยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ๒๕๖๒ ๒๕๕๐ ๒๕๖๒ ๑๔๙ ข้อ ๖๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๕๐ ข้อ ๖๙ทวิ ยกเลิกโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๑๕๑ ข้อ ๗๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ข้อ ๗๑๑๕๒ คณะกรรมการยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตามข้อ ๗๐มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในเขตที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด และนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาที่รับผิดชอบ (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา (๕) จัดทำรายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในสังกัด เสนอต่อนายกยุวกาชาด ศึกษาธิการจังหวัด (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาดในเขตที่รับผิดชอบ (๘) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดหรือคณะกรรมการยุวกาชาดจังหวัดหรือ คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดมอบหมาย ข้อ ๗๑/๑๑๕๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็น นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีอำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาที่รับผิดชอบ นายกยุวกาชาดจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้งนายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นรองนายกยุวกาชาด เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีอำนาจแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นรองนายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และ แต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็นเจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ข้อ ๗๑/๒๑๕๔ คณะกรรมการยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตามข้อ ๕๙ (๙) ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นประธานกรรมการ (๒) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ๒๕๖๒ ๑๕๒ ข้อ ๗๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๕๓ ข้อ ๗๑/๑เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๑/๒เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๕๔ (๔) นายกหมู่ยุวกาชาดและ/หรือประธานกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ (๖) ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ ยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ข้อ ๗๑/๓๑๕๕ คณะกรรมการยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตามข้อ ๗๑/๒มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในเขตที่ รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพของเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาที่รับผิดชอบ (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาด ของสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา (๕) จัดทำรายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในสังกัด เสนอต่อนายกยุวกาชาด ศึกษาธิการจังหวัด (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาดในเขตที่รับผิดชอบ (๘) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดหรือคณะกรรมการยุวกาชาดจังหวัดหรือ คณะกรรมการยุวกาชาดศึกษาธิการจังหวัดมอบหมาย ข้อ ๗๑/๔๑๕๖ ให้นายกเมืองพัทยา เป็นนายกยุวกาชาดเมืองพัทยามีอำนาจหน้าที่ บริหารงานยุวกาชาดในสังกัด นายกยุวกาชาดจังหวัดชลบุรี เป็นผู้แต่งตั้งนายกยุวกาชาดเมืองพัทยา ให้รองนายกเมืองพัทยา เป็นรองนายกยุวกาชาดเมืองพัทยา นายกยุวกาชาดเมืองพัทยา มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกเมืองพัทยา เป็นรองนายก ยุวกาชาดเมืองพัทยา และแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษาและเจ้าหน้าที่ในสังกัดเป็น เจ้าหน้าที่ยุวกาชาด ๑๕๕ ๑๕๖ ข้อ ๗๑/๓เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๑/๔เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๑/๕๑๕๗ คณะกรรมการยุวกาชาดเมืองพัทยา ตามข้อ ๕๙(๑๐)ประกอบด้วย (๑) นายกยุวกาชาดเมืองพัทยา เป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกเมืองพัทยา ประธานสภาเมืองพัทยา ปลัดเมืองพัทยา เป็นรองประธาน กรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) รองปลัดเมืองพัทยา รองประธานสภาเมืองพัทยา เป็นกรรมการ (๕) ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเมืองพัทยา เป็นกรรมการและเลขานุการ (๖) ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเมืองพัทยาจำนวนไม่เกิน สองคนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดเมืองพัทยา มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดเมืองพัทยา ข้อ ๗๑/๖๑๕๘ คณะกรรมการยุวกาชาดเมืองพัทยา มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในสังกัดที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด และนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดให้เหมาะสมกับสภาพการปกครองเมืองพัทยา (๓) กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบาย ของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๔) พิจารณารายงานประจำปียุวกาชาดของสถานศึกษาในเขตเมืองพัทยา (๕) จัดทำรายงานประจำปียุวกาชาดในสังกัดเสนอต่อนายกยุวกาชาดศึกษาธิการ จังหวัดชลบุรี (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๗) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาด (๘) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือตามที่คณะกรรมการ สภากาชาดไทยหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดหรือคณะกรรมการบริหารยุวกาชาดจังหวัดชลบุรี มอบหมาย ข้อ ๗๒๑๕๙ ให้ผู้ บริหารสถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นนายกหมู่ ยุ วกาชาดของ สถานศึกษามีอำนาจหน้าที่บริหารงานยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบ นายกยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานคร นายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด นายกยุวกาชาด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือนายกยุวกาชาด เมืองพัทยา แล้วแต่กรณี เป็นผู้แต่งตั้งนายกหมู่ยุวกาชาด ให้รองผู้บริหารสถานศึกษา เป็นรองนายกหมู่ยุวกาชาด นายกหมู่ยุวกาชาด มีอำนาจแต่งตั้ง รองผู้บริหารสถานศึกษา เป็นรองนายกหมู่ ยุวกาชาด ๑๕๗ ข้อ ๗๑/๕เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๑/๖เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๕๙ ข้อ ๗๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๕๘ ๒๕๖๒ ในกรณีที่สถานศึกษาใดไม่มีรองผู้บริหารสถานศึกษาให้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองนายกหมู่ยุวกาชาด ข้อ ๗๓๑๖๐ คณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษาตามข้อ ๕๙(๑๑)ประกอบด้วย (๑) นายกหมู่ยุวกาชาด เป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกหมู่ยุวกาชาด เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้ทรงคุณธรรมจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ (๔) ผู้นำกลุ่ม รองผู้นำกลุ่มทุกคนในสถานศึกษา เป็นกรรมการ (๕) ผู้นำกลุ่มคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกหมู่ยุวกาชาด เป็นกรรมการและ เลขานุการ (๖) ผู้นำกลุ่มหรือรองผู้นำกลุ่ม จำนวนไม่เกินสองคนที่ได้รับมอบหมายจากนายก หมู่ยุวกาชาด เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายกยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานคร นายกยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด นายกยุวกาชาด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหรือนายกยุวกาชาด เมืองพัทยา แล้วแต่กรณี เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา ข้อ ๗๔๑๖๑ คณะกรรมการยุวกาชาดสถานศึกษา ตามข้อ ๗๓มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๒) ดำเนินงานยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามนโยบายของ สภากาชาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ (๓) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบ (๔) กำกับดูแลการดำเนินงานของยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด (๕) พิจารณารายงานประจำปีของหมู่ยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบ (๖) จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อนายกยุวกาชาดเขตกรุงเทพมหานครหรือนายก ยุวกาชาดท้องถิ่นจังหวัด หรือนายกยุวกาชาดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือนายกยุวกาชาด เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือนายกยุวกาชาดเมืองพัทยา หรือผู้อำนวยการสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน แล้วแต่กรณี (๗) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการยุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๘) ดำริและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆในการดำเนินงานยุวกาชาดในสถานศึกษาที่รับผิดชอบ (๙) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบหรือที่คณะกรรมการ ยุวกาชาดตามข้อ ๕๙มอบหมาย ๒๕๖๒ ๒๕๖๒ ๑๖๐ ข้อ ๗๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๖๑ ข้อ ๗๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ข้อ ๗๔/๑๑๖๒ กรรมการผู้ทรงคุณธรรม ตามข้อ ๖๐,๖๓,๖๔,๖๗,๖๘/๒,๖๘/๕, ๖๘/๘,๗๐,๗๑/๒,๗๑/๕,๗๓ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ โดย มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีจิตศรัทธาในการกุศลสาธารณะและเป็นที่นับถือของประชาชนในท้องถิ่น (๒) มีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๓) มีความสนใจและเต็มใจช่วยเหลือสนับสนุนกิจการยุวกาชาด ข้อ ๗๔/๒๑๖๓ การตั้งหมู่ยุวกาชาด (๑) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารยุวกาชาดมีอำนาจ อนุมัติการจัดตั้งหมู่ยุวกาชาดสถานศึกษาและลงนามในหนังสือสำคัญการตั้งหมู่ยุวกาชาด (๒) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะนายกยุวกาชาดกรุงเทพมหานคร มีอำนาจ อนุมัติการจัดตั้งหมู่ยุวกาชาดสถานศึกษาและลงนามในหนังสือสำคัญการตั้งหมู่ยุวกาชาด (๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะนายกยุวกาชาดจังหวัด มีอำนาจอนุมัติการจัดตั้ง หมู่ยุวกาชาดสถานศึกษาและลงนามในหนังสือสำคัญการตั้งหมู่ยุวกาชาด ข้อ ๗๔/๓๑๖๔ คณะกรรมการอาสายุวกาชาดตามข้อ ๕๙(๑๒)ประกอบด้วย (๑) คณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด (๒) คณะกรรมการชมรมอาสายุวกาชาด ข้อ ๗๔/๔๑๖๕ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถาบันการศึกษาหรือผู้บริหาร หน่วยงานเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด มีอำนาจหน้าที่บริหารงานชมรมอาสา ยุวกาชาดในสังกัดและแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาดและคณะกรรมการชมรม อาสายุวกาชาด ข้อ ๗๔/๕๑๖๖ คณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด ตามข้อ ๗๔/๓(๑) ประกอบด้วย (๑) ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถาบันการศึกษาหรือผู้บริหารหน่วยงาน เป็นประธานกรรมการ (๒) รองผู้บริหารสถานศึกษาหรือรองผู้บริหารสถาบันการศึกษาหรือรองผู้บริหาร หน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาหรือบุคลากรของหน่วยงานอย่างน้อยจำนวน ห้าคนเป็นกรรมการ ข้อ ๗๔/๑เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๔/๒เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๔/๓เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๔/๔เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๔/๕เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งกรรมการตาม(๓) เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ได้อีกไม่เกินสองคน ประธานกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาดมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ ที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด ข้อ ๗๔/๖๑๖๗ คณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด ตามข้อ ๗๔/๕มี อำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานยุวกาชาดของชมรมอาสายุวกาชาดในสถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดและนโยบายของคณะกรรมการบริหาร ยุวกาชาด (๒) กำกับดูแลและพิจารณาให้มีการจัดตั้งชมรมอาสายุวกาชาดแล้วนำเสนอ ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาดเพื่อพิจารณาอนุมัติ (๓) กำหนดแนวทางการดำเนินงานยุวกาชาดในชมรมอาสายุวกาชาดที่รับผิดชอบ ให้เป็นไปตามนโยบายของสภากาชาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ (๔) วางแนวการฝึกอบรมยุวกาชาดภายในชมรมอาสายุวกาชาดที่รับผิดชอบ (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการชมรมอาสายุวกาชาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของยุวกาชาด (๖) จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย (๗) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้หรือระเบียบหรือที่คณะกรรมการ ตามข้อ ๕๙มอบหมาย ข้อ ๗๔/๗๑๖๘ คณะกรรมการชมรมอาสายุวกาชาดตามข้อ ๗๔/๓(๒)ประกอบด้วย อาสายุวกาชาดอย่างน้อยจำนวนสามสิบคน ดังนี้ (๑) ประธานชมรมอาสายุวกาชาด (๒) รองประธานชมรมอาสายุวกาชาด (๓) นายทะเบียน (๔) กรรมการชมรมอาสายุวกาชาดจำนวนอย่างน้อยห้าคน (๕) สมาชิกชมรมอาสายุวกาชาดจำนวนอย่างน้อยยี่สิบคน (๖) เลขานุการชมรมอาสายุวกาชาด (๗) ผู้ช่วยเลขานุการชมรมอาสายุวกาชาด ให้กรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด ตามข้อ ๗๔/๕(๓) เป็นที่ปรึกษาชมรม อาสายุวกาชาด ข้อ ๗๔/๘๑๖๙ คณะกรรมการชมรมอาสายุวกาชาด ตามข้อ ๗๔/๗มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๑๖๗ ข้อ ๗๔/๖เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๗๔/๗เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๖๙ ข้อ ๗๔/๘เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๑๖๘ (๑) บริหารชมรมอาสายุวกาชาดที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามนโยบายของสถานศึกษา สถาบันการศึกษาหน่วยงานของตน และสภากาชาดไทยและตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด (๒) ส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกชมรมอาสายุวกาชาดเข้าร่วมกิจกรรมของสำนักงาน ยุวกาชาดสภากาชาดไทยและหน่วยงานอื่น (๓) จัดทำรายงานประจำปีของชมรมอาสายุวกาชาดที่รับผิดชอบเสนอต่อประธาน กรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาดผ่านที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด (๔) ดำเนินการอื่นตามที่สถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานของตน หรือสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยมอบหมาย ข้อ ๗๕๑๗๐ ให้สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยและสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำระเบียบคณะกรรมการบริหารยุวกาชาด ในเรื่องที่เห็นสมควรเพื่อให้การดำเนินงานยุวกาชาดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วให้นำเสนอ คณะกรรมการบริหารยุวกาชาดเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ข้อ ๗๖๑๗๑ ในชมรมอาสายุวกาชาดให้ประกอบด้วย (๑) คณะกรรมการชมรมอาสายุวกาชาด ซึ่งประกอบด้วย ประธานชมรม และ กรรมการจำนวนอย่างน้อยสิบคน (๒) สมาชิกชมรมอย่างน้อยยี่สิบคน มีหน้าที่จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของยุวกาชาด (๓) ให้กรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด เป็น ที่ปรึกษาชมรมอาสายุวกาชาด ให้นำความในข้อ ๗๙มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับกรณีที่สถานศึกษาจะจัดตั้งชมรม อาสายุวกาชาดขึ้นในสถานศึกษา ข้อ ๗๗๑๗๒ ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาอาสายุวกาชาด ประกอบด้วย ผู้บริหาร สถานศึกษาหรือผู้บริหารหน่วยงาน ทั้งในระบบการศึกษาและนอกระบบโรงเรียน เป็นประธาน กรรมการที่ปรึกษาและกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบคน เป็นกรรมการที่ปรึกษา โดยให้ที่ปรึกษาของ ชมรมอาสายุวกาชาดเป็นกรรมการที่ปรึกษาและเลขานุการ ข้อ ๗๘๑๗๓ คณะกรรมการที่ปรึกษาอาสายุวกาชาดมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กำกับ ดูแล และพิจารณาให้มีการจัดตั้งอาสายุวกาชาด โดยใช้ชื่อว่า “ชมรม อาสายุวกาชาด”แล้วนำเสนอสำนักงานยุวกาชาดเพื่อพิจารณาอนุมัติ ๒๕๖๒ ๒๕๕๐ ๑๗๐ ข้อ ๗๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๑๗๑ ข้อ ๗๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๑๗๒ ข้อ ๗๗เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อ ๗๘เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ๑๗๓ (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชมรมอาสายุวกาชาด (๓) จัดทำรายงานประจำปีของชมรมอาสายุวกาชาดเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงาน ยุวกาชาดสภากาชาดไทย ข้อ ๗๙๑๗๔ ให้สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยและสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับยุวกาชาดใน เรื่องที่เห็นสมควรเพื่ อให้การดำเนินงานยุวกาชาดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วให้นำเสนอ คณะกรรมการบริหารยุวกาชาดเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
ข้อ ๗๖ สภานายกโดยอนุมัติคณะกรรมการสภากาชาดจะเชิญบุคคลซึ่งได้เคยให้ ความช่วยเหลือแก่กิจการของอาสากาชาดเป็นอย่างดี เป็นผู้มีอุปการคุณก็ได้ ข้อ ๗๗ ให้มีการฝึกอบรมให้อาสากาชาดแต่ละคนมีความรู้ความสันทัดในการงาน ตามหลักสูตร ข้อ ๗๘ บุคคลซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ปี อยู่ในฐานะที่จะเป็นอาสากาชาดได้ หาก ยินยอมรับปฏิบัติตามความประสงค์และข้อบังคับสำหรับอาสากาชาด ข้อ ๗๙ เงินบำรุงสำหรับการเป็นอาสากาชาดนั้น ให้กำหนดไว้เป็นจำนวนปีละไม่ เกิน ๑๕บาท ในกรณีที่สมาชิกสภากาชาดสมัครเป็นอาสากาชาด หรืออาสากาชาดเปลี่ยนสภาพ เป็นสมาชิกสภากาชาดให้ยกเว้นไม่ต้องเสียเงินบำรุง ถ้าอาสากาชาดผู้ใดได้เป็นอาสากาชาดหลังจากได้ผ่านการอบรมแล้วเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า ๕ปี และได้ทำงานให้แก่สภากาชาดตามที่คณะกรรมการบริหาร*จะได้กำหนดไว้ในข้อ ระเบียบ ก็ไม่ต้องเสียเงินค่าบำรุง อาสากาชาดมีเอกสิทธิเท่ากับสมาชิกสภากาชาด ข้อ ๘๐ การปกครองกองอาสากาชาดให้อยู่ในหน้าที่ของกรรมการกลางคณะหนึ่ง ซึ่งสภานายกแต่งตั้ง คณะกรรมการนี้ประกอบด้วยผู้อำนวยการเป็นประธาน รองผู้อำนวยการ เลขานุการ ผู้อำนวยการ*บรรเทาทุกข์และอนามัย หัวหน้าฝ่าย*ต่าง ๆของกองอาสากาชาด ผู้ว่า ราชการจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๕คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระแห่งตำแหน่งคราวละ ๔ปี กรรมการผู้ออกแล้วนั้นอาจ ๑๗๔ ข้อ ๗๙เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการต่อไปอีกได้ เมื่อตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงโดยมิใช่ถึงคราวออก ตามวาระ ให้แต่งตั้งกรรมการใหม่แทน แต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการใหม่นี้ จะอยู่ในตำแหน่งเพียง กำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทนเท่านั้น๑๗๕ ในการประชุมคณะกรรมการกลางอาสากาชาด ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่ง จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าผู้อำนวยการมาประชุมไม่ได้ ให้รองผู้อำนวยการเป็นประธานแต่ถ้าผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการมาประชุมไม่ได้ ก็ให้บรรดากรรมการซึ่งอยู่ในที่ประชุมเลือกกรรมการผู้หนึ่งขึ้น เป็นประธาน ข้อ ๘๑ โดยอนุมัติคณะกรรมการบริหาร* ให้คณะกรรมการกลางอาสากาชาดมี อำนาจออกข้อระเบียบภายในวงการอาสากาชาด รวมทั้งกำหนดเครื่องหมาย เครื่องแบบและหลักสูตร ได้ ข้อ ๘๒ ให้ผู้อำนวยการ*อาสากาชาด ทำรายงานประจำปีแถลงกิจการซึ่งได้ทำไป แล้ว เสนอต่อคณะกรรมการสภากาชาดภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ข้อ ๘๓ ให้แบ่งกิจการอาสากาชาดออกเป็นเจ็ดฝ่าย* คือ (๑) ฝ่าย*ช่วยฝ่ายธุรการ มีหน้าที่ช่วยทำการสารบรรณ การโฆษณา การรับแขก และการอื่น ๆของสภากาชาด (๒) ฝ่าย*การประดิษฐ์ มีหน้าที่ตัดเย็บซ่อมแซมเสื้อผ้า จัดเตรียมเวชภัณฑ์และสิ่งอื่น ๆสำหรับใช้ทั้งภายในและภายนอกสถานพยาบาล รวมตลอดทั้งสำหรับการสังคมอุปกรณ์ด้วย (๓) ฝ่าย*การเลี้ยง มีหน้าที่ช่วยในการเลี้ยงอาหารเนื่องด้วยการบรรเทาทุกข์ รวม ตลอดทั้งการเลี้ยงของสภากาชาดโดยทั่วไป (๔) ฝ่าย*อนามัยสงเคราะห์ มีหน้าที่ ช่ วยทำงานทั้ งภายในและภายนอก สถานพยาบาลในความควบคุมของนางพยาบาล (๕) ฝ่าย*สงเคราะห์ทางบ้าน มีหน้าที่ช่วยในการเยี่ยมเยียนตามบ้าน และทำการ ติดต่อกับสถานพยาบาล (๖) ฝ่าย*บำรุงใจคนไข้ มีหน้าที่ช่วยปรนนิบัติคนเจ็บไข้ในสถานพยาบาล โดยการ เอาใจและให้มีความร่าเริง (๗) ฝ่าย*ยานพาหนะ มีหน้าที่ช่วยในการขนส่งเนื่องในการบรรเทาทุกข์และการ รักษาพยาบาล ข้อ ๘๔๑๗๖ ในจังหวัดหนึ่งอาจจัดตั้งอาสากาชาดจังหวัดขึ้นให้อยู่ในความปกครอง ของคณะกรรมการอาสากาชาดจังหวัดซึ่งสภานายกแต่งตั้ง คณะกรรมการนี้ประกอบด้วยผู้อำนวยการ อาสากาชาดจังหวัด เป็นประธาน, รองผู้อำนวยการ, เลขานุการ, หัวหน้าฝ่าย*ต่าง ๆของอาสากาชาด ๒๕๐๔ ๑๗๕ ข้อ ๘๐วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๑๗๖ ข้อ ๘๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๐๕ จังหวัด และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๓คน ให้นำข้อ ๘๐วรรค๒, ๓และ๔แห่งข้อบังคับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม สภานายกจะให้กรรมการอาสากาชาดจังหวัดผู้ใดพ้นจากตำแหน่งเมื่อใดก็ได้ตามแต่ จะเห็นสมควร อาสากาชาดจังหวัดขึ้นตรงต่อกองอาสากาชาด สำหรับจังหวัดพระนครและธนบุรี คณะกรรมการกลางอาสากาชาดจะทำหน้าที่ คณะกรรมการอาสากาชาดจังหวัดนั้นด้วยก็ได้ ข้อ ๘๕ ภายใต้ข้อบังคับและข้อระเบียบของสภากาชาด คณะกรรมการอาสากาชาด จังหวัด จะออกข้อระเบียบภายในของจังหวัดนั้นได้ โดยอนุมัติคณะกรรมการกลางอาสากาชาด ข้อ ๘๖ ให้อาสากาชาดจังหวัดแบ่งกิจการออกเป็นฝ่าย*ตามข้อ ๘๓โดยอนุโลม และจัดให้มีสาขาของฝ่าย*ใด ๆขึ้นตามอำเภอก็ได้ ข้อ ๘๗ ในการจัดหน่วยอาสากาชาดแต่ละฝ่าย* อาจแบ่งออกเป็นกองย่อย แต่ละ กองย่อยอาจแบ่งออกเป็นหมวด แต่ละหมวด อาจแบ่งออกเป็นหมู่ โดยจัดให้มีหัวหน้ากองย่อย หมวด และหมู่ชั้นต่าง ๆตามแต่คณะกรรมการกลางอาสากาชาดจะได้กำหนดไว้ในข้อระเบียบ ข้อ ๘๘ เมื่อได้จัดตั้งสาขาอาสากาชาดจังหวัดขึ้นในจังหวัดใดแล้ว อาจจัดให้มี สถานที่ขึ้นไว้ในจังหวัดนั้นตามสมควร สำหรับใช้เป็นสำนักงานและสโมสรสถาน
ข้อ ๘๙๑๗๗ เหรียญกาชาดมีสามประเภทคือ เหรียญกาชาดสมนาคุณเหรียญ กาชาดสรรเสริญและเหรียญกาชาดสดุดี เหรียญกาชาดสมนาคุณ ข้อ ๙๐๑๗๘ เหรียญกาชาดสมนาคุณมีลักษณะเป็นเหรียญโลหะกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๗มิลลิเมตร ด้านหน้ามีรูปกาชาดและรูปนางพยาบาลประคองทารกกับคนชรา ด้านหลังกลางเหรียญมีที่ว่างสำหรับจารึกนามผู้ได้รับเหรียญและพุทธศักราช ภายในวงขอบเหรียญ เบื้องบนมีข้อความว่า “สภากาชาด”และภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “สมนาคุณ” ด้านหน้ามีห่วงเป็นรูปกระหนกสำหรับบุรุษใช้ห้อยกับแพรแถบสีขาวกว้าง ๓๐มิลลิเมตร ด้านหน้า ๒๕๕๓ ๒๕๕๓ ๑๗๗ ข้อ ๘๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๑๗๘ ข้อ ๙๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช แพรแถบตรงกลางมีเครื่องหมายกาชาดลำดับชั้นที่ได้รับ สำหรับสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูป แมลงปอ เหรียญกาชาดสมนาคุณมีลำดับเป็น ๓ชั้น คือ ชั้นที่ ๑ทองคำลงยาที่กาชาด ด้านหลังเหรียญให้จารึกนามผู้ได้รับและพุทธศักราชที่ ได้รับ ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีเครื่องหมายกาชาดขอบทอง ชั้นที่ ๒เงินกาไหล่ทอง ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีเครื่องหมายกาชาดขอบสีทอง บนวงกลมพื้นสีขาวขอบสีทอง ชั้นที่ ๓เงินรมดำ ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีเครื่องหมายกาชาดขอบสีเงินบน วงกลมพื้นสีขาวขอบสีเงิน การให้เหรียญ ทั้ง ๓ชั้น มีประกาศนียบัตรกำกับทุกชั้น เหรียญกาชาดสมนาคุณทุกชั้นมีเหรียญจำลองและดุมเสื้อ ข้อ ๙๑๑๗๙ ผู้สมควรได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ คือ ผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทย ด้วยกำลังทรัพย์ กำลังกาย และปัญญาอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่สภากาชาดไทย ข้อ ๙๒ ในรายงานเสนอความชอบของผู้สมควรได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณนั้น ต้องแสดงเหตุผลให้ปรากฏชัดเจนว่าผู้นั้นมีความดีความชอบอย่างใด ๆบ้าง ข้อ ๙๓๑๘๐ ให้คณะกรรมการพิจารณาให้เหรียญกาชาด ซึ่งคณะกรรมการเจ้าหน้าที่ ตั้งขึ้นเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน ลักษณะงานการช่วยเหลือและคุณสมบัติ ของผู้ที่สมควรได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ และเป็นผู้พิจารณาว่าผู้มีความชอบสมควรให้เหรียญ กาชาดสมนาคุณชั้นใด แล้วเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด อนึ่ง ผู้ที่ช่วยเหลือกิจการต่าง ๆของสภากาชาดไทยจนเป็นผลดียิ่ง แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓อาจได้รับประกาศนียบัตรชมเชยได้ เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑ พิจารณาให้แก่ผู้ที่ให้เงินหรือทรัพย์สินแก่สภากาชาดไทยในคราวเดียวเป็นจำนวน เงินหรือมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๖๐๐,๐๐๐บาทหรือได้ช่วยเหลือสภากาชาดไทยเป็นประโยชน์สำคัญยิ่ง เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒ พิจารณาให้แก่ผู้ที่ให้เงินหรือทรัพย์สินแก่สภากาชาดไทยในคราวเดียวเป็นจำนวน เงินหรือมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐บาทหรือเป็นหัวหน้าช่วยชักชวนและจัดการหาเงินให้แก่ สภากาชาดไทยในคราวเดียวเป็นจำนวนตั้งแต่ ๖๐๐,๐๐๐บาทขึ้นไป หรือเป็นผู้ที่ช่วยเหลือด้วยกำลัง กาย กำลังปัญญาและแรงงาน จนเป็นผลปรากฏเป็นประโยชน์แก่สภากาชาดไทยเป็นส่วนใหญ่ กว้างขวางทั่วไป เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓ ๒๕๕๓ ๒๕๕๓ ๑๗๙ ข้อ ๙๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๑๘๐ ข้อ ๙๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช พิจารณาให้แก่ผู้ที่ช่วยเหลือด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงาน หรือด้วยการ ให้ความสะดวกแก่สภากาชาดไทย ให้ได้ผลเป็นลาภอย่างงดงาม หรือได้ผลสำเร็จกิจการสมความ ประสงค์และความมุ่งหมายเป็นอย่างดี ข้อ ๙๔ ผู้ที่ได้รับเหรียญชั้น ๒หรือ ๓อยู่แล้ว ภายหลังทำประโยชน์ยิ่งขึ้นไปอีก จะ ให้เหรียญเลื่อนชั้นขึ้นไปก็ได้ และไม่ต้องเรียกคืนเหรียญที่รับไว้แล้ว
ข้อ ๙๕๑๘๑ เหรียญกาชาดสรรเสริญ มีลักษณะเป็นเหรียญทองแดงแบนรูปกาชาด มี วงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๐มิลลิเมตรทับอยู่ ด้านหน้ามีรูปนางเมขลาอุ้มพระชนกขึ้นจากมหาสมุทร ด้านหลังกลางเหรียญมีข้อความว่า “กาชาดสรรเสริญ”มีห่วงห้อย สำหรับบุรุษใช้ห้อยกับแพรแถบสี ขาวกว้าง ๓๐มิลลิเมตร มีริ้วสีแดงใกล้ขอบทั้งสองข้าง ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีกาชาดลงยา สำหรับสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบดังกล่าวผูกเป็นรูปแมลงปอ อนึ่ง ถ้าผู้รับเหรียญได้บำเพ็ญคุณความดีและรับการสรรเสริญของสภากาชาดไทย ตามความในข้อบังคับนี้สืบไปในเบื้องหน้าอีกครั้งหนึ่ง ก็ให้เพิ่มเครื่องหมายกาชาดลงยาบนแพรแถบ อีกอันหนึ่งและต่อไปถ้าได้รับสรรเสริญอีกกี่ครั้ง ก็เพิ่มจำนวนเครื่องหมายกาชาดลงยาขึ้นเป็นลำดับทุก ครั้ง ผู้ที่ได้รับเหรียญกาชาดสรรเสริญจะได้รับประกาศนียบัตรประกอบเหรียญที่ได้รับ ถ้าผู้ใดได้รับ เหรียญกาชาดสรรเสริญเป็นครั้งที่ ๒และต่อ ๆไป จะได้เครื่องหมายกาชาดติดแถบเหรียญกับ ประกาศนียบัตรทุกครั้งและถ้าผู้ใดช่วยชีวิตมนุษย์ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสรรเสริญ อาจ ได้รับประกาศนียบัตรชมเชยได้ เหรียญกาชาดสรรเสริญมีเหรียญจำลองและดุมเสื้อ ข้อ ๙๖๑๘๒ ผู้ที่นับว่าต้องด้วยลักษณะอันสมควรที่จะได้รับเหรียญกาชาดสรรเสริญ เป็นเครื่องหมายสรรเสริญของสภากาชาดไทย คือ (ก) ได้ช่วยเหลือผู้ซึ่งตกอยู่ในเขตอันตรายถึงเสียชีวิตได้ ให้รอดพ้นอันตรายด้วย ความเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง มิได้เห็นแก่สินจ้างรางวัล และมิได้นำพาต่อความยากหรืออันตรายอันพึงมี แก่ตนได้ แม้ไม่ถึงกับเอาชีวิตเข้าแลกก็อยู่ในลักษณะที่จะรับเหรียญนี้ได้ (ข) ผู้ซึ่งมีความเมตตากรุณาแก่เพื่อนมนุษย์เป็นต้นว่า ตั้งโรงรับเลี้ยงรักษาผู้กำพร้า อนาถาโดยมิได้คิดเอาประโยชน์ส่วนตัวหรือได้ทำประโยชน์ยิ่ง ในยามเกิดวิบัติต่าง ๆเช่น ทุพภิกขภัย และโรคภัยไข้เจ็บชุกชุมที่มีขึ้นเป็นครั้งคราว ซึ่งผู้นั้นได้บริจาคทรัพย์ของตนช่วยเหลือเลี้ยงรักษาด้วย น้ำใจกรุณาเป็นที่ตั้ง ๒๕๕๓ ๒๕๕๓ ๑๘๑ ข้อ ๙๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๑๘๒ ข้อ ๙๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช (ค) ได้ทำการให้แก่สภากาชาดไทยตามหน้าที่ของสภากาชาดไทยภายในเขตกระสุน ปืนของข้าศึกในเวลาสงครามหรือจลาจล (ง) ผู้ที่ทำการให้แก่สภากาชาดไทยตามหน้าที่ของสภากาชาดไทยแต่แรก เวลาเกิด สงครามหรือการจลาจลหรือในเวลาที่มีโรคภัยไข้เจ็บเกิดชุกชุม โดยไม่คิดประโยชน์ตอบแทนจาก สภากาชาดไทยจนถึงเวลาเหตุนั้นสงบเรียบร้อยและได้ผลดีเป็นที่พอใจของคณะกรรมการพิจารณาให้ เหรียญกาชาด อนึ่ง ความชอบที่กล่าวใน (ก) และ(ข) แห่งข้อนี้ เฉพาะต้องกระทำโดยมิใช่เพื่อ ความจำเป็นในตำแหน่งหน้าที่ในเวลาปกติของผู้ทำนั้น จึงจะนับว่าเป็นผู้สมควรได้รับเหรียญ ข้อ ๙๗ ผู้ที่มีหน้าที่เสนอความชอบของบุคคลที่กล่าวมาแล้วในข้อ ๙๖นั้น คือ (ก) กรรมการสภากาชาดไทยเลขาธิการ เหรัญญิก และผู้อำนวยการสำนักงานของ สภากาชาดไทยหรือเทียบเท่า เสนอต่ออุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทยหรือ (ข) ผู้ที่เห็นว่าตนสมควรจะได้รับเหรียญตามเกณฑ์ที่กล่าวแล้วก็ให้ชี้แจงมายัง สภากาชาดไทยเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป การเสนอความชอบมายังอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ผู้เสนอต้องพิจารณา ตรวจสอบแสดงเหตุผลต่อไปโดยละเอียดชัดเจนเมื่ออุปนายกผู้อำนวยการได้รับรายงานความชอบนี้ แล้วจะได้ให้คณะกรรมการพิจารณาให้เหรียญกาชาด พิจารณาแล้วเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ข้อ ๙๗๑๘๓ ผู้ที่มีหน้าที่เสนอความชอบของบุคคลที่กล่าวมาแล้วในข้อ ๙๖นั้น คือ (ก) กรรมการสภากาชาดไทย เลขาธิการ เหรัญญิก และผู้อำนวยการของสภากาชาด เสนอต่ออุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย หรือ (ข) ผู้ใดเห็นว่าตนสมควรจะได้รับเหรียญตามเกณฑ์ที่กล่าวแล้ว ก็ให้ชี้แจงมายัง สำนักงานบริหารสภากาชาดไทยเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจะได้สอบสวนต่อไป การเสนอความชอบมายังอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ผู้เสนอต้องพิจารณา สอบสวนแสดงเหตุผลโดยละเอียดชัดเจน เมื่ออุปนายกผู้อำนวยการได้รับรายงานความชอบนี้แล้ว จะ ได้ให้อนุกรรมการพิจารณา แล้วเสนอที่ประชุมกรรมการเจ้าหน้าที่เพื่อวินิจฉัยเด็ดขาด
ข้อ ๙๘๑๘๕ เหรียญกาชาดสดุดี มีลักษณะเป็นเหรียญกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๐มิลลิเมตร ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงฉลอง ๑๘๓ ๒๕๕๒ ๑๘๔ ข้อ ๙๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๐)พุทธศักราช หมวดที่ ๑๓เหรียญกาชาดสดุดี เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ๑๘๕ ข้อ ๙๘เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๒๕๕๓ พระองค์ชุดไทยประยุกต์ ทรงสายสะพายและสายสร้อยแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติ คุณรุ่งเรืองยิ่ง มหาจักรีบรมราชวงศ์ พระอังสาเบื้องซ้ายประดับดวงตราปฐมจุลจอมเกล้า เหรียญดุษฎี มาลาเข็มศิลปวิทยา และเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๙ชั้นที่ ๑ภายในวงขอบเหรียญมีข้อความว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย” ด้านหลังกลางเหรียญมี รูปตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสพระ ราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖รอบ๑๒สิงหาคม ๒๕๔๗ขนาบด้านขวาและซ้ายด้วย เครื่องหมายกาชาดด้านล่างมีข้อความว่า “กาชาดสดุดี”เหนือขอบเหรียญมีอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” ไขว้ ภายใต้พระมหามงกุฎ ด้านหลังมีห่วงสำหรับบุรุษใช้ห้อยกับแพรแถบกว้าง ๓๐มิลลิเมตร พื้นของแพรแถบเป็นสีขาวและตรงกลางแพรแถบมีริ้วสีแดง สำหรับสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบดังกล่าว ผูกเป็นรูปแมลงปอ เหรียญกาชาดสดุดี มีลำดับเป็น ๓ชั้น คือ ชั้นพิเศษ ทองคำ ชั้นที่ ๑ เงิน ชั้นที่ ๒ บรอนซ์ เหรียญทั้ง ๓ชั้น มีประกาศนียบัตรกำกับทุกชั้น เหรียญกาชาดสดุดีมีเหรียญจำลอง และดุมเสื้อทุกชั้น ข้อ ๙๙๑๘๖ ผู้ที่นับว่าต้องด้วยลักษณะอันสมควรที่จะได้รับเหรียญกาชาดสดุดี คือ เหรียญกาชาดสดุดีชั้นพิเศษ ก. พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีพระคุณูปการอย่างยิ่งต่อสภากาชาดไทย ข. พระมหากษัตริย์และพระราชินีต่างประเทศ ค. ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศและภรรยา เหรียญกาชาดสดุดีชั้นที่ ๑ ก. หัวหน้ารัฐบาลทั้งไทยและต่างประเทศ บุคคลในระดับรัฐมนตรีของต่างประเทศ และภรรยา ข. หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ องค์การสหประชาชาติ หัวหน้าคณะทูต ต่างประเทศ และองค์กรในขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ อันประกอบด้วย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ สหพันธ์สภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ และ สภากาชาดสภาเสี้ยววงเดือนแดงประจำชาติ ค. พระราชวงศ์ต่างประเทศ ง. กรรมการสภากาชาดไทยซึ่งดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า ๕วาระและได้รับเหรียญ กาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑มาแล้ว จ. ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดที่ปฏิบัติงานให้แก่สภากาชาดไทย ตามภารกิจที่สภากาชาดไทยมอบหมายโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ตอบแทนนับรวมเวลาไม่น้อยกว่า๒๕ ปี และได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑มาแล้ว โดยคณะกรรมการพิจารณาให้เหรียญกาชาด เป็นผู้พิจารณาเสนอตามผลงานที่ปรากฏชัดเจน ๑๘๖ ข้อ ๙๙เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๒๕๕๓ ฉ. ผู้ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้สภากาชาดไทย เป็นมูลค่าตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตามเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราช อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณา ภรณ์ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ทั้งนี้ เป็นการขอรับพระราชทานอย่างใดอย่างหนึ่ง ช. ผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในสภากาชาดไทยที่เกษียณอายุและได้ทำการมาแล้วกอปร ด้วยความดีความชอบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ปี นับตั้งแต่วันที่ได้เข้ารับตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดใน กิจการของสภากาชาดไทย ซ. ผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทย กอปรด้วยความดีความชอบ นอกเหนือจากที่ระบุ แล้ว สภากาชาดไทยจะพิจารณาเป็นรายๆไป เหรียญกาชาดสดุดีชั้นที่ ๒ ก. เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การระหว่างประเทศ คณะทูตคณะกงสุลต่างประเทศ องค์การสหประชาชาติและขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ อันประกอบด้วย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศสหพันธ์สภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศและ สภากาชาดสภาเสี้ยววงเดือนแดงประจำชาติ ข. ผู้ที่ส่งเสริม สนับสนุนกิจการของสภากาชาดไทยที่อำนวยประโยชน์แก่ความ เจริญก้าวหน้าแก่สภากาชาดไทยเป็นอย่างยิ่ง ค. ผู้ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้สภากาชาดไทย เป็นมูลค่าตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตามเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราช อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณา ภรณ์ชั้นทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ทั้งนี้ เป็นการขอรับพระราชทานอย่างใดอย่างหนึ่ง ง. ผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในสภากาชาดไทย แพทย์สังกัดคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และได้ทำการมาแล้วกอปรด้วยความดีความชอบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า๑๕ปี นับตั้งแต่ วันที่ได้เข้ารับตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดในกิจการของสภากาชาดไทย ข้อ ๑๐๐๑๘๗ ผู้ที่มีหน้าที่เสนอความชอบของบุคคลที่กล่าวมาแล้วในข้อ ๙๙นั้น คือ ก. กรรมการสภากาชาดไทย เลขาธิการ เหรัญญิก ผู้อำนวยการสำนักงานของ สภากาชาดไทยหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เสนอต่ออุปนายก ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย หรือ ข. ผู้ที่เห็นว่าตนสมควรจะได้รับเหรียญตามเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้ว ก็ให้ชี้แจงมายัง สภากาชาดไทยเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป การเสนอความชอบมายังอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ผู้เสนอต้องพิจารณา ตรวจสอบแสดงเหตุผลโดยละเอียดชัดเจน เมื่ออุปนายกผู้อำนวยการ ได้รับรายงานความชอบนี้แล้ว จะได้ให้คณะกรรมการพิจารณาให้เหรียญกาชาดพิจารณา แล้วเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ประกาศณวันที่ ๑๓พฤษภาคมพ.ศ. ๒๕๐๐ สิริกิติ์ ๑๘๗ ข้อ ๑๐๐เพิ่มโดยข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๒๕๕๓ สภานายิกาสภากาชาดไทย ข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม๑๘๘ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๐๔๑๘๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๐๔๑๙๐ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๔๑๙๑ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๐๔๑๙๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๐๕๑๙๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๐๖๑๙๔ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘)พุทธศักราช ๒๕๐๗๑๙๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๙)พุทธศักราช ๒๕๐๘๑๙๖ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๐)พุทธศักราช ๒๕๐๘๑๙๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๑)พุทธศักราช ๒๕๐๙๑๙๘ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๒)พุทธศักราช ๒๕๑๒๑๙๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๓)พุทธศักราช ๒๕๑๒๒๐๐ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๗๗/ตอนที่๑๓/หน้า๗๘/๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๗๘/ตอนที่๖๓/หน้า๙๗๘/๑๕สิงหาคม๒๕๐๔ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๐/ตอนที่๒๓/หน้า๑๔๗/๑๒มีนาคม๒๕๐๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๐/ตอนที่๒๓/หน้า๑๔๙/๑๒มีนาคม๒๕๐๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๐/ตอนที่๒๓/หน้า๑๕๑/๑๒มีนาคม๑๕๐๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๗๙/ตอนที่๑๐๔/ฉบับพิเศษหน้า ๔๐/๒๓พฤศจิกายน๒๕๐๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๐/ตอนที่๒๓/หน้า๑๕๕/๑๒มีนาคม๒๕๐๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๑/ตอนที่๖๘/หน้า๕๐๒/๒๑กรกฎาคม๒๕๐๗ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๗/ตอนที่๑๑/หน้า๔๖/๑๐กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๒/ตอนที่๗๐/หน้า๖๙๑/๓๑สิงหาคม๒๕๐๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๓/ตอนที่๓๓/หน้า๒๖๕/๑๒เมษายน๒๕๐๙ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๖/ตอนที่๙๑/หน้า๘๙๖/๒๑ตุลาคม๒๕๑๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๖/ตอนที่๙๑/หน้า๘๙๙/๒๑ตุลาคม๒๕๑๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๔)พุทธศักราช ๒๕๑๓๒๐๑ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๕)พุทธศักราช ๒๕๑๓๒๐๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๖)พุทธศักราช ๒๕๑๔๒๐๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๗)พุทธศักราช ๒๕๑๕๒๐๔ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๘)พุทธศักราช ๒๕๑๖๒๐๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๙)พุทธศักราช ๒๕๑๗๒๐๖ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๐)พุทธศักราช ๒๕๑๘๒๐๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๑)พุทธศักราช ๒๕๑๘๒๐๘ *ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๒)พุทธศักราช ๒๕๑๙๒๐๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๓)พุทธศักราช ๒๕๑๙๒๑๐ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๔)พุทธศักราช ๒๕๑๙๒๑๑ *ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๕)พุทธศักราช ๒๕๒๑๒๑๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๖)พุทธศักราช ๒๕๒๒๒๑๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๗/ตอนที่๘๗/ฉบับพิเศษหน้า ๓/๑๗กันยายน๒๕๑๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๗/ตอนที่๑๐๗/หน้า๘๒๒/๑๗พฤศจิกายน๒๕๑๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๘/ตอนที่๑๒๐/หน้า๗๔๓/๙พฤศจิกายน๒๕๑๔ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๙/ตอนที่๑๕๕/หน้า๑๑๔/๑๗ตุลาคม๒๕๑๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๐/ตอนที่๑๓๖/หน้า๔๙๖/๒๓ตุลาคม๒๕๑๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๒/ตอนที่๑๒๓/หน้า๑๘๗/๑กรกฎาคม๒๕๑๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๒/ตอนที่๑๒๓/หน้า๑๙๑/๑กรกฎาคม๒๕๑๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๒/ตอนที่๒๓๓/หน้า๒๙๐/๑๑พฤศจิกายน๒๕๑๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๒๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๒๙/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๓๑/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๓๒/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๓๓/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๗)พุทธศักราช ๒๕๒๒๒๑๔ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๘)พุทธศักราช ๒๕๒๒๒๑๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒๙)พุทธศักราช ๒๕๒๓๒๑๖ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๐)พุทธศักราช ๒๕๒๓๒๑๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๑)พุทธศักราช ๒๕๒๔๒๑๘ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๒)พุทธศักราช ๒๕๒๔๒๑๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๓)พุทธศักราช ๒๕๒๕๒๒๐ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๔)พุทธศักราช ๒๕๒๘๒๒๑ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๕)พุทธศักราช ๒๕๒๘๒๒๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๖)พุทธศักราช ๒๕๓๒๒๒๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๗)พุทธศักราช ๒๕๓๒๒๒๔ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๘)พุทธศักราช ๒๕๓๒๒๒๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๙)พุทธศักราช ๒๕๓๒๒๒๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๓๔/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๓๕/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๔๕/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๔๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๔๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๔๙/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๕๑/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๕๒/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๕๓/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๕๔/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๕๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๕๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๐/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๐)พุทธศักราช ๒๕๓๒๒๒๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๑)พุทธศักราช ๒๕๓๓๒๒๘ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๒)พุทธศักราช ๒๕๓๓๒๒๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๓)พุทธศักราช ๒๕๓๓๒๓๐ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๔)พุทธศักราช ๒๕๓๓๒๓๑ ๒. ให้เหรียญกาชาดสมนาคุณซึ่งได้รับไปแล้วก่อนวันใช้ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติมนี้คงใช้ได้ต่อไป ตามลำดับชั้นที่ได้รับนั้น ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๕)พุทธศักราช ๒๕๓๓๒๓๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๖)พุทธศักราช ๒๕๓๓๒๓๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๗)พุทธศักราช ๒๕๓๔๒๓๔ ๓. ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิก และเลขานุการของ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดในวันประกาศใช้ข้อบังคับนี้ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะพ้น จากตำแหน่งตามข้อ ๔๗เบญจ ให้ผู้ ดำรงตำแหน่งกรรมการอื่ นของคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดในวัน ประกาศใช้ข้อบังคับนี้ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๔๗จัตวา หรือตาม ข้อ ๔๗เบญจแล้วแต่กรณี ให้เหล่ากาชาดจังหวัดดำเนินการเลือกตั้งกรรมการอื่นของคณะกรรมการเหล่า กาชาดจังหวัด เพื่อให้มีจำนวนกรรมการตามข้อ ๔๗และให้กรรมการที่เพิ่มขึ้นนี้มีวาระการดำรง ตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของกรรมการอื่นซึ่งมีอยู่แล้ว ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๑/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๒/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๓/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๔/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๘/ตอนที่๑๐๒/หน้า๓๖๓/๑๑มิถุนายน ๒๕๓๔ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๖๗/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๗๐/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๘)พุทธศักราช ๒๕๓๕๒๓๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔๙)พุทธศักราช ๒๕๓๖๒๓๖ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๐)พุทธศักราช ๒๕๓๖๒๓๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๑)พุทธศักราช ๒๕๓๗๒๓๘ ๒. ให้เหรียญกาชาดสมนาคุณซึ่งได้รับไปแล้วก่อนวันใช้ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติมนี้ คงใช้ได้ต่อไป ตามลำดับชั้นที่ได้รับนั้น ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๒)พุทธศักราช ๒๕๓๘๒๓๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๓)พุทธศักราช ๒๕๓๘๒๔๐ *ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๔)พุทธศักราช ๒๕๓๙๒๔๑ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๕)พุทธศักราช ๒๕๔๐๒๔๒ *ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๖)พุทธศักราช ๒๕๔๐๒๔๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๗)พุทธศักราช ๒๕๔๑๒๔๔ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๘)พุทธศักราช ๒๕๔๑๒๔๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๙)พุทธศักราช ๒๕๔๑๒๔๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๗๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๗๗/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๘๐/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๙๓/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๙๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๙๗/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๙๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๐๕/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๐๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๐๙/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๐/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๑/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๐)พุทธศักราช ๒๕๔๑๒๔๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๑)พุทธศักราช ๒๕๔๒๒๔๘ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๒)พุทธศักราช ๒๕๔๒๒๔๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๓)พุทธศักราช ๒๕๔๓๒๕๐ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๔)พุทธศักราช ๒๕๔๔๒๕๑ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๕)พุทธศักราช ๒๕๔๖๒๕๒ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๖)พุทธศักราช ๒๕๔๙๒๕๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๗)พุทธศักราช ๒๕๔๙๒๕๔ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๘)พุทธศักราช ๒๕๕๐๒๕๕ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖๙)พุทธศักราช ๒๕๕๒๒๕๖ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๐)พุทธศักราช ๒๕๕๒๒๕๗ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๑)พุทธศักราช ๒๕๕๒๒๕๘ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๒)พุทธศักราช ๒๕๕๓๒๕๙ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๒/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๓/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๕/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๑๙/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๒๑/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๒๖/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๓๐/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๓๘/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๔๐/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๔๔/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๔๕/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๓)พุทธศักราช ๒๕๕๓๒๖๐ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๔)พุทธศักราช ๒๕๕๓๒๖๑ ข้อ ๒ ข้อบังคับในหมวดที่ ๘นี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๕)พุทธศักราช ๒๕๕๓๒๖๒ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๖)พระพุทธศักราช ๒๕๕๔๒๖๓ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๗)พ.ศ. ๒๕๕๕๒๖๔ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๘)พ.ศ. ๒๕๕๖๒๖๕ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๙)พ.ศ. ๒๕๕๙๒๖๖ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๕ง/หน้า ๑๕๒/๒๔พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๘ง/หน้า ๗๖/๓๐พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ๑๓๘ง/หน้า ๙๓/๓๐พฤศจิกายน๒๕๕๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ๖๙ง/หน้า ๘๑/๒๓เมษายน๒๕๕๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ๑๗๑ง/หน้า ๖๑/๑๒พฤศจิกายน๒๕๕๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ๑๖๑ง/หน้า ๓๔/๒๐พฤศจิกายน๒๕๕๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ๔๘ง/หน้า ๓๖/๒๕กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๐)พ.ศ. ๒๕๖๐๒๖๗ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๑)พ.ศ. ๒๕๖๐๒๖๘ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป
อื่น ๆของเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอ และกรรมการอื่น ๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอ ดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกินสามวาระตามข้อบังคับเดิม ให้เริ่มนับ ดังนี้ วาระที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๑มกราคม๒๕๕๕ถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม๒๕๕๖ วาระที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑มกราคม๒๕๕๗ถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม๒๕๕๘ วาระที่สาม ตั้งแต่วันที่ ๑มกราคม๒๕๕๙ถึงวันที่ ๓๑ธันวาคม๒๕๖๐ ๒. ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งตาม ๑. ต่อเนื่องแห่งข้อบังคับนี้ ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๒)พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๘๔)พ.ศ. ๒๕๖๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ๓๐๑ง/หน้า ๑๙/๖ธันวาคม๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ๒๒ง/หน้า ๓๓/๓๑มกราคม๒๕๖๑ ๒๖๙ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๖/ตอนพิเศษ๑๗๒ง/หน้า ๓๖/๘กรกฎาคม๒๕๖๒ ๒๗๐ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๖/ตอนพิเศษ๓๐๙ง/หน้า ๒๕/๑๙ธันวาคม๒๕๖๒ ๒๗๑ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๙/ตอนพิเศษ๑๓๗ง/หน้า ๕๔/๑๖มิถุนายน ๒๕๖๕ ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/8596ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZTI0NzBiZDgtZjc5My00MTc4LTg5YTctMDZmNjQ4ZTZkMDE4IiwiZmlsZW5hbWUiOiIxNjkuIEZpbmFsIOC4guC5ieC4reC4muC4seC4h-C4hOC4seC4muC4quC4oOC4suC4geC4suC4iuC4suC4lOC5hOC4l-C4oiDguYHguIHguYnguYTguILguYDguJ7guLTguYjguKHguYDguJXguLTguKHguYLguJTguKLguInguJrguLHguJrguJfguLXguYggODQgMTYtNi0yNTY1IChVcGRhdGUg4Lil4LmI4Liy4Liq4Li44LiUKSAucGRmIn0.-M3QPiWxyvr0SPv2gqUe88lQoivJ9KM3KRFkbRhxVuM67 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:cf5c19442035279729f87b7adf95fe22a73c4a0bcc30aa2e8287f21581c04af1ดึงเมื่อ 2026-08-24T01:30:35.441Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR