๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาสังวรสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในสังวรสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
ความเพียร ชื่อปธาน. ความเพียรที่เกิดขึ้นแก่ผู้สำรวมจักษุเป็นต้น ชื่อสังวรปธาน.
ความเพียรที่เกิดขึ้นแก่ผู้ละกามวิตกเป็นต้น ชื่อปหานปธาน.
ความเพียรที่เกิดขึ้นแก่ผู้เจริญสัมโพชฌงค์ ชื่อภาวนาปธาน.
ความเพียรที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ตามรักษาสมาธินิมิต ชื่ออนุรักขนาปธาน.
ในบทว่า วิเวกนิสฺสิตํ เป็นอาทิ มีวินิจฉัยดังนี้
แม้บททั้ง ๓ คือ วิเวก วิราคะ นิโรธเป็นชื่อของนิพพาน. แท้จริงนิพพาน ชื่อวิเวก เพราะสงัดจากอุปธิ. ชื่อวิราคะ เพราะราคะเป็นต้นอาศัยนิพพานนั้น จึงคลายไป. ชื่อนิโรธ เพราะราคะเป็นต้นอาศัยนิพพานนั้น ก็ดับไป เพราะฉะนั้น ในบทว่า วิเวกนิสฺสิตํ เป็นอาทิ จึงมีความว่า อาศัยนิพพานโดยเป็นอารมณ์บ้าง โดยเป็นธรรมที่พึงบรรลุบ้าง.
ในบทว่า โวสฺสคฺคปริณามึ นี้ โวสสัคคะมี ๒ คือ ปริจจาคโวสสัคคะ ๑ ปักขันทนโวสสัคคะ ๑. ในสองอย่างนั้น วิปัสสนาชื่อปริจจาคโวสสัคคะ เพราะสละราคะในกิเลสและขันธ์ ด้วยอำนาจตทังคปหาน มรรค ชื่อปักขันทนโวสสัคคะ เพราะแล่นไปสู่นิพพานด้วยอำนาจอารมณ์. เพราะฉะนั้น ในบทว่า โวสฺสคฺคปริณามึ นี้ จึงเนื้อความดังนี้ว่า สติสัมโพชฌงค์ที่ภิกษุเจริญอยู่โดยประการใด ย่อมน้อมไปเพื่อสละ ย่อมถึงวิปัสสนาภาวนาและมัคคภาวนา ภิกษุย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์นั้น โดยประการนั้น แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้แล.
บทว่า ภทฺทกํ ได้แก่ ที่ได้แล้ว. สมาธิที่ได้แล้วด้วยอำนาจอัฏฐิกสัญญาเป็นต้น เรียกว่าสมาธินิมิต.
บทว่า อนุรกฺขติ ได้แก่ ทำราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นข้าศึกต่อสมาธิ ให้เหือดแห้งไปรักษาไว้. ก็สัญญา ๕ มีอัฏฐิกสัญญาเป็นต้น ตรัสไว้ในข้อนี้ แต่ในที่นี้ พึงกล่าวอสุภสัญญา ๑๐ ให้พิสดารด้วย.
ความพิสดารของอสุภสัญญานั้น กล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรค.
ในคาถา ท่านกล่าวความเพียรอย่างเดียวที่ให้สำเร็จสังวรเป็นต้น โดยชื่อว่าสังวร.
บทว่า ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณ คือพึงบรรลุพระอรหัต กล่าวคือธรรมเป็นที่สิ้นทุกข์.
จบอรรถกถาสังวรสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------