๑
อรรถกถาแปลไทย
ปุคคลวรรควรรณนาที่ ๓ อรรถกถาสวิฏฐสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสวิฏฐสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
พระอริยบุคคล ชื่อว่า กายสกฺขี (พระสูตรเป็น กายกสฺขิ) เพราะสัมผัสฌาน ผัสสะมาก่อน ภายหลังจึงกระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ คือพระนิพพาน.
ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ เพราะบรรลุธรรมนั้นที่ตนเห็นแล้ว.
ชื่อว่า สัทธาวิมุตตะ เพราะเชื่ออยู่ (มีศรัทธา) จึงได้หลุดพ้น.
บทว่า ขมติ แปลว่า ชอบใจ.
บทว่า อภิกฺกนฺตตโร แปลว่า ดียิ่งกว่า.
____________________________
ปาฐะว่า สุนฺทรตโร ฉบับพม่าเป็น อติสุนฺทรตโร แปลตามฉบับพม่า.
บทว่า ปณีตตโร แปลว่า ประณีตยิ่งกว่า.
บทว่า สทฺธินฺทริยํ อธิมตฺตํ โหติ ความว่า พระสวิฏฐเถระ ในขณะแห่งอรหัตมรรค ได้มีสัทธินทรีย์เป็นธุระ (เป็นใหญ่) อินทรีย์ ๔ ที่เหลือเป็นบริวาร. ดังนั้น พระเถระเมื่อจะกล่าวถึงมรรคที่ตนได้บรรลุแล้ว จึงได้กล่าวอย่างนี้.
(ส่วน) ท่านมหาโกฏฐิตเถระ ในขณะแห่งอรหัตมรรค ได้มีสมาธินทรีย์เป็นธุระ (เป็นใหญ่) อินทรีย์ ๔ อย่างที่เหลือได้เป็นบริวารของสมาธินั่นเอง. เพราะฉะนั้น ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระแม้นั้นเมื่อจะบอกว่า สมาธินทรีย์มีประมาณยิ่ง (เป็นใหญ่) จึงได้กล่าวถึงมรรคที่ตนได้บรรลุนั่นแหละ.
ส่วนพระสารีบุตรเถระ ในขณะแห่งอรหัตมรรค ได้มีปัญญินทรีย์เป็นธุระ (เป็นใหญ่) อินทรีย์ ๔ อย่างที่เหลือได้เป็นบริวารของปัญญินทรีย์นั้นนั่นเอง. เพราะฉะนั้น ท่านพระสารีบุตรเถระแม้นั้น เมื่อจะบอกว่า ปัญญินทรีย์มีประมาณหนึ่ง (เป็นใหญ่) จึงได้บอกมรรคที่ตนได้บรรลุแล้วนั่นแหละ.
บทว่า น เขฺวตฺถ ตัดบทเป็น น โข เอตฺถ.
บทว่า เอกํเสน พฺยากาตุํ ความว่า เพื่อพยากรณ์โดยส่วนเดียว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความพร้อมเพรียงแห่งอรหัตมรรคด้วยบทว่า อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน.
ในพระสูตรนี้ พระเถระแม้ทั้ง ๓ ได้กล่าวเฉพาะมรรคที่ตนบรรลุแล้วด้วยประการดังพรรณนาฉะนี้. แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสโดยผู้ดำรงอยู่ในภูมิธรรมอื่น.
จบอรรถกถาสวิฏฐสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------