คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๘ บรรทัด๑ ฉบับ

วรรคที่ไม่สงเคราะห์เป็นปัณณาสก์ สัปปุริสวรรคที่ ๑ อรรถกถาสิกขาปทสูตรที่ ๑

พึงทราบวินิจฉัยในสิกขาปทสูตรที่ ๑ แห่งปัณณาสก์ที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อสปฺปุริสํ ได้แก่ บุรุษลามก บุรุษเปล่า บุรุษหลง บุรุษผู้ถูกทำให้บอดหนาด้วยอวิชชา.

บทว่า อสปฺปุริสตรํ ได้แก่ เกินอสัตบุรุษ (อสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ).

พึงทราบสัตบุรุษทั้งสองนอกนี้ โดยตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.

คำที่เหลือในบทนี้ ง่ายทั้งนั้น. จบสิกขาปทสูตรที่ ๑

ใน ๕ สูตรต่อจากนี้ก็เหมือนในสูตรนี้.

จริงอยู่ ในสูตรเหล่านั้น

สูตรที่ ๑ ตรัสด้วยเวร ๕

สูตรที่ ๒ ตรัสด้วยอสัทธรรม

สูตรที่ ๓ ตรัสด้วยกายทวารวจีทวาร

สูตรที่ ๔ ตรัสด้วยมโนทวาร

สูตรที่ ๕ ตรัสด้วยมิจฉัตตะ ๘

สูตรที่ ๖ ตรัสด้วยมิจฉัตตะ ๑๐.

อรรถกถาปฐมปาปธัมมสูตรที่ ๗

พึงทราบวินิจฉัยในปฐมปาปธัมมสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ปาปํ ได้แก่ คนลามก คือบุคคลเศร้าหมอง.

บทว่า กลฺยาณํ ได้แก่ คนเจริญ คือบุคคลไม่มีโทษ.

คำที่เหลือในสูตรนี้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาปฐมปาปธัมมสูตรที่ ๗

แม้ในทุติยปาปธรรมสูตรที่ ๘ ก็นัยนี้เหมือนกัน

อรรถกถาตติยปาปธัมมสูตรที่ ๙

พึงทราบวินิจฉัยในตติยปาปธัมมสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ปาปธมฺมํ ได้แก่ ธรรมลามก.

บทว่า กลฺยาณธมฺมํ ได้แก่ ธรรมอันไม่มีโทษ.

คำที่เหลือในสูตรนี้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาตติยปาปธัมมสูตรที่ ๙

แม้ในอรรถกถาจตุตถปาปธัมมสูตรที่ ๑๐ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ในวรรคนี้ ท่านกล่าวถึงปฏิปทาของผู้ครองเรือนในสูตรแม้ทั้ง ๑๐.

หากคฤหัสถ์เป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี ย่อมควรเหมือนกัน. จบสัปปุริสวรรควรรณนาที่ ๑ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑