คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๙ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาอรรถกถาขยสูตรที่ ๖

พึงทราบวินิจฉัยในขยสูตรที่ ๖.

บทว่า เอตทโวจ ความว่า พระอุทายีเถระ เมื่อจะทูลถามว่า ข้าพระองค์จักรู้ถึงเทสนาอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้จบลง ด้วยดำริว่า ภิกษุผู้ฉลาดในอนุสนธิ ชื่อว่าอุทายีเถระ นั่งอยู่ในบริษัทนี้มีอยู่ เธอจักถามเรา ดังนี้แล้ว สืบต่ออนุสนธิแห่งเทศนา จึงกราบทูลถามถึงข้อนั้น.

บทว่า วิปุลํ เป็นต้น ตรัสหมายถึงสติสัมโพชฌงค์ที่เจริญดีแล้วทั้งหมด เพราะว่า สติสัมโพชฌงค์ที่เจริญดีแล้ว ไพบูลย์ เป็นมหรคต หาประมาณมิได้ และชื่อว่าไม่มีความเบียดเบียน.

สติสัมโพชฌงค์นั้นแล ชื่อว่าวิปุละ เพราะแผ่ไป. ชื่อว่ามหรคต เพราะถึงความเป็นใหญ่. ชื่อว่าอัปปมาณะ เพราะมีความเจริญหาประมาณมิได้. ชื่อว่าอัพยาปัชฌะ เพราะเว้นความพยาบาทโดยห่างไกลนิวรณ์ทั้งหลาย.

บทว่า ตณฺหาย ปหานา กมฺมํ ปหียติ ความว่า กรรมอันใดมีตัณหาเป็นมูลพึงเกิดขึ้น ย่อมละกรรมนั้นได้เพราะการละตัณหา.

บทว่า กมฺมสฺส ปหานา ทุกฺขํ ความว่า วัฏฏทุกข์ แม้อันใดมีกรรมเป็นมูล พึงเกิดขึ้น เพราะละกรรมได้ จึงละวัฏฏทุกข์นั้นได้.

ชื่อว่าสิ้นตัณหาเป็นต้น เพราะสิ้นตัณหาเป็นต้นนั่นแหละ. แต่ว่าโดยความ พึงทราบว่า นิพพาน ท่านกล่าว เพราะความสิ้นไปแห่งตัณหาเหล่านั้น.

จบอรรถกถาขยสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร