ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๐
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 d296c567… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานมาตรา ๕–๗ · 3 มาตรา
- หมวด ๒ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานมาตรา ๘–๙ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตมาตรา ๑๐–๑๓ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ การบริการข้อมูลข่าวสารมาตรา ๑๔–๑๗ · 4 มาตรา
ปรารภ
ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐บัญญัติให้หน่วยงาน ของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ประกอบกับเพื่อรักษาความ ปลอดภัยของเอกสารและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดู เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยข้อมูล ข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๐”
- ๒
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
- ๓
ในระเบียบนี้ “ข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วย ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงาน “เรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงาน” หมายความว่าเอกสารบันทึกการดำเนินการ ให้ความเห็นทางกฎหมายหรือการตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จสิ้นและกำหนดหมายเลขเรื่องเสร็จนั้นแล้ว “เลขาธิการ” หมายความว่าเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา “สำนักงาน”หมายความว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน
- ๔
ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้เลขาธิการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด
หมวด ๑ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน
3 มาตรา- ๕
ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน ประกอบด้วย ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ๑๑๐ง/หน้า ๖/๖กันยายน๒๕๕๐
(๑) รองเลขาธิการหรือกรรมการร่างกฎหมายประจำซึ่งเลขาธิการมอบหมายเป็น ประธานกรรมการ
(๒) ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง หัวหน้าส่วนสารสนเทศ และข้าราชการ ของสำนักงานที่เลขาธิการมอบหมายอีกจำนวนสามคน เป็นกรรมการ ให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลางที่ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง มอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้มีผู้ช่วยเลขานุการตามความจำเป็น
- ๖
ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดหลักเกณฑ์ หรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบการขออนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสาร
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขอบเขตการเปิดเผยเรื่องพิจารณาเสร็จของ สำนักงานนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๓) กำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่สำนักงาน หรือส่งไปยัง หอจดหมายเหตุแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๔) พิจารณาปัญหาหรืออุปสรรค รวมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือ อุปสรรคที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
- ๗
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียง ชี้ขาด
หมวด ๒ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน
2 มาตรา- ๘
ให้สำนักงานจัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน เพื่อเป็นสถานที่สำหรับ ประชาชนสามารถใช้ในการค้นหาและศึกษาข้อมูลข่าวสารได้สะดวกตามสมควร และมอบหมาย เจ้าหน้าที่ให้รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารภายในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน
- ๙
ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานจัดทำดัชนี ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้ เอง ซึ่งอาจจัดทำเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเอกสารอื่นใดที่มีความสะดวกในการสืบค้นและมีการ ควบคุมความปลอดภัยของระบบก็ได้
หมวด ๓ การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต
4 มาตรา- ๑๐
ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสาร ให้ยื่นคำขอเป็น หนังสือ คำขอดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุ
(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอข้อมูลข่าวสาร พร้อมเอกสารแสดงตัวบุคคล
(๒) รายละเอียดของข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่เข้าใจได้ตามสมควร
(๓) เหตุผลที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หรือวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้
(๔) ลายมือชื่อของผู้ขอ
- ๑๑
ให้เลขาธิการมอบหมายให้ข้าราชการของสำนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำ กว่ากรรมการร่างกฎหมายประจำ เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งเสนอเรื่องพร้อมความเห็นเบื้องต้นต่อเลขาธิการหรือรองเลขาธิการซึ่ง เลขาธิการมอบหมายเพื่อวินิจฉัย
- ๑๒
ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๑มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้ แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ทั้งนี้ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่มีคำสั่ง และแจ้งให้ ทราบถึงสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย
- ๑๓
ข้อมูลข่าวสารใดหากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ ง หรือมติ คณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตไว้เป็นพิเศษ ให้ปฏิบัติ ตามกฎหมายระเบียบ ประกาศคำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย
หมวด ๔ การบริการข้อมูลข่าวสาร
4 มาตรา- ๑๔
สำนักงานจะอนุญาตให้ตรวจดูข้อมูลข่าวสารของสำนักงานได้แต่ในกรณีที่ เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ และสำนักงานจะไม่อนุญาตในกรณีที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) การตรวจหรือขอข้อมูลนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าส่วนตน หรือเป็นการ ขอข้อมูลที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(๒) เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ประสิทธิภาพในการ บังคับใช้กฎหมายความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐหรือเป็นเรื่องที่ทางราชการยังไม่ เปิดเผยและกำหนดชั้นความลับ
(๓) เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้อื่น
(๔) เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
- ๑๕
การเข้าค้นคว้าและอ้างอิงข้อมูลในเรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงาน ต้อง กระทำภายในขอบเขตและภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) เรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงานและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องต้องไม่เป็นเรื่องที่มี ชั้นความลับ เว้นแต่มีสภาพเป็นเอกสารประวัติศาสตร์แล้ว
(๒) การขอทำสำเนารายงานการประชุมที่ไม่มีการรับรองในเรื่องพิจารณาเสร็จของ สำนักงานไม่ว่าโดยวิธีการใด สำนักงานจะไม่อนุญาต เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นหรือได้รับอนุญาต จากเลขาธิการ
(๓) ในกรณีที่สำนักงานอนุญาตให้ค้นคว้าด้วยตนเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของ สำนักงานหรือเอกสารหรือหนังสืออื่นใด ต้องปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วย การใช้ห้องสมุดสำหรับบุคคลภายนอก
(๔) ในกรณีที่ผู้ขอประสงค์ที่จะนำข้อมูลในเรื่องพิจารณาเสร็จของสำนักงานไปใช้ใน การดำเนินคดี ต้องมีหมายเรียกพยานเอกสารจากศาล
- ๑๖
ในกรณีที่มีคำขอสำเนาและสำนักงานอนุญาตให้ทำสำเนาได้ ให้เจ้าหน้าที่ที่ ดูแลรักษาเอกสารนั้นจัดทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ยื่นคำขอ ภายในวันทำการนั้นถ้าไม่อาจดำเนินการภายในวันทำการนั้น ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาเพื่อให้ผู้ยื่น คำขอมารับแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น อาจขยายระยะเวลาออกไปได้แต่ต้อง ไม่เกินสามสิบวันทำการ การจัดทำสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานซึ่งรับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่งตลอดจนวันเดือนปี ให้ชัดเจน ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ แต่การส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารโดยวิธีนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องชำระ ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารและค่าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ตอบรับไว้แล้วจึงจะดำเนินการให้ได้
- ๑๗
ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาและการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไป ตามระเบียบหรือคำสั่งของสำนักงาน ประกาศณวันที่ ๑๕สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๕๐ พรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/8649ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYjM3ZWY4ZGItZDI1NC00NTVjLWI4ZWMtYjA0NmRhOWY2ZTYyIiwiZmlsZW5hbWUiOiIxLiBGaW5hbCDguKPguLDguYDguJrguLXguKLguJrguILguYnguK3guKHguLnguKXguILguYjguLLguKfguKrguLLguKPguILguK3guIfguKrguLPguJnguLHguIHguIfguLLguJnguITguJPguLDguIHguKPguKPguKHguIHguLLguKPguIHguKTguKnguI7guLXguIHguLIgKOC4ieC4muC4seC4muC4leC4seC5ieC4h-C4leC5ieC4mSkucGRmIn0.76adH6XKGY-ptMBJ4Nh9oTJtpCqQQMwnQ4bTqDDvPII5 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:d296c567af03f077c74a17ff56e4c2f540169cb59cd9c0a35b89d21cc8e49db9ดึงเมื่อ 2026-08-24T01:26:58.994Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR