คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๗ บรรทัด๑ ฉบับ

พระสูตรที่ ๓ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา. ๓. ติสสพรหมสุตตวัณณนา [ฉบับมหาจุฬาฯ] พรรณนาพระสูตรว่าด้วยติสสพรหม

[๕๖] ในพระสูตรที่ ๓ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้

คำว่า ภิกษุณี (ภิกฺขุนิโย) ความว่า ภิกษุณี ๕๐๐ รูป ผู้เป็นบริวารของพระนางมหาปชาบดีภิกษุณี

คำว่า หลุดพ้นแล้ว (วิมุตฺตา) ได้แก่ หลุดพ้นแล้วด้วยวิมุตติ ๕ ประการ

คำว่า เพราะไม่มีอุปาทานขันธ์เหลืออยู่ (อนุปาทิเสสา) ความว่า หลุดพ้นแล้วด้วย ๕ ประการ ไม่มีส่วนเหลือ เพราะไม่กำหนดเศษอุปาทานที่เหลือ

คำว่า ในบุคคลผู้มีอุปาทานเหลืออยู่ว่า ยังมีอุปาทานเหลืออยู่ (สอุปาทิเสเส วา สอุปาทิเสโส) ได้แก่ ในบุคคลผู้เป็นไปกับอุปาทานขันธ์ที่เหลือว่า “ผู้นี้ยังเป็นไปกับอุปาทานขันธ์ที่เหลือ”

แม้ในบุคคลนอกนี้ก็นัยนี้เหมือนกัน

คำว่า ติสส (ติสโส) ได้แก่ พรหมผู้เป็นสัทธิวิหาริกของพระเถระ

คำว่า ที่สมควร (อนุโลมิกานิ) ได้แก่ ที่สมควรแก่ข้อปฏิบัติ คือเป็นที่สงัด มีขอบเขตที่สุด

คำว่า อินทรีย์ (อินฺทฺริยานิ) ได้แก่ อินทรีย์ที่สัมปยุตด้วยวิปัสสนามีศรัทธาเป็นต้น

คำว่า อบรม (สมนฺนานยมาโน) ได้แก่ ตั้งไว้ในการประมวลมาพร้อม

คำว่า ไม่ได้แสดงแก่เธอ (น หิ ปน เต) ความว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคจึงทรงปรารภเหตุนี้ คือเพื่อจะทรงแสดงบุคคลที่ ๗ เพราะพระองค์ยังไม่ได้ทรงแสดงสัทธานุสารีบุคคลที่ ๗ ไว้ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงแสดงบุคคลที่ ๗ นั้น ด้วยอำนาจผู้มีวิปัสสนาอย่างแรงกล้า จึงตรัสอย่างนี้

บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า นิมิตทั้งปวง (สพฺพนิมิตฺตานํ) ได้แก่ นิจจนิมิตเป็นต้นทั้งหมด

คำว่า อันหานิมิตไม่ได้ (อนิมิตฺตํ) ได้แก่ สมาธิในวิปัสสนาอันมีกำลัง -----------------------------------------------------

๓. ติสฺสพฺรหฺมาสุตฺตวณฺณนา

[๕๖] ตติเย ภิกฺขุนิโยติ มหาปชาปติยา ปริวารา ปญฺจสตา ภิกฺขุนิโย.

วิมุตฺตาติ ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ วิมุตฺตา. อนุปาทิเสสาติ อุปาทานเสสํ อฏฺฐเปตฺวา

ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ อนวเสสาหิ วิมุตฺตา. สอุปาทิเสเส วา สอุปาทิเสโสติ สอุปาทาน-

เสเส ปุคฺคเล "สอุปาทานเสโส อยนฺ"ติ. อิตรสฺมึปิ เอเสว นโย. ติสฺโสติ เถรสฺส

สทฺธิวิหาริโก พฺรหฺมา. อนุโลมิกานีติ ปฏิปตฺติยา อนุโลมานิ วิวิตฺตานิ อนฺติม-

ปริยนฺติมานิ. อินฺทฺริยานีติ สทฺธาทีนิ วิปสฺสนินฺทฺริยานิ. สมนฺนานยมาโนติ

สมนฺนาหาเร ฐปยมาโน. น หิ ปน เตติ อิทํ กสฺมา อารภิ? สตฺตมสฺส

ปุคฺคลสฺส ทสฺสนตฺถํ. สตฺตโม หิ สทฺธานุสาริปุคฺคโล น ทสฺสิโต. อถ ภควา

พลววิปสฺสกวเสน ตํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สพฺพนิมิตฺตานนฺติ สพฺเพสํ

นิจฺจนิมิตฺตาทีนํ. อนิมิตฺตนฺติ พลววิปสฺสนาสมาธึ.

@เชิงอรรถ: ฉ.ม. ปถวีตลํ สี. อคเหตฺวา

อนุสยวคฺโค ทุติโย. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑