๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถากสิณสูตรที่ ๕
กสิณสูตรที่ ๕ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ชื่อว่ากสิณ เพราะอรรถว่าทั้งสิ้น ชื่อว่าอายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นเขตแห่งธรรมทั้งหลายที่มีกสิณนั้นเป็นอารมณ์ หรือเพราะอรรถว่าตั้งไว้. เหตุนั้น จึงชื่อว่ากสิณายตนะ บ่อเกิดแห่งอารมณ์ที่เป็นกสิณ.
บทว่า อุทฺธํ ได้แก่ แหงนดูพื้นอากาศเบื้องบน.
บทว่า อโธ ได้แก่ ก้มดูพื้นดินเบื้องล่าง.
บทว่า ติริยํ ได้แก่ กำหนดไปรอบๆ อย่างทุ่งนา.
จริงอยู่ พระโยคาวจรบางรูปเจริญกสิณเบื้องบนเท่านั้น บางรูปก็เบื้องล่าง บางรูปก็กวาดไปอย่างนี้ด้วยอาการนั้นๆ ไปรอบๆ เหมือนต้องการจะดูรูปที่มีแสงสว่าง ด้วยเหตุนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า ปฐวีกสิณเมโก สญฺชานาติ อุทฺธํ อโธ ติริยํ.
ก็บทว่า อทฺวยํ นี้ ท่านกล่าวเพื่อกสิณอย่างหนึ่งไม่แปรเป็นอย่างอื่น เหมือนอย่างว่า เมื่อพระโยคาวจรเข้าไปสู่น้ำ [อาโปกสิณ] ทุกทิศก็มีน้ำอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นฉันใด. ปฐวีกสิณก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นปฐวีกสิณอย่างเดียว ไม่เจือกสิณอย่างอื่น.
ในกสิณทั้งปวงก็นัยนี้เหมือนกัน.
คำว่า อปฺปมาณํ นี้ ท่านกล่าวด้วยอำนาจแผ่กสิณนั้นๆ ไปไม่มีประมาณ.
จริงอยู่ พระโยคาวจรเมื่อแผ่กสิณนั้นด้วยใจ ย่อมแผ่ไปทั่วทีเดียว ไม่ถือประมาณว่า นี้เป็นตอนต้นของกสิณนั้น นี้เป็นตอนกลาง.
ก็ในบทว่า วิญฺญาณกสิณํ นี้ วิญญาณเป็นไปในอากาศที่เพิกกสิณ.
จริงอย่างนั้น วิญญาณอันนั้น ท่านเรียกว่าวิญญาณ. พึงทราบความเป็นเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ในวิญญาณที่เป็นไปในวิญญาณกสิณนั้น ก็ด้วยอำนาจอากาศที่เพิกกสิณ.
นี้เป็นความสังเขปในวิญญาณกสิณนั้น. ส่วนกสิณมีปฐวีกสิณเป็นต้นเหล่านั้น ก็กล่าวไว้พิสดารแล้วในคัมภีร์วิสุทธิมรรค โดยนัยแห่งกัมมัฏฐานภาวนานั้นแล.
จบอรรถกถากสิณสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------