คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๗ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาเทวสูตรที่ ๘

เทวสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า สมุปพฺยุฬฺโห อโหสิ คือ ได้ประจัญหน้ากันแล้ว.

บทว่า สงฺคาเมยฺยาม ได้แก่ ทำสงครามคือรบกัน.

บทว่า อปสฺสึเสวฺว ได้แก่ พวกเทวดาพากันหนีไป.

บทว่า อุตฺตราภิมุขา คือ บ่ายหน้าไปทางทิศอุดร.

บทว่า อภิภยนฺเตว ได้แก่ รุกไล่ตามไป.

บทว่า ภีรุตฺตาณคเตน ได้แก่ ไปหาที่พึ่งต่อต้านความกลัว คือห้ามความกลัว.

บทว่า อกรณิยา ได้แก่ พวกอสูรทำการรบไม่ได้.

ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พวกเทวดาและอสูรจึงรบกัน.

ตอบว่า เพราะพวกอสูรเคยอยู่ในภพดาวดึงส์มาก่อน ครั้นถึงเวลาดอกจิตตปาตลิบาน พวกอสูรระลึกถึงดอกปาริฉัตตกะอันเป็นทิพย์ แต่นั้น พวกอสูรเกิดโกรธขึ้นมากล่าวว่า พวกท่านจงจับเทวดาดังนี้แล้ว พากันขึ้นภูเขาสิเนรุ พร้อมหน้ากันทีเดียว พวกเทวดาก็พากันออกมา.

การรบของเทวดาและอสูรเหล่านั้น เป็นเหมือนกับเด็กเลี้ยงโคเอาท่อนไม้ทุบตีกันและกัน.

ท้าวสักกเทวราชตั้งอารักขาไว้ในที่ ๕ แห่งเบื้องล่าง ส่วนในเบื้องบนทรงตั้งรูป เปรียบเหมือนพระองค์ พระหัตถ์ทรงวชิราวุธ แวดล้อมเทวบุรีไว้. พวกอสูรผ่านขึ้นไปถึงที่ ๕ แห่ง เบื้องล่าง เห็นอินทปฏิมา (รูปพระอินทร์) จึงพากันกลับไปอสูรบุรีทันที.

บทว่า ทกฺขิเณน มุขา ได้แก่ บ่ายหน้าไปทางทิศทักษิณ.

บทว่า อปทํ พนฺธิตฺวา ได้แก่ ไม่ให้เหลือรอยเท้าไว้.

บทว่า อทสฺสนํ คโต ความว่า แม้มารก็รู้จิตของภิกษุผู้เข้ารูปาวจรจตุตถฌานอันมีวัฏฏะเป็นบาท รู้จิตของภิกษุผู้เข้าสมาบัติอันมีวิปัสสนาเป็นบาทนั่นเอง มารย่อมไม่รู้จิตของภิกษุผู้เข้าอรูปาวจรสมาบัติอันมีวัฏฏะเป็นบาท หรือมีวิปัสสนาเป็นบาท ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต ดังนี้.

จบอรรถกถาเทวสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร