คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๖ บรรทัด๑ ฉบับ

รถการวรรควรรณนาที่ ๒ อรรถกถาญาตกสูตรที่ ๑

พึงทราบวินิจฉัยในญาตกสูตร แห่งรถการวรรคที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-

กายกรรม-วจีกรรม-มโนกรรม

บทว่า ญาตโก ได้แก่ ภิกษุผู้มีชื่อเสียง คือประชาชนรู้จักกันทั่วแล้ว ได้แก่ปรากฏแล้ว.

บทว่า อนนุโลมิเก ความว่า กายกรรมชื่อว่าอนนุโลมิกะ เพราะหมายความว่าไม่เหมาะสมแก่ศาสนา. ในกายกรรมอันไม่เหมาะสมนั้น.

บทว่า กายกมฺเม ได้แก่ ในกายทุจริตมีปาณาติบาตเป็นต้น.

อีกอย่างหนึ่ง กายทุจริตนั้นเป็นของหยาบ แต่ภิกษุสามารถจะชักชวนให้สมาทาน ในกายทุจริตเป็นต้นนี้ได้ คือชักชวนให้สมาทานคือให้ยึดถือในกรรมเห็นปานนี้ว่า การนอบน้อมทิศทั้งหลายสมควร การทำพลีกรรมให้ภูตย่อมควร. แม้ในวจีกรรม มุสาวาทเป็นต้นเป็นของหยาบ แต่ภิกษุนั้นจะชักชวนให้สมาทานในวจีกรรมเห็นปานนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าการพูดเท็จแก่คนโง่นี้ว่าไม่มี เพราะไม่ประสงค์จะให้ ของๆ ตนแก่ผู้อื่น ก็ควรพูดได้.

แม้ในมโนกรรม อภิชฌาเป็นต้นก็เป็นของหยาบ แต่ภิกษุเมื่อบอกกัมมัฏฐานผิดพลาดไป ก็ไม่ชื่อว่าชักชวนให้สมาทานให้มโนกรรมอันสมควร เหมือนพระเถระชาวทักษิณวิหาร ฉะนั้น.

____________________________

ปาฐะว่า อทาตุกาโม ฉบับพม่าเป็น อทาตุกาเมน แปลตามฉบับพม่า.

พระเถระชาวทักษิณวิหาร

เล่ากันมาว่า บุตรขุนนางคนหนึ่งเข้าไปหาพระเถระนั้นแล้วถามว่า บุคคลเมื่อจะเจริญเมตตา ควรเจริญเมตตาในบุคคลเช่นไรก่อน.

พระเถระไม่ยอมบอกถึงบุคคลผู้เป็นสภาคและวิสภาคกัน แต่กลับบอกว่าในบุคคลผู้เป็นที่รัก. บุตรขุนนางนั้นมีภรรยาเป็นที่รักใคร่. เขาจึงแผ่เมตตาไปหานางพลางถึงความคลุ้มคลั่ง.

ถามว่า ก็ภิกษุผู้บอกกัมมัฏฐานนี้เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากอย่างไร.

ตอบว่า ก็เพราะบริวารชนของภิกษุเห็นปานนี้มีสัทธิวหาริกเป็นต้นและมีอุปัฏฐากเป็นต้น รวมทั้งเทวดาที่เหลือผู้เป็นมิตรของเทวดาเหล่านั้นๆ เริ่มต้นตั้งแต่อารักขเทวดาของบริวารชนเหล่านั้นจนกระทั่งถึงพรหมโลก ต่างจะพากันทำตามที่ภิกษุนั้นทำแล้วเทียว ด้วยคิดว่าภิกษุนี้ไม่รู้แล้วจักไม่ทำ. ภิกษุนี้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้.

ในธรรมฝ่ายขาวพึงทราบกายกรรมและวจีกรรมด้วยสามารถแห่งเจตนาทั้งหลายมีเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากปาณาติบาตเป็นต้นนั่นแล.

ฝ่ายภิกษุผู้บอกกัมมัฏฐานมิให้คลาดเคลื่อน ชื่อว่าสมาทานให้ดำรงอยู่ในธรรมที่เหมาะสม เหมือนพระติสสเถระผู้ชำนาญใน ๔ นิกายชาวโกลิตวิหารฉะนั้น.

พระติสสเถระ

เล่ากันว่า พระทัตตาภยเถระผู้เป็นพี่ชายคนโตของพระติสสเถระนั้น อยู่ในเจติยวิหาร เมื่อโรคชนิดหนึ่งเกิดขึ้น ให้เรียกพระน้องชายมาแล้วบอกว่า คุณ คุณช่วยบอกกัมมัฏฐานสักข้อหนึ่งที่เบาๆ แก่ผมทีเถิด.

พระน้องชายเรียนว่า หลวงพี่ขอรับ ประโยชน์อะไรด้วยกัมมัฏฐานข้ออื่น หลวงพี่ควรกำหนดวฬิงการาหาร.

พระพี่ชายถามว่า คุณ กวฬิงการาหารนี้มีประโยชน์อย่างไร.

พระน้องชายตอบว่า หลวงพี่ขอรับ กวฬิงการาหารเป็นอุปาทายรูป และเมื่อเห็นอุปาทายรูปอย่างหนึ่งแล้ว อุปาทายรูป ๒๓ ก็ย่อมปรากฏชัดด้วย.

พระพี่ชายนั้นได้ฟังดังนั้นแล้วตอบว่า คุณ กัมมัฏฐานเท่านี้ก็เห็นจะพอเหมาะแหละนะ ดังนี้แล้วส่งพระน้องชายนั้นกลับไป กำหนดกวฬิงการาหาร แล้วกำหนดอุปาทายรูปกลับไปกลับมา ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์.

ทันใดนั้น พระพี่ชายก็เรียกพระเถระ น้องชายนั้นผู้ซึ่งยังไม่ทันออกไปพ้นนอกวิหารเลย มาบอกว่า คุณ คุณเป็นที่พึ่งอย่างใหญ่หลวงของผมแล้วนะดังนี้แล้ว บอกคุณที่ตนได้แล้วแก่พระเถระน้องชาย.

บทว่า พหุชนหิตาย ความว่า ก็บริวารชนของภิกษุแม้นี้มีสัทธิวิหาริกเป็นต้น ต่างพากันทำตามสิ่งที่ภิกษุนั้นทำแล้วเทียว ด้วยคิดว่าภิกษุนี้ไม่รู้แล้วจักไม่ทำอุปัฏฐากเป็นต้นก็เหมือนกัน เทวดาทั้งหลายคืออารักขเทวดาของบริวารชนเหล่านั้น ภุมมเทวดาผู้เป็นมิตรของอารักขเทวดาเหล่านั้นและอากาศเทวดาผู้เป็นมิตรของภุมมเทวดาเหล่านั้น รวมถึงเทวดาที่บังเกิดในพรหมโลก ก็พากันทำตามสิ่งที่ภิกษุนั้นทำแล้วเหมือนกัน. ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากด้วยประการฉะนี้.

จบอรรถกถาญาตกสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑