๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาอัฏฐิกสัญญา
พึงทราบวินิจฉัยในอัฏฐิกสัญญา ในอานาปานวรรคที่ ๗ เป็นต้น.
บทว่า อฏฺฐิกสญฺญา ได้แก่ สัญญาที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้เจริญอยู่ว่า กระดูก กระดูก ดังนี้. ก็เมื่อเจริญอัฏฐิกสัญญานั้นอยู่ ผิวก็ดี หนังก็ดี ย่อมปรากฏตลอดเวลาที่นิมิตยังไม่เกิดขึ้น เมื่อนิมิตเกิดขึ้น ผิวและหนังย่อมไม่ปรากฏเลย.
อนึ่ง โครงกระดูกล้วนมีสีดุจสังข์ย่อมปรากฏ ดังที่ปรากฏแก่สามเณรผู้แลดูพระเจ้าติสสะผู้ทรงธรรมอยู่บนคอข้าง และแก่พระติสสเถระผู้อยู่ที่เจติยบรรพต ผู้แลดูหญิงกำลังหัวเราะในที่สวนทาง.
เรื่องทั้งหลายขยายให้พิสดารไว้แล้วในวิสุทธิมรรค.
บทว่า สติ วา อุปาทิเสเส ความว่า เมื่อยังมีความยึดถือเหลืออยู่. จบอรรถกถาอัฏฐิกสัญญา
ว่าด้วยปุฬุวกสัญญา
บทว่า ปุฬุวกสญฺญา ได้แก่ สัญญาที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้เจริญอยู่ว่ามีหนอน.
แม้ในบทว่า วินีลกสัญญาเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
ส่วนในข้อนี้ เรื่องวินิจฉัยกล่าวไว้ในวิสุทธิมรรคกับนัยภาวนา.
พรหมวิหารมีเมตตาเป็นต้นพึงทราบด้วยอำนาจฌานหมวด ๓-๔. อุเบกขาด้วยอำนาจฌานที่ ๔ แล. จบอรรถกถาปุฬุวกสัญญา
ว่าด้วยอสุภสัญญาเป็นต้น
บทว่า อสุภสญฺญา ได้แก่ ปฐมฌานสัญญาในอสุภะ.
บทว่า มรณสญฺญา ความว่า สัญญาที่เกิดขึ้นแก่พิจารณาอยู่เนืองๆ ว่า เราต้องตายแน่ ชีวิตของเราเนื่องด้วยความตาย.
บทว่า อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา ความว่า ในข้าวสุกและขนมสดเป็นต้นเป็นปฏิกูลสัญญาสำหรับผู้กลืนกินเท่านั้น.
บทว่า สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญา ได้แก่ สัญญาที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้ความไม่ยินดีเกิดขึ้นอยู่ในโลกทั้งสิ้น.
บุพภาค ๒ คือ ปหานสัญญา วิราคสัญญา คือ คลุกเคล้าด้วยนิโรธสัญญา.
ท่านแสดงกัมมัฏฐาน ๒๐ มีอัฏฐิกสัญญาเป็นต้นเหล่านั้นด้วยประการฉะนี้แล. กัมมัฏฐาน ๒๐ เหล่านั้น ๙ เป็นอัปปนา ๑๑ เป็นอุปจารฌาน.
ส่วนในข้อนี้ เรื่องวินิจฉัยที่เหลือมาแล้วในวิสุทธิมรรคแล.
คงคาเปยยาลเป็นต้น พึงทราบโดยนัยอันกล่าวแล้ว ในมรรคสังยุตแล.
จบอรรถกถาโพชฌงค์สังยุต ในอรรถกถาสังยุตตนิกาย ชื่อสารัตถปกาสินี -----------------------------------------------------