คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๒ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาวิชชาสูตร

ในวิชชาสูตรที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ปุพฺพงฺคมา ได้แก่ เป็นหัวหน้าโดยอาการ ๒ อย่าง คือโดยสหชาตปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย. หรือเป็นประธานแห่งอกุศลธรรมเบื้องหน้า.

จริงอยู่ การเกิดขึ้นแห่งอกุศล เว้นจากอวิชชาเสียแล้วย่อมมีไม่ได้.

บทว่า สมาปตฺติยา ได้แก่ ความเป็นไปเพื่อได้ความจริงอันถึงเฉพาะหน้า. ความเป็นอุปนิสสยปัจจัยแห่งอกุศลธรรมทั้งหลาย โดยความเป็นปัจจัยแห่งอโยนิโสมนสิการ ด้วยการปกปิดโทษแห่งความเป็นไปของอกุศล และโดยความที่ยังละไม่ได้ ย่อมปรากฏในความนั้น.

คติแม้ทั้งหมด ชื่อว่าทุคติในคาถานี้ เพราะเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์มีพยาธิและมรณะเป็นต้น ด้วยประการฉะนี้. อีกอย่างหนึ่ง กายทุจริต วจีทุจริตและมโนทุจริต ชื่อว่าทุคติ เพราะคติที่ถูกกิเลสมีราคะเป็นต้นประทุษร้ายเป็นไปทางกาย วาจาและใจ.

บทว่า อสฺมึ โลเก ได้แก่ ในโลกนี้หรือในมนุษยคติ.

บทว่า ปรมฺหิ จ ได้แก่ ในคติอื่นจากมนุษยคตินั้น.

บทว่า อวิชฺชามูลิกา สพฺพา ได้แก่ ความวิบัติแห่งทุจริต แม้ทั้งหมดนั้นมีอวิชชาเป็นมูลอย่างเดียว เพราะมีอวิชชาเป็นหัวหน้าโดยนัยดังกล่าวแล้ว.

บทว่า อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา ความว่า ชื่อว่า อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา เพราะอันความปรารถนามีลักษณะแสวงหาสิ่งอันยังไม่ถึงพร้อม และอันความโลภมีลักษณะอยากได้สิ่งอันถึงพร้อมแล้ว ก่อขึ้น คือสะสม.

บทว่า ยโต ได้แก่ เพราะมีอวิชชาเป็นเหตุ เป็นผู้ถูกอวิชชาปกปิด.

บทว่า ปาปิจฺโฉ ได้แก่ ผู้มีความปรารถนาลามกไม่เห็นโทษ ทำความหลอกลวงเป็นต้นด้วยการยกย่องคุณที่ไม่มี เพราะมีความปรารถนาลามก เพราะถูกอวิชชาปกปิด. พึงเห็นว่า แม้ความปรารถนาในตนก็เป็นอันถือเอาด้วยความโลภเหมือนกัน.

บทว่า อนาทโร ได้แก่ เว้นจากความเอื้อเฟื้อในเพื่อนสพรหมจารี เพราะไม่มีโอตตัปปะอันถือโลกเป็นใหญ่.

บทว่า ตโต ได้แก่ เพราะเป็นเหตุแห่งอวิชชาความปรารถนาลามก ความไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ.

บทว่า ปสวติ ได้แก่สะสมบาป มีกายทุจริตเป็นต้น.

บทว่า อปายํ เตน คจฺฉติ ได้แก่ ย่อมไป คือย่อมเข้าถึงอบายมีนรกเป็นต้น เพราะบาปตามที่ขวนขวายนั้น.

บทว่า ตสฺมา ได้แก่ เพราะอวิชชาเป็นต้นเหล่านี้ เป็นรากเหง้าแห่งทุจริตทั้งปวง และเป็นเหตุแห่งความเศร้าหมองอันเป็นแดนเกิดในทุคติทั้งปวงอย่างนี้ ฉะนั้น ภิกษุสำรอกความปรารถนา ความโลภ อวิชชา อหิริกะ และอโนตตัปปะได้ ละด้วยสมุจเฉท.

ถามว่า สำรอกอย่างไรจึงจะให้วิชชาเกิดขึ้นได้.

ตอบว่า ขวนขวายตามลำดับวิปัสสนาและตามลำดับมรรคแล้วยังวิชชา คืออรหัตมรรคให้เกิดในสันดานของตน.

บทว่า สพฺพา ทุคฺคติโย ได้แก่ พึงละ คือพึงสละพึงก้าวล่วงทุคติ กล่าวคือทุจริตแม้ทั้งปวง หรือคติ ๕ ทั้งปวงอันชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ในวัฏฏะ.

จริงอยู่ กรรมวัฏและวิปากวัฏเป็นอันละได้ด้วยการละกิเลสวัฏนั่นแล ด้วยประการฉะนี้.

จบอรรถกถาวิชชาสูตรที่ ๓ -------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑