๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถามหารุกขสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมมหารุกขสูตรที่ ๕ ต่อไป.
ข้อว่า อุทฺธํ โอชํ อภิหรนฺติ นำโอชาขึ้นเบื้องบน ได้แก่ นำรสดินและรสน้ำขึ้นเบื้องบน. เพราะโอชาได้ถูกดูดขึ้นเบื้องบน ต้นไม้สูงตั้ง ๑๐๐ ศอก ก็มียางเหนียวจึงตั้งอยู่ได้ เหมือนหยาดน้ำที่ปลายหน่อ.
ในข้อนี้ มีการเทียบเคียงด้วยข้ออุปมาดังนี้
วัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ เหมือนต้นไม้ใหญ่. อายตนะทั้งหลายเหมือนรากไม้ การก่อกรรมทางทวาร ๖ เหมือนการดูดโอชาขึ้นทางราก. การตั้งอยู่ได้เป็นเวลานานของปุถุชนผู้โง่เขลาซึ่งอาศัยอยู่ในวัฏฏะ พยายามก่อกรรมทางทวาร ๖ อยู่ ด้วยอำนาจวัฏฏะในภพต่อๆ ไป มีความเจริญงอกงาม เหมือนต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่ได้ชั่วกัป เพราะโอชาเจริญงอกงาม.
บทว่า กุทฺทาลปิฏกํ แปลว่า จอบและกระบุง.
ข้อว่า ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺเทยฺย ความว่า ตัดให้เล็กให้ใหญ่ ได้แก่ให้เป็นท่อนเล็กท่อนน้อย.
ในข้อนี้ มีการเทียบเคียงด้วยอุปมาดังนี้
ก็ในพระสูตรนี้ วัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ เหมือนต้นไม้ใหญ่.
พระโยคาวจรเหมือนบุรุษผู้ต้องการโค่นต้นไม้. ญาณคือความรู้เหมือนจอบ สมาธิเหมือนกระบุง ญาณเหมือนขวานสำหรับตัดต้นไม้
ปัญญาของพระโยคีผู้เรียนกัมมัฏฐานในสำนักอาจารย์แล้ว มนสิการอยู่ เหมือนเวลาที่ต้นไม้ถูกตัดที่ราก.
เวลามนสิการมหาภูตรูป ๔ โดยย่อ เหมือนเวลาที่ตัดเป็นท่อนเล็กท่อนน้อย. เวลามนสิการโดยพิสดาร ในโกฏฐาส ๔๒ เหมือนการผ่า.
การกำหนดนามรูปด้วยอำนาจแห่งธรรมเหล่านี้ คืออุปาทายรูปและวิญญาณอันมีรูปขันธ์เป็นอารมณ์ เหมือนเวลาเกรียก. การแสวงหาปัจจัยของนามรูปนั่นแหละ เหมือนการถอนรากไม้. การบรรลุผลอันเลิศ (อรหัตผล) ของพระโยคีผู้เจริญวิปัสสนาโดยลำดับ ได้สัปปายะอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว
เมื่อกัมมัฏฐานปรากฏแจ่มแจ้งอยู่ นั่งขัดสมาธิท่าเดียวกระทำสมณธรรมอยู่ เหมือนเวลาที่ผึ่งลม ตากแดดแล้วเอาไฟเผา. เวลาที่พระโยคีไม่ปรินิพพานในวันที่ตนบรรลุพระอรหัตนั่นเอง แต่ดำรงอยู่ตราบเท่าอายุ เปรียบเหมือนมนสิการ.
ความสงบแห่งวัฏฏะของพระขีณาสพผู้ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุเพราะความแตกแห่งขันธ์ที่มีใจครอง พึงทราบเหมือนการโปรยเขม่าในลมแรงและลอยไปในแม่น้ำ.
จบอรรถกถามหารุกขสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------